ผู้​วินิจฉัย
Chapter 9

ผู้​วินิจฉัย

Freedom Bible (Thai)
vs Petrus Canisius Bi…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

ผู้​วินิจฉัย 9

Freedom Bible (Thai)
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
1อาบีเมเลค​บุตร​เยรุบบาอัล​ไป​หา​เหล่า​พี่น้อง​ของ​มารดา​ที่​เชเคม และ​พูด​กับ​พวก​เขา​และ​ทุก​คน​ใน​ตระกูล​ทาง​ฝ่าย​ตา​ของ​เขา​ว่า
1Nu begaf Abimélek, de zoon van Jeroebbáal, zich naar Sikem, naar de verwanten van zijn moeder, en sprak tot hen en tot heel het geslacht van zijn familie van moederskant:
2“โปรด​พูด​ให้​ชาว​เชเคม​ทุก​คน​ฟัง​ว่า ‘อย่าง​ไหน​ดี​กว่า​สำหรับ​พวก​ท่าน จะ​ให้​บุตร​ทั้ง​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​ปกครอง หรือ​ให้​คน​คน​เดียว​ปกครอง?’ และ​ขอ​ให้​จำ​ไว้​ว่า ข้าพเจ้า​เป็น​สายเลือด​เดียว​กับ​พวก​ท่าน”
2Dit moet ge al de burgers van Sikem eens duidelijk zeggen: “Wat is beter voor u, dat al de zeventig zonen van Jeroebbáal over u heersen, of dat één man u regeert? En denkt daarbij, dat ik van uw gebeente en vlees ben.”
3พี่น้อง​ของ​มารดา​จึง​นำ​ความ​ทั้งหมด​นี้​ไป​บอก​ชาว​เชเคม จิตใจ​ของ​พวก​เขา​ก็​เอนเอียง​ไป​ติดตาม​อาบีเมเลค เพราะ​พูด​กัน​ว่า “เขา​เป็น​พี่น้อง​ของ​เรา”
3In die geest spraken dus zijn verwanten van moederskant openlijk tot de burgers van Sikem, die wat voor Abimélek begonnen te voelen. Want ze dachten: Hij is onze broeder.
4พวก​เขา​นำ​เงิน​เจ็ด​สิบ​แผ่น​จาก​เทวสถาน​พระบาอัลเบรีท​มอบ​ให้​อาบีเมเลค เขา​ใช้​เงิน​นั้น​จ้าง​คน​ไร้​ค่า​และ​บ้าบิ่น​ให้​ติดตาม​ตน
4Ze gaven hem uit de tempel van Báal-Berit zeventig zilveren sikkels, waarvoor Abimélek enige leeglopers en vlegels huurde, die hem volgden.
5เขา​ไป​ยัง​บ้าน​บิดา​ที่​โอฟราห์ แล้ว​ฆ่า​พี่น้อง​คือ​บุตร​ชาย​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​บน​ก้อน​หิน​ก้อน​เดียว แต่​โยธาม​บุตร​คน​เล็ก​ของ​เยรุบบาอัล​รอดชีวิต​เพราะ​ซ่อน​ตัว​อยู่
5Toen trok hij op naar het huis van zijn vader te Ofra, en vermoordde op één steen al zijn zeventig broers, Jeroebbáals zonen. Jotam alleen, de jongste zoon van Jeroebbáal, bleef over, daar hij zich verborgen had.
6ชาว​เชเคม​ทั้งหมด​กับ​คน​ทั้งหมด​ใน​บ้าน​มิลโล​มา​ชุมนุม​กัน แล้ว​ตั้ง​อาบีเมเลค​เป็น​กษัตริย์​ที่​ต้น​โอ๊ก​ข้าง​เสา​หิน​ใน​เชเคม
6Nu kwamen alle burgers van Sikem en heel Bet-Millo bijeen, en riepen Abimélek tot koning uit bij de eik van de gedenksteen, die te Sikem was.
7เมื่อ​มี​คน​บอก​โยธาม เขา​ก็​ขึ้น​ไป​ยืน​บน​ยอด​ภูเขา​เกริซิม ร้อง​เสียง​ดัง​บอก​พวก​เขา​ว่า “ชาว​เชเคม​เอ๋ย จง​ฟัง​ข้าพเจ้า เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ทรง​ฟัง​พวก​ท่าน
7Toen men dit aan Jotam had bericht, ging hij op de top van de berg Gerizzim staan, en riep met luider stem: Luistert naar mij, burgers van Sikem, opdat God luistere naar u!
8ครั้ง​หนึ่ง​ต้นไม้​ทั้งหลาย​ออก​ไป​เจิม​ตั้ง​กษัตริย์​ปกครอง​พวก​มัน พวก​มัน​บอก​ต้น​มะกอก​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
8Eens gingen de bomen op weg, om zich een koning te zalven. En ze zeiden tot de olijf: Wees koning over ons!
9“แต่​ต้น​มะกอก​ตอบ​ว่า ‘เรา​ควร​เลิก​ผลิต​น้ำมัน​ซึ่ง​ผู้คน​ใช้​ให้​เกียรติ​พระเจ้า​และ​มนุษย์ แล้ว​ไป​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ต้นไม้​อื่น​หรือ?’
9Maar de olijf antwoordde: Zou ik ophouden, mijn olie te geven, die God en mens in mij waarderen, en boven de bomen gaan zweven?
10“ต้นไม้​ทั้งหลาย​จึง​บอก​ต้น​มะเดื่อ​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
10Toen zeiden de bomen tot de vijg: Kom, wees gij dan koning over ons!
11“แต่​ต้น​มะเดื่อ​ตอบ​ว่า ‘เรา​ควร​ทิ้ง​ความ​หวาน​และ​ผล​อัน​ดี​ของ​เรา แล้ว​ไป​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ต้นไม้​อื่น​หรือ?’
11Maar de vijgeboom antwoordde: Zou ik dan ophouden, mijn zoetigheden en heerlijke vrucht te geven, en boven de bomen gaan zweven?
12“ต้นไม้​ทั้งหลาย​จึง​บอก​เถา​องุ่น​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
12Daarop zeiden de bomen tot de wijnstok: Kom, wees gij koning over ons!
13“เถา​องุ่น​ตอบ​ว่า ‘เรา​ควร​ทิ้ง​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ของ​เรา ซึ่ง​ทำให้​พระเจ้า​และ​มนุษย์​ชื่นบาน แล้ว​ไป​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ต้นไม้​อื่น​หรือ?’
13Maar de wijnstok antwoordde: Zou ik dan ophouden, mijn most te geven, die God en mensen verblijdt, en boven de bomen gaan zweven?
14“จาก​นั้น​ต้นไม้​ทั้งหมด​บอก​พุ่ม​หนาม​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
14Nu zeiden alle bomen tot de doornstruik: Welnu dan, wees gij koning over ons!
15“พุ่ม​หนาม​ตอบ​ต้นไม้​ทั้งหลาย​ว่า ‘ถ้า​พวก​เจ้า​ตั้งใจ​จะ​เจิม​เรา​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​พวก​เจ้า​จริงๆ ก็​มา​หลบ​ภัย​ใต้​ร่ม​เงา​ของ​เรา แต่​ถ้า​ไม่​เช่น​นั้น ขอ​ให้​ไฟ​พุ่ง​ออก​จาก​พุ่ม​หนาม​มา​เผา​ผลาญ​ต้น​สน​สี​ดาร์แห่ง​เลบานอน’
15En de doornstruik gaf aan de bomen ten antwoord: Zo ge mij werkelijk over u tot koning wilt zalven, dan moogt ge onder mijn schaduw vluchten; zo niet, dan zal er een vuur van de doornstruik uitgaan, om de ceders van de Libanon te verteren.
16“บัดนี้ ถ้า​พวก​ท่าน​ได้​กระทำ​ด้วย​ความ​จริงใจ​และ​ชอบธรรม​ใน​การ​ตั้ง​อาบีเมเลค​เป็น​กษัตริย์ ถ้า​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​ดี​ต่อ​เยรุบบาอัล​และ​ครอบครัว และ​ตอบแทน​เขา​สม​กับ​ความ​ดี​ที่​เขา​ทำ​ไว้
16Nu dan: hebt ge soms eerlijk en billijk gehandeld, door Abimélek tot koning te verheffen; hebt ge goed gehandeld ten opzichte van Jeroebbáal en zijn huis; hebt ge hem vergolden naar zijn werken?
17เพราะ​บิดา​ของ​ข้าพเจ้า​สู้​รบ​เพื่อ​พวก​ท่าน เสี่ยง​ชีวิต และ​ช่วย​พวก​ท่าน​ให้​พ้น​จาก​อำนาจ​ของ​ชาว​มีเดียน
17Mijn vader heeft voor u gestreden, zijn leven voor u veil gehad, en u uit de hand van Midjan verlost;
18แต่​วัน​นี้​พวก​ท่าน​กลับ​ลุก​ขึ้น​ต่อต้าน​ครอบครัว​ของ​บิดา​ข้าพเจ้า ฆ่า​บุตร​ชาย​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เขา​บน​ก้อน​หิน​ก้อน​เดียว และ​ตั้ง​อาบีเมเลค บุตร​ชาย​ของ​หญิง​รับใช้​ของ​เขา เป็น​กษัตริย์​เหนือ​ชาว​เชเคม เพียง​เพราะ​เขา​เป็น​พี่น้อง​ของ​พวก​ท่าน
18maar gij zijt heden opgestaan tegen het huis van mijn vader, hebt zijn zeventig zonen op één steen gedood, en Abimélek, den zoon zijner slavin, tot koning over de burgers van Sikem aangesteld, enkel omdat hij uw broeder is!
19ถ้า​วัน​นี้​พวก​ท่าน​กระทำ​ต่อ​เยรุบบาอัล​และ​ครอบครัว​ด้วย​ความ​จริงใจ​และ​ชอบธรรม ก็​จง​ชื่นชม​ยินดี​กับ​อาบีเมเลค และ​ให้​อาบีเมเลค​ชื่นชม​ยินดี​กับ​พวก​ท่าน
19Zo ge heden eerlijk en billijk gehandeld hebt met Jeroebbáal en zijn huis, dan moogt ge u in Abimélek verheugen, en hij mag zich verheugen in u.
20แต่​ถ้า​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น ขอ​ให้​ไฟ​ออก​จาก​อาบีเมเลค​มา​เผา​ผลาญ​ชาว​เชเคม​กับ​บ้าน​มิลโล และ​ให้​ไฟ​ออก​จาก​ชาว​เชเคม​กับ​บ้าน​มิลโล​มา​เผา​ผลาญ​อาบีเมเลค”
20Zo niet, dan moge er een vuur van Abimélek uitgaan, om Sikems burgers en Bet-Millo te verteren, en een vuur van Sikems burgers en Bet-Millo uitgaan, om Abimélek te verslinden.
21แล้ว​โยธาม​ก็​วิ่ง​หนี​ไป​ยัง​เบเออร์ และ​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น เพราะ​กลัว​อาบีเมเลค​พี่​ชาย​ของ​ตน
21Daarop maakte Jotam zich uit de voeten, en vluchtte weg naar Beër, waar hij buiten het bereik van zijn broer Abimélek bleef wonen.
22อาบีเมเลค​เป็น​ผู้ปกครอง​อิสราเอล​อยู่​สาม​ปี
22Nadat Abimélek drie jaar zijn macht over Israël had uitgeoefend,
23แล้ว​พระเจ้า​ทรง​ส่ง​วิญญาณ​ชั่ว​มา​ระหว่าง​อาบีเมเลค​กับ​ชาว​เชเคม ชาว​เชเคม​จึง​ทรยศ​อาบีเมเลค
23zond God een geest van tweedracht tussen Abimélek en de burgers van Sikem, en de burgers van Sikem werden Abimélek ontrouw,
24เหตุการณ์​นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​ความ​รุนแรง​ที่​ทำ​แก่​บุตร​ชาย​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​ได้​รับ​การ​ตอบแทน และ​ให้​ความ​ผิด​จาก​การ​หลั่ง​เลือด​ของ​พวก​เขา​ตก​อยู่​กับ​อาบีเมเลค​พี่​ชาย​ผู้​ฆ่า​พวก​เขา กับ​ชาว​เชเคม​ผู้​หนุน​กำลัง​ให้​เขา​ฆ่า​พี่น้อง
24opdat de gewelddaad tegen de zeventig zonen van Jeroebbáal en hun bloed zou neerkomen op Abimélek, hun broer, die hen vermoord had, en op de burgers van Sikem, die hem hadden geholpen, zijn broers te vermoorden.
25ชาว​เชเคม​วาง​กำลัง​ซุ่ม​ดัก​อาบีเมเลค​บน​ยอด​เขา คน​เหล่า​นั้น​ปล้น​ทุก​คน​ที่​ผ่าน​มา​ทาง​นั้น และ​มี​ผู้​รายงาน​เรื่อง​นี้​แก่​อาบีเมเลค
25De burgers van Sikem legden hem hinderlagen op de toppen der bergen, en beroofden een ieder, die op weg hen voorbijging. Dit werd Abimélek meegedeeld.
26กาอัล​บุตร​เอเบด​กับ​พี่น้อง​เดินทาง​มา​ยัง​เชเคม ชาว​เชเคม​ก็​ไว้ใจ​เขา
26Toen dan ook Gáal, de zoon van Ébed, met zijn broers naar Sikem was overgelopen, stelden de burgers van Sikem hun vertrouwen op hem.
27พวก​เขา​ออก​ไป​เก็บ​ผล​องุ่น​ใน​ไร่ ย่ำ​องุ่น แล้ว​จัด​งาน​ฉลอง จาก​นั้น​เข้า​ไป​ใน​เทวสถาน​แห่ง​เทพเจ้า​ของ​ตน กิน ดื่ม และ​สาปแช่ง​อาบีเมเลค
27Eens gingen ze naar buiten het veld in, om de druiven te oogsten en te persen, en feest te vieren; daarna gingen ze de tempel van hun god binnen, aten en dronken, en vervloekten Abimélek.
28กาอัล​บุตร​เอเบด​กล่าว​ว่า “อาบีเมเลค​เป็น​ใคร และ​เชเคม​เป็น​ใคร เรา​จึง​ต้อง​รับใช้​เขา? เขา​เป็น​บุตร​เยรุบบาอัล​ไม่​ใช่​หรือ? เศบูล​เป็น​ผู้แทน​ของ​เขา​ไม่​ใช่​หรือ? ไป​รับใช้​คน​ของ​ฮาโมร์​บิดา​ของ​เชเคม​สิ ทำไม​เรา​ต้อง​รับใช้​เขา?
28En Gáal, de zoon van Ébed, sprak: Wie is Abimélek, en wat is Sikem daarentegen, dat wij hem zouden dienen? Heeft de zoon van Jeroebbáal met zijn bevelhebber Zeboel zelf niet de mannen van Hemor, Sikems vader, gediend? Wat zouden wij hem dan dienstbaar zijn?
29ถ้า​ชนก​ลุ่ม​นี้​อยู่​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​เรา​เสียที! เรา​จะ​กำจัด​อาบีเมเลค​เสีย” แล้ว​เขา​ท้า​อาบีเมเลค​ว่า “จง​เพิ่ม​กำลัง​กองทัพ​แล้ว​ออก​มา​สู้​กัน!”
29Gaf men mij maar eens de macht over dit volk, dan zou ik Abimélek wel doen verdwijnen. Ik zou Abimélek zeggen: Breng een groot leger op de been, en kom maar eens op.
30เมื่อ​เศบูล​ผู้ปกครอง​เมือง​ได้ยิน​คำ​พูด​ของ​กาอัล​บุตร​เอเบด ก็​โกรธ​จัด
30Toen Zeboel, de bevelhebber der stad, vernam, wat Gáal, de zoon van Ébed, gezegd had, ontstak hij in woede.
31เขา​แอบ​ส่ง​ผู้​ส่ง​ข่าว​ไป​หา​อาบีเมเลค​ว่า “กาอัล​บุตร​เอเบด​กับ​พี่น้อง​มา​ถึง​เชเคม​แล้ว และ​พวก​เขา​กำลัง​ปลุกระดม​ชาว​เมือง​ให้​ต่อต้าน​ท่าน
31Hij zond boden naar Abimélek in Aroema met de boodschap: Gáal, de zoon van Ébed, en zijn broers zijn naar Sikem overgelopen, en hitsen de stad tegen u op.
32บัดนี้​ให้​ท่าน​กับ​คน​ที่​อยู่​ด้วย​ยก​มา​ตอน​กลางคืน แล้ว​ซุ่ม​อยู่​ใน​ทุ่ง
32Breek dus vannacht nog op met de mannen, die bij u zijn, en leg u in hinderlaag in het veld;
33พอ​รุ่งเช้า​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น ให้​ท่าน​ลุก​แต่​เช้าตรู่​เข้า​โจมตี​เมือง เมื่อ​เขา​กับ​คน​ของ​เขา​ออก​มา​ต่อสู้ ท่าน​ก็​ทำ​กับ​พวก​เขา​ตาม​แต่​โอกาส​จะ​อำนวย”
33dan kunt ge morgenvroeg bij zonsopgang een aanval doen op de stad. En wanneer hij dan met zijn volk tegen u uittrekt, kunt ge met hem naar omstandigheden handelen.
34อาบีเมเลค​กับ​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ด้วย​จึง​ลุก​ขึ้น​ใน​เวลา​กลางคืน แบ่ง​เป็น​สี่​กอง​ซุ่ม​โจมตี​เชเคม
34Abimélek brak dus op in de nacht met al het volk, dat hem volgde, en ze legden zich in vier groepen in hinderlaag tegenover Sikem.
35กาอัล​บุตร​เอเบด​ออก​มา​ยืน​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง อาบีเมเลค​กับ​คน​ที่​อยู่​ด้วย​ก็​ลุก​ออก​จาก​ที่​ซุ่ม
35Gáal, de zoon van Ébed, was juist naar buiten gekomen, en stond bij de ingang der stadspoort, toen Abimélek en de mannen, die hem vergezelden, uit de hinderlaag te voorschijn kwamen.
36เมื่อ​กาอัล​เห็น​คน​เหล่า​นั้น เขา​พูด​กับ​เศบูล​ว่า “ดู​สิ! มี​คน​กำลัง​ลง​มา​จาก​ยอด​เขา” เศบูล​ตอบ​ว่า “ท่าน​เห็น​เงา​ภูเขา​เป็น​คน​ไป​เอง”
36Gáal, de zoon van Ébed, bemerkte dat volk, en zei tot Zeboel: Kijk, daar daalt volk van de bergtoppen af. Maar Zeboel zeide hem: Ge ziet de schaduw der bergen voor mannen aan.
37กาอัล​พูด​อีก​ว่า “ดู​สิ! มี​คน​กำลัง​ลง​มา​จาก​ตอน​กลาง​ของ​แผ่นดิน และ​กอง​หนึ่ง​กำลัง​มา​ตาม​ทาง​ต้น​โอ๊ก​เมโอเนนิม”
37Maar Gáal hernam: Zie, daar komt volk van de navel van het land naar beneden, en nog een andere troep van de kant van de Wichelaarseik.
38เศบูล​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “ปาก​ที่​เคย​พูด​ว่า ‘อาบีเมเลค​เป็น​ใคร เรา​จึง​ต้อง​รับใช้​เขา?’ อยู่​ที่ไหน​เสีย​แล้ว? คน​เหล่า​นี้​ไม่​ใช่​หรือ​ที่​ท่าน​ดูหมิ่น? ตอน​นี้​ออก​ไป​สู้​กับ​พวก​เขา​สิ”
38Nu sprak Zeboel tot hem: Waar is nu uw grote mond, waarmee ge gepocht hebt: Wie is Abimélek, dat wij hem zouden dienen? Daar is nu het volk, dat gij veracht hebt. Trek nu maar op, en bestrijd het.
39กาอัล​จึง​นำ​ชาว​เชเคม​ออก​ไป​สู้​กับ​อาบีเมเลค
39Zo trok Gáal aan de spits van Sikems burgers uit, en streed tegen Abimélek.
40อาบีเมเลค​ไล่​ตาม กาอัล​ก็​หนี​ไป มี​คน​บาดเจ็บ​ล้ม​ลง​มากมาย​จน​ถึง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง
40Maar Abimélek joeg hem op de vlucht; hij ontkwam, doch er vielen veel doden tot bij de ingang der poort.
41อาบีเมเลค​พัก​อยู่​ที่​อารูมาห์ ส่วน​เศบูล​ขับ​ไล่​กาอัล​กับ​พี่น้อง​ไม่​ให้​อาศัย​อยู่​ใน​เชเคม
41Daarop keerde Abimélek naar Aroema terug, terwijl Zeboel Gáal en zijn broers uit Sikem verdreef, zodat ze er niet konden blijven.
42วัน​รุ่งขึ้น​ประชาชน​ออก​ไป​ใน​ทุ่ง และ​มี​คน​รายงาน​แก่​อาบีเมเลค
42De volgende morgen ging het volk het veld in, en dit werd Abimélek meegedeeld.
43เขา​จึง​นำ​คน​ของ​ตน​แบ่ง​เป็น​สาม​กอง ซุ่ม​อยู่​ใน​ทุ่ง เมื่อ​เห็น​ประชาชน​ออก​มา​จาก​เมือง เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​โจมตี​และ​สังหาร​พวก​เขา
43Deze nam zijn mannen, splitste ze in drie groepen, en legde zich in hinderlaag op het veld; en toen hij het volk uit de stad zag komen, overviel hij hen en sloeg ze neer.
44อาบีเมเลค​กับ​กอง​ที่​อยู่​ด้วย​พุ่ง​ไป​ยืน​ที่​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง ส่วน​อีก​สอง​กอง​พุ่ง​เข้า​หา​ทุก​คน​ใน​ทุ่ง​และ​สังหาร​พวก​เขา
44Abimélek zelf deed met de troep, die hem volgde, een aanval, en hield stand bij de ingang der stadspoort, terwijl de beide andere groepen zich richtten tegen allen, die in het veld waren, en ze in de pan hakten.
45อาบีเมเลค​สู้​รบ​กับ​เมือง​นั้น​ตลอด​ทั้ง​วัน ยึด​เมือง​ได้​และ​ฆ่า​ประชาชน​ใน​เมือง เขา​รื้อ​เมือง​จน​ราบ​แล้ว​หว่าน​เกลือ​ไว้
45Heel die dag door bleef Abimélek de stad bestormen, totdat hij de stad had veroverd. Hij doodde het volk, dat er in was, verwoestte de stad, en bestrooide haar met zout.
46เมื่อ​คน​ทั้งหมด​ใน​หอคอย​เชเคม​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ ก็​เข้า​ไป​ใน​ที่มั่น​ของ​เทวสถาน​เอลเบรีท
46Op het bericht hiervan gingen de burgers van de Toren van Sikem naar de grote zaal van de tempel van El-Berit.
47มี​คน​รายงาน​อาบีเมเลค​ว่า​คน​ใน​หอคอย​เชเคม​มา​รวม​ตัว​กัน​หมด​แล้ว
47Toen men nu Abimélek meedeelde, dat al de burgers van de Toren van Sikem bijeen waren,
48อาบีเมเลค​กับ​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ด้วย​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ศัลโมน เขา​หยิบ​ขวาน​มา​ตัด​กิ่ง​ไม้ ยก​ขึ้น​พาด​บ่า แล้ว​บอก​คน​ที่​อยู่​ด้วย​ว่า “พวก​เจ้า​เห็น​เรา​ทำ​อะไร ก็​รีบ​ทำ​ตาม​นั้น!”
48ging Abimélek met al zijn mannen de berg Salmon op, greep een bijl, hakte een boomtak af, tilde hem op zijn schouders, en sprak tot zijn metgezellen: Doet vlug, wat ge mij ziet doen!
49ทุก​คน​จึง​ตัด​กิ่ง​ไม้​ของ​ตน​ตาม​อาบีเมเลค แล้ว​นำ​ไป​วาง​ชิด​ฐาน​ที่มั่น​และ​จุด​ไฟ​เผา​ที่มั่น​ขณะ​ที่​คน​เหล่า​นั้น​อยู่​ข้าง​ใน คน​ใน​หอคอย​เชเคม​จึง​ตาย​ทั้งหมด​ประมาณ​หนึ่ง​พัน​คน ทั้ง​ชาย​และ​หญิง
49Allen hakten eveneens takken af, volgden Abimélek, stapelden ze op tegen de grote zaal, en staken daarmee de zaal in brand. Zo vonden ook alle bewoners van de Toren van Sikem, ongeveer duizend mannen en vrouwen, de dood.
50จาก​นั้น​อาบีเมเลค​ไป​ตั้ง​ค่าย​ล้อม​เมือง​เธเบศ​และ​ยึด​เมือง​ได้
50Vervolgens trok Abimélek naar Tebes, dat hij belegerde en innam.
51แต่​มี​หอคอย​แข็งแรง​อยู่​กลาง​เมือง ชาย​หญิง​ทุก​คน​ใน​เมือง​หนี​เข้า​ไป ปิด​ประตู​และ​ขัง​ตัวเอง​ไว้​ข้าง​ใน แล้ว​ขึ้น​ไป​บน​ดาดฟ้า​ของ​หอคอย
51Daar stond in het midden der stad een versterkte toren, waarheen alle burgers der stad, zowel mannen als vrouwen, de wijk namen, er zich in opsloten, en het dak van de toren beklommen.
52อาบีเมเลค​เข้า​มา​สู้​รบ​กับ​หอคอย และ​เข้า​ใกล้​ประตู​เพื่อ​จะ​จุด​ไฟ​เผา
52Abimélek drong door tot de toren en belegerde hem. Reeds was hij tot de toegang van de toren genaderd, om hem in brand te steken,
53หญิง​คน​หนึ่ง​โยน​หิน​โม่​ท่อน​บน​ลง​บน​ศีรษะ​อาบีเมเลค​จน​กะโหลก​แตก
53toen een vrouw een molensteen op Abiméleks hoofd gooide, die hem de schedel verbrijzelde.
54เขา​รีบ​เรียก​ชาย​หนุ่ม​ผู้​ถือ​อาวุธ​ของ​เขา​มาบ​อก​ว่า “ชัก​ดาบ​ออก​ฆ่า​เรา​เสีย จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​พูด​ว่า ‘ผู้หญิง​ฆ่า​เขา’” ชาย​หนุ่ม​แทง​เขา​ทะลุ และ​เขา​ก็​ตาย
54Snel riep hij zijn schildknaap, en zei hem: Trek uw zwaard en steek me dood, opdat men niet zal kunnen zeggen: een vrouw heeft hem gedood. En zijn schildknaap stak hem dood.
55เมื่อ​ชาย​อิสราเอล​เห็น​ว่า​อาบีเมเลค​ตาย​แล้ว ต่าง​คน​ก็​ต่าง​กลับ​ไป​ยัง​ที่​ของ​ตน
55Toen de Israëlieten nu zagen, dat Abimélek gestorven was, gingen ze allen naar huis.
56ดังนี้​พระเจ้า​ทรง​ตอบแทน​ความ​ชั่ว​ร้าย​ที่​อาบีเมเลค​ทำ​ต่อ​บิดา​โดย​ฆ่า​พี่น้อง​เจ็ด​สิบ​คน
56Zo vergold God het kwaad, dat Abimélek zijn vader had aangedaan, door zijn zeventig broeders te doden,
57และ​พระเจ้า​ทรง​ให้​ความ​ชั่ว​ร้าย​ทั้งหมด​ของ​ชาว​เชเคม​ตก​บน​ศีรษะ​ของ​พวก​เขา คำ​สาปแช่ง​ของ​โยธาม​บุตร​เยรุบบาอัล​จึง​ตก​ต้อง​พวก​เขา
57en liet God ook al het kwaad der inwoners van Sikem op hun eigen hoofd neerkomen. Zo werd de vervloeking van Jotam, den zoon van Jeroebbáal, aan hen vervuld.

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.