역대하
Chapter 18
Korean Bible, 1910 (한국어 …
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1여호사밧이 부귀와 영광이 극하였고 아합으로 더불어 연혼하였더라
1เยโฮชาฟัทมั่งคั่ง​และ​มี​เกียรติ​มาก เขา​เป็น​พันธมิตร​กับ​อาหับ
2두어해 후에 저가 사마리아에 내려가서 아합에게 나아갔더니 아합이 저와 종자를 위하여 우양을 많이 잡고 함께 가서 길르앗 라못 치기를 권하더라
2หลายปี​ต่อ​มา​เขา​ลง​ไป​เยี่ยมอาหับ​ที่​สะ​มา​เรีย อาหับฆ่าแกะ​กับ​โคมากมายเลี้ยง​เขา​และ​ผู้ติดตาม แล้ว​ชักชวน​ให้​เขา​ไป​รบ​ที่​ราโมทกิเลอาด​ด้วย​กัน
3이스라엘 왕 아합이 유다 왕 여호사밧에게 이르되 `당신은 나와 함께 길르앗 라못으로 가시겠느뇨 ?' 대답하되 '나는 당신과 일반이요 내 백성은 당신의 백성과 일반이니 당신과 함께 싸우리이다'
3อาหับ​กษัตริย์​อิสราเอล​ถาม​เยโฮชาฟัท​กษัตริย์​ยูดาห์​ว่า “ท่าน​จะ​ไป​ตีราโมทกิเลอาดกับข้า​หรือ​ไม่” เยโฮชาฟัท​ตอบ​ว่า “ข้า​กับ​ท่าน​เป็น​พวก​เดียวกัน ประชาชน​ของ​ข้า​ก็​เป็น​พวก​เดียว​กับ​ประชาชน​ของ​ท่าน เรา​จะ​ร่วมรบ​กับ​ท่าน”
4여호사밧이 또 이스라엘 왕에게 이르되 `청컨대 먼저 여호와의 말씀이 어떠하신지 물어 보소서'
4แต่​เยโฮชาฟัท​กล่าว​กับ​กษัตริย์​อิสราเอล​ว่า “ขอทูล​ถาม​พระยาห์เวห์​ก่อน​เถิด”
5이스라엘 왕이 이에 선지자 사백인을 모으고 저희에게 이르되 `우리가 길르앗 라못에 가서 싸우랴 말랴' 저희가 가로되 '올라 가소서 하나님이 그 성을 왕의 손에 붙이시리이다'
5กษัตริย์​อิสราเอลเรียกผู้เผยพระวจนะ 400 คน​มา​รวมกัน​แล้ว​ถาม​ว่า “เราควร​ไป​ทำ​สงคราม​ที่​ราโมทกิเลอาด หรือ​ควร​อยู่​เฉย” พวกเขา​ตอบ​ว่า “ยกทัพ​ไป​เถิด พระเจ้า​จะ​ทรง​มอบ​เมือง​นั้น​ไว้​ใน​มือ​กษัตริย์”
6여호사밧이 가로되 `이 외에 우리가 물을 만한 여호와의 선지자가 여기 있지 아니하니이까 ?'
6แต่​เยโฮชาฟัท​ถาม​ว่า “ที่​นี่​ยัง​มี​ผู้เผยพระวจนะ​ของ​พระยาห์เวห์​คน​อื่น​ให้​เราทูล​ถาม​อีก​ไหม”
7이스라엘 왕이 여호사밧에게 이르되 `오히려 이믈라의 아들 미가야 한 사람이 있으니 저로 말미암아 여호와께 물을 수 있으나 저는 내게 대하여 길한 일은 예언하지 아니하고 항상 흉한 일만 예언하기로 내가 저를 미워하나이다' 여호사밧이 가로되 '왕은 그런 말씀을 마소서'
7กษัตริย์​อิสราเอล​ตอบ​เยโฮชาฟัท​ว่า “ยัง​มี​คน​หนึ่ง​ที่​เราทูล​ถาม​พระยาห์เวห์ผ่าน​เขา​ได้ แต่​ข้าเกลียด​เขา เพราะ​เขา​ไม่​เคยพยากรณ์เรื่องดีเกี่ยว​กับ​ข้า มี​แต่​เรื่องร้าย เขา​คือ​มี​คายาห์​บุตร​อิมลาห์” เยโฮชาฟัท​ตอบ​ว่า “กษัตริย์​อย่าตรัสเช่น​นั้น​เลย”
8이스라엘 왕이 한 내시를 불러 이르되 `이믈라의 아들 미가야로 속히 오게 하라' 하니라
8กษัตริย์​อิสราเอล​จึง​สั่งเจ้าหน้าที่​คน​หนึ่ง​ว่า “ไป​พา​มี​คายาห์​บุตร​อิมลาห์​มา​เร็ว”
9이스라엘 왕과 유다 왕 여호사밧이 왕복을 입고 사마리아 성문 어귀 광장에서 각기 보좌에 앉았고 모든 선지자가 그 앞에서 예언을 하는데
9กษัตริย์​อิสราเอล​กับ​เยโฮชาฟัท​กษัตริย์​ยูดาห์ต่างสวมฉลอง​พระองค์​นั่งบนบัลลังก์​ของ​ตน ณ ลานโล่งตรงทาง​เข้า​ประตู​เมือง​สะ​มา​เรีย ผู้เผยพระวจนะทั้งหมด​กล่าว​คำพยากรณ์​อยู่​ต่อ​หน้า​ทั้ง​สอง
10그나아나의 아들 시드기야는 철로 뿔들을 만들어 가지고 말하되 `여호와의 말씀이 왕이 이것들로 아람 사람을 찔러 진멸하리라 하셨다' 하고
10เศเดคียาห์​บุตร​เคนาอานาห์​ทำ​เขา​สัตว์เหล็กคู่หนึ่ง​แล้ว​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘เจ้า​จะ​ใช้​เขา​นี้​ขวิด​ชาว​ซีเรีย​จน​พินาศ’”
11모든 선지자도 그와 같이 예언하여 이르기를 `길르앗 라못으로 올라가서 승리를 얻으소서 여호와께서 그 성을 왕의 손에 붙이시리이다' 하더라
11ผู้เผยพระวจนะ​ทุก​คน​ก็​กล่าว​เหมือนกัน​ว่า “ยกทัพ​ไป​ตีราโมทกิเลอาดเถิด แล้ว​ท่าน​จะ​มี​ชัย พระยาห์เวห์​จะ​ทรง​มอบ​เมือง​ไว้​ใน​มือ​กษัตริย์”
12미가야를 부르러 간 사자가 일러 가로되 `선지자들의 말이 여출일구하여 왕에게 길하게 하니 청컨대 당신의 말도 저희 중 한 사람처럼 길하게 하소서'
12ผู้ส่งสาร​ที่​ไป​ตาม​มี​คายาห์บอก​เขา​ว่า “ผู้เผยพระวจนะ​ทุก​คน​พูด​เป็น​เสียงเดียวกัน​ว่า​กษัตริย์​จะ​ได้​รับผลดี ขอ​ให้​ท่านพูดดีอย่าง​พวกเขา​ด้วย”
13미가야가 가로되 `여호와의 사심을 가리켜 맹세하노니 내 하나님의 말씀하시는 것 곧 그것을 내가 말하리라' 하고
13มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​ทรง​พระชนม์​อยู่​แน่ฉันใด ข้า​จะ​พูด​ตาม​ที่​พระเจ้าของ​ข้าตรัสเท่านั้น”
14이에 왕에게 이르니 왕이 저에게 이르되 `미가야야 우리가 길르앗 라못으로 싸우러 가랴' 가로되 '올라가서 승리를 얻으소서 저희가 왕의 손에 붙인 바 되리이다'
14เมื่อ​เขา​มา​ถึง กษัตริย์​ถาม​ว่า “มี​คายาห์ เราควร​ไป​ทำ​สงคราม​ที่​ราโมทกิเลอาด หรือ​ควร​อยู่​เฉย” มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “ยกทัพ​ไป​เถิด แล้ว​จะ​มี​ชัย พวกเขา​จะ​ถูกมอบไว้​ใน​มือ​ของ​ท่าน”
15왕이 저에게 이르되 `여호와의 이름으로 진실한 것만 말하라고 내가 몇번이나 너로 맹세케 하여야 하겠느냐 ?'
15กษัตริย์​จึง​กล่าว​ว่า “ข้าต้อง​ให้​เจ้าสาบาน​อีก​กี่ครั้ง เจ้า​ถึง​จะ​บอกความจริง​แก่​ข้า​ใน​พระนาม​ของ​พระยาห์เวห์”
16저가 가로되 `내가 보니 온 이스라엘이 목자 없는 양 같이 산에 흩어졌는데 여호와의 말씀이 이 무리가 주인이 없으니 각각 평안히 그 집으로 돌아갈 것이니라 하셨나이다'
16มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “ข้า​เห็น​ชาว​อิสราเอลทั้งหมดกระจัดกระจายบนภูเขาเหมือนแกะ​ที่​ไม่มี​คน​เลี้ยง พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘คน​เหล่า​นี้​ไม่มีนาย ให้​ทุก​คน​กลับ​บ้านอย่างสงบเถิด’”
17이스라엘 왕이 여호사밧에게 이르되 `저 사람이 내게 대하여 길한 것을 예언하지 아니하고 흉한 것만 예언하겠다고 당신에게 말씀하지 아니하였나이까 ?'
17กษัตริย์​อิสราเอลหัน​ไป​บอกเยโฮชาฟัท​ว่า “ข้าบอก​แล้ว​มิใช่​หรือ​ว่า​เขา​จะ​ไม่​พยากรณ์เรื่องดีเกี่ยว​กับ​ข้า มี​แต่​เรื่องร้าย”
18미가야가 가로되 `그런즉 왕은 여호와의 말씀을 들으소서 내가 보니 여호와께서 그 보좌에 앉으셨고 하늘의 만군이 그 좌우편에 모시고 섰는데
18มี​คายาห์​กล่าว​ต่อว่า “ดัง​นั้น​จงฟังพระดำรัส​ของ​พระยาห์เวห์ ข้า​เห็น​พระยาห์เวห์ประทับบนบัลลังก์ กองทัพแห่งสวรรค์​ทั้ง​สิ้นยืน​อยู่​เบื้องขวา​และ​เบื้องซ้าย​ของ​พระองค์
19여호와께서 말씀하시기를 누가 이스라엘 왕 아합을 꾀어 저로 길르앗 라못에 올라가서 죽게 할꼬 하시니 하나는 이렇게 하겠다 하고 하나는 저렇게 하겠다 하였는데
19พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘ใคร​จะ​ล่อ​ให้​อาหับ​กษัตริย์​อิสราเอลยกทัพ​ไป​สิ้นชีวิต​ที่​ราโมทกิเลอาด’ ผู้หนึ่งเสนออย่าง​นี้ อีก​ผู้หนึ่งเสนออย่าง​นั้น
20한 영(靈)이 나아와 여호와 앞에 서서 말하되 내가 저를 꾀이겠나이다 여호와께서 저에게 이르시되 어떻게 하겠느냐 ?
20แล้ว​วิญญาณตนหนึ่ง​ออก​มา​ยืน​ต่อ​พระพักตร์พระยาห์เวห์​และ​กล่าว​ว่า ‘ข้า​จะ​ล่อ​เขา​เอง’ พระยาห์เวห์ตรัส​ถาม​ว่า ‘ด้วย​วิธีใด’
21가로되 내가 나가서 거짓말하는 영이 되어 그 모든 선지자의 입에 있겠나이다 여호와께서 가라사대 너는 꾀이겠고 또 이루리라 나가서 그리하라 하셨은즉
21วิญญาณ​ตอบ​ว่า ‘ข้า​จะ​เป็น​วิญญาณ​ที่​พูดเท็จผ่านปากผู้เผยพระวจนะทั้งหมด​ของ​เขา’ พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า ‘เจ้า​จะ​ล่อ​เขา​ได้​สำเร็จ ไป​ทำ​ตาม​นั้น’
22이제 여호와께서 거짓말하는 영을 왕의 이 모든 선지자의 입에 넣으셨고 또 여호와께서 왕에게 대하여 화를 말씀하셨나이다'
22“บัดนี้พระยาห์เวห์​ทรง​ให้​วิญญาณ​ที่​พูดเท็จ​กล่าว​ผ่านปากผู้เผยพระวจนะเหล่า​นี้​ของ​ท่าน และ​พระยาห์เวห์​ทรง​ประกาศ​ว่า​จะ​เกิดเรื่องร้าย​แก่​ท่าน”
23그나아나의 아들 시드기야가 가까이 와서 미가야의 뺨을 치며 이르되 `여호와의 영이 나를 떠나 어디로 말미암아 가서 네게 말씀 하더냐 ?'
23เศเดคียาห์​บุตร​เคนาอานาห์เดิน​เข้า​มา​ตบแก้ม​มี​คายาห์​แล้ว​ถาม​ว่า “พระวิญญาณ​ของ​พระยาห์เวห์​ออก​จาก​ข้า​ไป​พูด​กับ​เจ้า​โดย​ทางไหน”
24미가야가 가로되 `네가 골방에 들어가서 숨는 그 날에 보리라'
24มี​คายาห์​ตอบ​ว่า “วันใด​ที่​ท่านหลบเข้าไปซ่อน​ใน​ห้องชั้น​ใน ท่าน​จะ​รู้เอง”
25이스라엘 왕이 가로되 `미가야를 잡아 부윤 아몬과 왕자 요아스에게로 끌고 돌아가서
25กษัตริย์​อิสราเอลสั่ง​ว่า “จับ​มี​คายาห์​ส่ง​กลับ​ไป​หาอาโมนเจ้า​เมือง​กับ​โยอาช​บุตร​ของ​กษัตริย์
26말하기를 왕의 말씀이 이 놈을 옥에 가두고 내가 평안히 돌아올때까지 고생의 떡과 고생의 물로 먹이라' 하라
26แล้ว​บอก​ว่า ‘กษัตริย์​สั่ง​ให้​ขัง​คน​นี้​ไว้ ให้​อาหาร​กับ​น้ำอย่างขัดสนระหว่าง​ที่​รอข้า​กลับ​มา​อย่างปลอดภัย’”
27미가야가 가로되 `왕이 참으로 평안히 돌아오시게 될진대 여호와께서 나로 말씀하지 아니하셨으리이다' 또 가로되 '너희 백성들아 다 들을지어다 !' 하니라
27มี​คายาห์​กล่าว​ว่า “ถ้าท่าน​กลับ​มา​อย่างปลอดภัยจริง พระยาห์เวห์​ก็​ไม่​ได้​ตรัสผ่านข้า” แล้ว​เขา​ประกาศ​ว่า “ทุก​คน​จงฟังไว้”
28이스라엘 왕과 유다 왕 여호사밧이 길르앗 라못으로 올라가니라
28กษัตริย์​อิสราเอล​กับ​เยโฮชาฟัท​กษัตริย์​ยูดาห์ยกทัพ​ไป​ยัง​ราโมทกิเลอาด
29이스라엘 왕이 여호사밧에게 이르되 `나는 변장하고 군중으로 들어가려 하노니 당신은 왕복을 입으소서' 하고 이스라엘 왕이 변장하고 둘이 군중으로 들어가니라
29กษัตริย์​อิสราเอล​กล่าว​กับ​เยโฮชาฟัท​ว่า “ข้า​จะ​ปลอมตัว​เข้า​รบ ส่วน​ท่านสวมฉลอง​พระองค์​ตาม​เดิม” เขา​จึง​ปลอมตัว​แล้ว​ทั้ง​สอง​เข้า​สู่สนามรบ
30아람 왕이 그 병거 장관들에게 이미 명하여 이르기를 `너희는 작은 자나 큰 자나 더불어 싸우지 말고 오직 이스라엘 왕과 싸우라' 한지라
30กษัตริย์​ซีเรียสั่งผู้บังคับบัญชารถรบไว้​ว่า “อย่ารบ​กับ​ใครอื่น ไม่​ว่า​ผู้น้อยหรือผู้ใหญ่ ให้​มุ่งโจมตี​กษัตริย์​อิสราเอลเท่านั้น”
31병거의 장관들이 여호사밧을 보고 이르되 `이가 이스라엘 왕이라' 하고 돌이켜 저와 싸우려 한즉 여호사밧이 소리를 지르매 여호와께서 저를 도우시며 하나님이 저희를 감동시키사 저를 떠나가게 하신지라
31เมื่อ​ผู้บังคับบัญชารถรบ​เห็น​เยโฮชาฟัท ก็​คิด​ว่า “นั่น​กษัตริย์​อิสราเอล” จึง​หันรถ​เข้า​จะ​โจมตี แต่​เยโฮชาฟัทร้องขอความช่วยเหลือ พระยาห์เวห์​ทรง​ช่วย​เขา พระเจ้า​ทรง​ทำให้​พวก​นั้น​ผละ​จาก​เขา
32병거의 장관들이 저가 이스라엘 왕이 아님을 보고 쫓기를 그치고 돌이켰더라
32พอ​พวกเขา​เห็น​ว่า​ไม่ใช่​กษัตริย์​อิสราเอล ก็​เลิกไล่​ตาม
33한 사람이 우연히 활을 당기어 이스라엘 왕의 갑옷 솔기를 쏜지라 왕이 그 병거 모는 자에게 이르되 '내가 부상하였으니 네 손을 돌이켜 나로 군중에서 나가게 하라' 하였으나
33ทหาร​คน​หนึ่งยิงธนู​ไป​โดย​ไม่​เล็ง ลูกธนูถูก​กษัตริย์​อิสราเอลตรงรอย​ต่อ​ของ​เสื้อเกราะ เขา​จึง​บอกพลขับรถรบ​ว่า “หันรถพาข้า​ออก​จาก​สนามรบ ข้าบาดเจ็บหนัก”
34이 날의 전쟁이 맹렬하였으므로 이스라엘 왕이 병거에서 스스로 부지하며 저녁때까지 아람 사람을 막다가 해가 질 즈음에 죽었더라
34วัน​นั้น​การรบยิ่งดุเดือด กษัตริย์​อิสราเอล​ยัง​พยุงตัว​อยู่​บนรถรบ เผชิญหน้า​ชาว​ซีเรีย​จน​เย็น แล้ว​สิ้นชีวิต​เมื่อ​ดวงอาทิตย์ใกล้ตก

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.