أَخْبَارِ ٱلْأَيَّامِ ٱلثَّانِي

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 18

أَخْبَارِ ٱلْأَيَّامِ ٱلثَّانِي

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

أَخْبَارِ ٱلْأَيَّامِ ٱلثَّانِي 18

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَكَانَ لِيَهُوشَافَاطَ غِنًى وَكَرَامَةٌ بِكَثْرَةٍ. وَصَاهَرَ أَخْآبَ.
1เยโฮชาฟัทมั่งคั่ง​และ​มี​เกียรติ​มาก เขา​เป็น​พันธมิตร​กับ​อาหับ
2وَنَزَلَ بَعْدَ سِنِينَ إِلَى أَخْآبَ إِلَى ٱلسَّامِرَةِ، فَذَبَحَ أَخْآبُ غَنَمًا وَبَقَرًا بِكَثْرَةٍ لَهُ وَلِلشَّعْبِ ٱلَّذِي مَعَهُ، وَأَغْوَاهُ أَنْ يَصْعَدَ إِلَى رَامُوتِ جِلْعَادَ.
2หลายปี​ต่อ​มา​เขา​ลง​ไป​เยี่ยมอาหับ​ที่​สะ​มา​เรีย อาหับฆ่าแกะ​กับ​โคมากมายเลี้ยง​เขา​และ​ผู้ติดตาม แล้ว​ชักชวน​ให้​เขา​ไป​รบ​ที่​ราโมทกิเลอาด​ด้วย​กัน
3وَقَالَ أَخْآبُ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ لِيَهُوشَافَاطَ مَلِكِ يَهُوذَا: «أَتَذْهَبُ مَعِي إِلَى رَامُوتِ جِلْعَادَ؟» وَقَالَ لَهُ: «مَثَلِي مَثَلُكَ وَشَعْبِي كَشَعْبِكَ وَمَعَكَ فِي ٱلْقِتَالِ».
3อาหับ​กษัตริย์​อิสราเอล​ถาม​เยโฮชาฟัท​กษัตริย์​ยูดาห์​ว่า “ท่าน​จะ​ไป​ตีราโมทกิเลอาดกับข้า​หรือ​ไม่” เยโฮชาฟัท​ตอบ​ว่า “ข้า​กับ​ท่าน​เป็น​พวก​เดียวกัน ประชาชน​ของ​ข้า​ก็​เป็น​พวก​เดียว​กับ​ประชาชน​ของ​ท่าน เรา​จะ​ร่วมรบ​กับ​ท่าน”
4ثُمَّ قَالَ يَهُوشَافَاطُ لِمَلِكِ إِسْرَائِيلَ: «ٱسْأَلِ ٱلْيَوْمَ عَنْ كَلَامِ ٱلرَّبِّ».
4แต่​เยโฮชาฟัท​กล่าว​กับ​กษัตริย์​อิสราเอล​ว่า “ขอทูล​ถาม​พระยาห์เวห์​ก่อน​เถิด”
5فَجَمَعَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ ٱلْأَنْبِيَاءَ، أَرْبَعَ مِئَةِ رَجُلٍ، وَقَالَ لَهُمْ: «أَنَذْهَبُ إِلَى رَامُوتِ جِلْعَادَ لِلْقِتَالِ أَمْ أَمْتَنِعُ؟» فَقَالُوا: «ٱصْعَدْ فَيَدْفَعَهَا ٱللهُ لِيَدِ ٱلْمَلِكِ».
5กษัตริย์​อิสราเอลเรียกผู้เผยพระวจนะ 400 คน​มา​รวมกัน​แล้ว​ถาม​ว่า “เราควร​ไป​ทำ​สงคราม​ที่​ราโมทกิเลอาด หรือ​ควร​อยู่​เฉย” พวกเขา​ตอบ​ว่า “ยกทัพ​ไป​เถิด พระเจ้า​จะ​ทรง​มอบ​เมือง​นั้น​ไว้​ใน​มือ​กษัตริย์”
6فَقَالَ يَهُوشَافَاطُ: «أَلَيْسَ هُنَا أَيْضًا نَبِيٌّ لِلرَّبِّ فَنَسْأَلَ مِنْهُ؟»
6แต่​เยโฮชาฟัท​ถาม​ว่า “ที่​นี่​ยัง​มี​ผู้เผยพระวจนะ​ของ​พระยาห์เวห์​คน​อื่น​ให้​เราทูล​ถาม​อีก​ไหม”
7فَقَالَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ لِيَهُوشَافَاطَ: «بَعْدُ رَجُلٌ وَاحِدٌ لِسُؤَالِ ٱلرَّبِّ بِهِ، وَلَكِنَّنِي أُبْغِضُهُ لِأَنَّهُ لَا يَتَنَبَّأُ عَلَيَّ خَيْرًا بَلْ شَرًّا كُلَّ أَيَّامِهِ، وَهُوَ مِيخَا بْنُ يَمْلَةَ». فَقَالَ يَهُوشَافَاطُ: «لَا يَقُلِ ٱلْمَلِكُ هَكَذَا».
7กษัตริย์​อิสราเอล​ตอบ​เยโฮชาฟัท​ว่า “ยัง​มี​คน​หนึ่ง​ที่​เราทูล​ถาม​พระยาห์เวห์ผ่าน​เขา​ได้ แต่​ข้าเกลียด​เขา เพราะ​เขา​ไม่​เคยพยากรณ์เรื่องดีเกี่ยว​กับ​ข้า มี​แต่​เรื่องร้าย เขา​คือ​มี​คายาห์​บุตร​อิมลาห์” เยโฮชาฟัท​ตอบ​ว่า “กษัตริย์​อย่าตรัสเช่น​นั้น​เลย”
8فَدَعَا مَلِكُ إِسْرَائِيلَ خَصِيًّا وَقَالَ: «أَسْرِعْ بِمِيخَا بْنِ يَمْلَةَ».
8กษัตริย์​อิสราเอล​จึง​สั่งเจ้าหน้าที่​คน​หนึ่ง​ว่า “ไป​พา​มี​คายาห์​บุตร​อิมลาห์​มา​เร็ว”
9وَكَانَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ وَيَهُوشَافَاطُ مَلِكُ يَهُوذَا جَالِسَيْنِ كُلُّ وَاحِدٍ عَلَى كُرْسِيِّهِ، لَابِسَيْنِ ثِيَابَهُمَا وَجَالِسَيْنِ فِي سَاحَةٍ عِنْدَ مَدْخَلِ بَابِ ٱلسَّامِرَةِ، وَجَمِيعُ ٱلْأَنْبِيَاءِ يَتَنَبَّأُونَ أَمَامَهُمَا.
9กษัตริย์​อิสราเอล​กับ​เยโฮชาฟัท​กษัตริย์​ยูดาห์ต่างสวมฉลอง​พระองค์​นั่งบนบัลลังก์​ของ​ตน ณ ลานโล่งตรงทาง​เข้า​ประตู​เมือง​สะ​มา​เรีย ผู้เผยพระวจนะทั้งหมด​กล่าว​คำพยากรณ์​อยู่​ต่อ​หน้า​ทั้ง​สอง
10وَعَمِلَ صِدْقِيَّا بْنُ كَنْعَنَةَ لِنَفْسِهِ قُرُونَ حَدِيدٍ وَقَالَ: «هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: بِهَذِهِ تَنْطَحُ ٱلْأَرَامِيِّينَ حَتَّى يَفْنَوْا».
10เศเดคียาห์​บุตร​เคนาอานาห์​ทำ​เขา​สัตว์เหล็กคู่หนึ่ง​แล้ว​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘เจ้า​จะ​ใช้​เขา​นี้​ขวิด​ชาว​ซีเรีย​จน​พินาศ’”
11وَتَنَبَّأَ جَمِيعُ ٱلْأَنْبِيَاءِ هَكَذَا قَائِلِينَ: «ٱصْعَدْ إِلَى رَامُوتِ جِلْعَادَ وَأَفْلِحْ، فَيَدْفَعَهَا ٱلرَّبُّ لِيَدِ ٱلْمَلِكِ».
11ผู้เผยพระวจนะ​ทุก​คน​ก็​กล่าว​เหมือนกัน​ว่า “ยกทัพ​ไป​ตีราโมทกิเลอาดเถิด แล้ว​ท่าน​จะ​มี​ชัย พระยาห์เวห์​จะ​ทรง​มอบ​เมือง​ไว้​ใน​มือ​กษัตริย์”
12وَأَمَّاَ ٱلرَّسُولُ ٱلَّذِي ذَهَبَ لِيَدْعُوَ مِيخَا فَكَلَّمَهُ قَائِلًا: «هُوَذَا كَلَامُ جَمِيعِ ٱلْأَنْبِيَاءِ بِفَمٍ وَاحِدٍ خَيْرٌ لِلْمَلِكِ. فَلْيَكُنْ كَلَامُكَ كَوَاحِدٍ مِنْهُمْ وَتَكَلَّمْ بِخَيْرٍ».
12ผู้ส่งสาร​ที่​ไป​ตาม​มี​คายาห์บอก​เขา​ว่า “ผู้เผยพระวจนะ​ทุก​คน​พูด​เป็น​เสียงเดียวกัน​ว่า​กษัตริย์​จะ​ได้​รับผลดี ขอ​ให้​ท่านพูดดีอย่าง​พวกเขา​ด้วย”
13فَقَالَ مِيخَا: «حَيٌّ هُوَ ٱلرَّبُّ، إِنَّ مَا يَقُولُهُ إِلَهِي فَبِهِ أَتَكَلَّمُ».
13มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​ทรง​พระชนม์​อยู่​แน่ฉันใด ข้า​จะ​พูด​ตาม​ที่​พระเจ้าของ​ข้าตรัสเท่านั้น”
14وَلَمَّا جَاءَ إِلَى ٱلْمَلِكِ قَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «يَا مِيخَا، أَنَذْهَبُ إِلَى رَامُوتِ جِلْعَادَ لِلْقِتَالِ أَمْ أَمْتَنِعُ؟» فَقَالَ: «ٱصْعَدُوا وَأَفْلِحُوا فَيُدْفَعُوا لِيَدِكُمْ».
14เมื่อ​เขา​มา​ถึง กษัตริย์​ถาม​ว่า “มี​คายาห์ เราควร​ไป​ทำ​สงคราม​ที่​ราโมทกิเลอาด หรือ​ควร​อยู่​เฉย” มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “ยกทัพ​ไป​เถิด แล้ว​จะ​มี​ชัย พวกเขา​จะ​ถูกมอบไว้​ใน​มือ​ของ​ท่าน”
15فَقَالَ لَهُ ٱلْمَلِكُ: «كَمْ مَرَّةٍ أَسْتَحْلِفُكَ أَنْ لَا تَقُولَ لِي إِلَّا ٱلْحَقَّ بِٱسْمِ ٱلرَّبِّ؟»
15กษัตริย์​จึง​กล่าว​ว่า “ข้าต้อง​ให้​เจ้าสาบาน​อีก​กี่ครั้ง เจ้า​ถึง​จะ​บอกความจริง​แก่​ข้า​ใน​พระนาม​ของ​พระยาห์เวห์”
16فَقَالَ: «رَأَيْتُ كُلَّ إِسْرَائِيلَ مُشَتَّتِينَ عَلَى ٱلْجِبَالِ كَخِرَافٍ لَا رَاعِيَ لَهَا. فَقَالَ ٱلرَّبُّ: لَيْسَ لِهَؤُلَاءِ أَصْحَابٌ، فَلْيَرْجِعُوا كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى بَيْتِهِ بِسَلَامٍ».
16มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “ข้า​เห็น​ชาว​อิสราเอลทั้งหมดกระจัดกระจายบนภูเขาเหมือนแกะ​ที่​ไม่มี​คน​เลี้ยง พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘คน​เหล่า​นี้​ไม่มีนาย ให้​ทุก​คน​กลับ​บ้านอย่างสงบเถิด’”
17فَقَالَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ لِيَهُوشَافَاطَ: «أَمَا قُلْتُ لَكَ إِنَّهُ لَا يَتَنَبَّأُ عَلَيَّ خَيْرًا بَلْ شَرًّا؟»
17กษัตริย์​อิสราเอลหัน​ไป​บอกเยโฮชาฟัท​ว่า “ข้าบอก​แล้ว​มิใช่​หรือ​ว่า​เขา​จะ​ไม่​พยากรณ์เรื่องดีเกี่ยว​กับ​ข้า มี​แต่​เรื่องร้าย”
18وَقَالَ: «فَٱسْمَعْ إِذًا كَلَامَ ٱلرَّبِّ. قَدْ رَأَيْتُ ٱلرَّبَّ جَالِسًا عَلَى كُرْسِيِّهِ، وَكُلُّ جُنْدِ ٱلسَّمَاءِ وُقُوفٌ عَنْ يَمِينِهِ وَعَنْ يَسَارِهِ.
18มี​คายาห์​กล่าว​ต่อว่า “ดัง​นั้น​จงฟังพระดำรัส​ของ​พระยาห์เวห์ ข้า​เห็น​พระยาห์เวห์ประทับบนบัลลังก์ กองทัพแห่งสวรรค์​ทั้ง​สิ้นยืน​อยู่​เบื้องขวา​และ​เบื้องซ้าย​ของ​พระองค์
19فَقَالَ ٱلرَّبُّ: مَنْ يُغْوِي أَخْآبَ مَلِكَ إِسْرَائِيلَ فَيَصْعَدَ وَيَسْقُطَ فِي رَامُوتِ جِلْعَادَ؟ فَقَالَ هَذَا هَكَذَا، وَقَالَ ذَاكَ هَكَذَا.
19พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘ใคร​จะ​ล่อ​ให้​อาหับ​กษัตริย์​อิสราเอลยกทัพ​ไป​สิ้นชีวิต​ที่​ราโมทกิเลอาด’ ผู้หนึ่งเสนออย่าง​นี้ อีก​ผู้หนึ่งเสนออย่าง​นั้น
20ثُمَّ خَرَجَ ٱلرُّوحُ وَوَقَفَ أَمَامَ ٱلرَّبِّ وَقَالَ: أَنَا أُغْوِيهِ. فَقَالَ لَهُ ٱلرَّبُّ: بِمَاذَا؟
20แล้ว​วิญญาณตนหนึ่ง​ออก​มา​ยืน​ต่อ​พระพักตร์พระยาห์เวห์​และ​กล่าว​ว่า ‘ข้า​จะ​ล่อ​เขา​เอง’ พระยาห์เวห์ตรัส​ถาม​ว่า ‘ด้วย​วิธีใด’
21فَقَالَ: أَخْرُجُ وَأَكُونُ لِرُوحِ كَذِبٍ فِي أَفْوَاهِ جَمِيعِ أَنْبِيَائِهِ. فَقَالَ: إِنَّكَ تُغْوِيهِ وَتَقْتَدِرُ. فَٱخْرُجْ وَٱفْعَلْ هَكَذَا.
21วิญญาณ​ตอบ​ว่า ‘ข้า​จะ​เป็น​วิญญาณ​ที่​พูดเท็จผ่านปากผู้เผยพระวจนะทั้งหมด​ของ​เขา’ พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘เจ้า​จะ​ล่อ​เขา​ได้​สำเร็จ ไป​ทำ​ตาม​นั้น’
22وَٱلْآنَ هُوَذَا قَدْ جَعَلَ ٱلرَّبُّ رُوحَ كَذِبٍ فِي أَفْوَاهِ أَنْبِيَائِكَ هَؤُلَاءِ، وَٱلرَّبُّ تَكَلَّمَ عَلَيْكَ بِشَرٍّ».
22“บัดนี้พระยาห์เวห์​ทรง​ให้​วิญญาณ​ที่​พูดเท็จ​กล่าว​ผ่านปากผู้เผยพระวจนะเหล่า​นี้​ของ​ท่าน และ​พระยาห์เวห์​ทรง​ประกาศ​ว่า​จะ​เกิดเรื่องร้าย​แก่​ท่าน”
23فَتَقَدَّمَ صِدْقِيَّا بْنُ كَنْعَنَةَ وَضَرَبَ مِيخَا عَلَى ٱلْفَكِّ وَقَالَ: «مِنْ أَيِّ طَرِيقٍ عَبَرَ رُوحُ ٱلرَّبِّ مِنِّي لِيُكَلِّمَكَ؟».
23เศเดคียาห์​บุตร​เคนาอานาห์เดิน​เข้า​มา​ตบแก้ม​มี​คายาห์​แล้ว​ถาม​ว่า “พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ออก​จาก​ข้า​ไป​พูด​กับ​เจ้า​โดย​ทางไหน”
24فَقَالَ مِيخَا: «إِنَّكَ سَتَرَى فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ ٱلَّذِي تَدْخُلُ فِيهِ مِنْ مُخْدَعٍ إِلَى مُخْدَعٍ لِتَخْتَبِئَ».
24มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “วันใด​ที่​ท่านหลบเข้าไปซ่อน​ใน​ห้องชั้น​ใน ท่าน​จะ​รู้เอง”
25فَقَالَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ: «خُذُوا مِيخَا وَرُدُّوهُ إِلَى أَمُّونَ رَئِيسِ ٱلْمَدِينَةِ وَإِلَى يُوآشَ ٱبْنِ ٱلْمَلِكِ،
25กษัตริย์​อิสราเอลสั่ง​ว่า “จับ​มี​คายาห์​ส่ง​กลับ​ไป​หาอาโมนเจ้า​เมือง​กับ​โยอาช​บุตร​ของ​กษัตริย์
26وَقُولُوا هَكَذَا يَقُولُ ٱلْمَلِكُ: ضَعُوا هَذَا فِي ٱلسِّجْنِ، وَأَطْعِمُوهُ خُبْزَ ٱلضِّيقِ وَمَاءَ ٱلضِّيقِ حَتَّى أَرْجِعَ بِسَلَامٍ».
26แล้ว​บอก​ว่า ‘กษัตริย์​สั่ง​ให้​ขัง​คน​นี้​ไว้ ให้​อาหาร​กับ​น้ำอย่างขัดสนระหว่าง​ที่​รอข้า​กลับ​มา​อย่างปลอดภัย’”
27فَقَالَ مِيخَا: «إِنْ رَجَعْتَ رُجُوعًا بِسَلَامٍ، فَلَمْ يَتَكَلَّمِ ٱلرَّبُّ بِي». وَقَالَ: «ٱسْمَعُوا أَيُّهَا ٱلشُّعُوبُ أَجْمَعُونَ».
27มี​คายาห์​กล่าว​ว่า “ถ้าท่าน​กลับ​มา​อย่างปลอดภัยจริง พระยาห์เวห์​ก็​ไม่​ได้​ตรัสผ่านข้า” แล้ว​เขา​ประกาศ​ว่า “ทุก​คน​จงฟังไว้”
28فَصَعِدَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ وَيَهُوشَافَاطُ مَلِكُ يَهُوذَا إِلَى رَامُوتِ جِلْعَادَ.
28กษัตริย์​อิสราเอล​กับ​เยโฮชาฟัท​กษัตริย์​ยูดาห์ยกทัพ​ไป​ยัง​ราโมทกิเลอาด
29وَقَالَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ لِيَهُوشَافَاطَ: «إِنِّي أَتَنَكَّرُ وَأَدْخُلُ ٱلْحَرْبَ، وَأَمَّا أَنْتَ فَٱلْبَسْ ثِيَابَكَ». فَتَنَكَّرَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ وَدَخَلَا ٱلْحَرْبَ.
29กษัตริย์​อิสราเอล​กล่าว​กับ​เยโฮชาฟัท​ว่า “ข้า​จะ​ปลอมตัว​เข้า​รบ ส่วน​ท่านสวมฉลอง​พระองค์​ตาม​เดิม” เขา​จึง​ปลอมตัว​แล้ว​ทั้ง​สอง​เข้า​สู่สนามรบ
30وَأَمَرَ مَلِكُ أَرَامَ رُؤَسَاءَ ٱلْمَرْكَبَاتِ ٱلَّتِي لَهُ قَائِلًا: «لَا تُحَارِبُوا صَغِيرًا وَلَا كَبِيرًا إِلَّا مَلِكَ إِسْرَائِيلَ وَحْدَهُ».
30กษัตริย์​ซีเรียสั่งผู้บังคับบัญชารถรบไว้​ว่า “อย่ารบ​กับ​ใครอื่น ไม่​ว่า​ผู้น้อยหรือผู้ใหญ่ ให้​มุ่งโจมตี​กษัตริย์​อิสราเอลเท่านั้น”
31فَلَمَّا رَأَى رُؤَسَاءُ ٱلْمَرْكَبَاتِ يَهُوشَافَاطَ قَالُوا: «إِنَّهُ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ»، فَحَاوَطُوهُ لِلْقِتَالِ، فَصَرَخَ يَهُوشَافَاطُ، وَسَاعَدَهُ ٱلرَّبُّ وَحَوَّلَهُمُ ٱللهُ عَنْهُ.
31เมื่อ​ผู้บังคับบัญชารถรบ​เห็น​เยโฮชาฟัท ก็​คิด​ว่า “นั่น​กษัตริย์​อิสราเอล” จึง​หันรถ​เข้า​จะ​โจมตี แต่​เยโฮชาฟัทร้องขอความช่วยเหลือ พระยาห์เวห์​ทรง​ช่วย​เขา พระเจ้า​ทรง​ทำให้​พวก​นั้น​ผละ​จาก​เขา
32فَلَمَّا رَأَى رُؤَسَاءُ ٱلْمَرْكَبَاتِ أَنَّهُ لَيْسَ مَلِكَ إِسْرَائِيلَ رَجَعُوا عَنْهُ.
32พอ​พวกเขา​เห็น​ว่า​ไม่ใช่​กษัตริย์​อิสราเอล ก็​เลิกไล่​ตาม
33وَإِنَّ رَجُلًا نَزَعَ فِي قَوْسِهِ غَيْرَ مُتَعَمِّدٍ وَضَرَبَ مَلِكَ إِسْرَائِيلَ بَيْنَ أَوْصَالِ ٱلدِّرْعِ، فَقَالَ لِمُدِيرِ ٱلْمَرْكَبَةِ: «رُدَّ يَدَكَ وَأَخْرِجْنِي مِنَ ٱلْجَيْشِ لِأَنِّي قَدْ جُرِحْتُ».
33ทหาร​คน​หนึ่งยิงธนู​ไป​โดย​ไม่​เล็ง ลูกธนูถูก​กษัตริย์​อิสราเอลตรงรอย​ต่อ​ของ​เสื้อเกราะ เขา​จึง​บอกพลขับรถรบ​ว่า “หันรถพาข้า​ออก​จาก​สนามรบ ข้าบาดเจ็บหนัก”
34وَٱشْتَدَّ ٱلْقِتَالُ فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ، وَأُوقِفَ مَلِكُ إِسْرَائِيلَ فِي ٱلْمَرْكَبَةِ مُقَابِلَ أَرَامَ إِلَى ٱلْمَسَاءِ، وَمَاتَ عِنْدَ غُرُوبِ ٱلشَّمْسِ.
34วัน​นั้น​การรบยิ่งดุเดือด กษัตริย์​อิสราเอล​ยัง​พยุงตัว​อยู่​บนรถรบ เผชิญหน้า​ชาว​ซีเรีย​จน​เย็น แล้ว​สิ้นชีวิต​เมื่อ​ดวงอาทิตย์ใกล้ตก

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.