ผู้​วินิจฉัย
Chapter 9

ผู้​วินิจฉัย

Freedom Bible (Thai)
vs Smith–Van Dyck Ara…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

ผู้​วินิจฉัย 9

Freedom Bible (Thai)
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
1อาบีเมเลค​บุตร​เยรุบบาอัล​ไป​หา​เหล่า​พี่น้อง​ของ​มารดา​ที่​เชเคม และ​พูด​กับ​พวก​เขา​และ​ทุก​คน​ใน​ตระกูล​ทาง​ฝ่าย​ตา​ของ​เขา​ว่า
1وَذَهَبَ أَبِيمَالِكُ بْنُ يَرُبَّعْلَ إِلَى شَكِيمَ إِلَى إِخْوَةِ أُمِّهِ، وَكَلَّمَهُمْ وَجَمِيعَ عَشِيرَةِ بَيْتِ أَبِي أُمِّهِ قَائِلًا:
2“โปรด​พูด​ให้​ชาว​เชเคม​ทุก​คน​ฟัง​ว่า ‘อย่าง​ไหน​ดี​กว่า​สำหรับ​พวก​ท่าน จะ​ให้​บุตร​ทั้ง​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​ปกครอง หรือ​ให้​คน​คน​เดียว​ปกครอง?’ และ​ขอ​ให้​จำ​ไว้​ว่า ข้าพเจ้า​เป็น​สายเลือด​เดียว​กับ​พวก​ท่าน”
2«تَكَلَّمُوا ٱلْآنَ فِي آذَانِ جَمِيعِ أَهْلِ شَكِيمَ. أَيُّمَا هُوَ خَيْرٌ لَكُمْ: أَأَنْ يَتَسَلَّطَ عَلَيْكُمْ سَبْعُونَ رَجُلًا، جَمِيعُ بَنِي يَرُبَّعْلَ، أَمْ أَنْ يَتَسَلَّطَ عَلَيْكُمْ رَجُلٌ وَاحِدٌ؟ وَٱذْكُرُوا أَنِّي أَنَا عَظْمُكُمْ وَلَحْمُكُمْ».
3พี่น้อง​ของ​มารดา​จึง​นำ​ความ​ทั้งหมด​นี้​ไป​บอก​ชาว​เชเคม จิตใจ​ของ​พวก​เขา​ก็​เอนเอียง​ไป​ติดตาม​อาบีเมเลค เพราะ​พูด​กัน​ว่า “เขา​เป็น​พี่น้อง​ของ​เรา”
3فَتَكَلَّمَ إِخْوَةُ أُمِّهِ عَنْهُ فِي آذَانِ كُلِّ أَهْلِ شَكِيمَ بِجَمِيعِ هَذَا ٱلْكَلَامِ. فَمَالَ قَلْبُهُمْ وَرَاءَ أَبِيمَالِكَ، لِأَنَّهُمْ قَالُوا: «أَخُونَا هُوَ».
4พวก​เขา​นำ​เงิน​เจ็ด​สิบ​แผ่น​จาก​เทวสถาน​พระบาอัลเบรีท​มอบ​ให้​อาบีเมเลค เขา​ใช้​เงิน​นั้น​จ้าง​คน​ไร้​ค่า​และ​บ้าบิ่น​ให้​ติดตาม​ตน
4وَأَعْطَوْهُ سَبْعِينَ شَاقِلَ فِضَّةٍ مِنْ بَيْتِ بَعْلِ بَرِيثَ، فَٱسْتَأْجَرَ بِهَا أَبِيمَالِكُ رِجَالًا بَطَّالِينَ طَائِشِينَ، فَسَعَوْا وَرَاءَهُ.
5เขา​ไป​ยัง​บ้าน​บิดา​ที่​โอฟราห์ แล้ว​ฆ่า​พี่น้อง​คือ​บุตร​ชาย​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​บน​ก้อน​หิน​ก้อน​เดียว แต่​โยธาม​บุตร​คน​เล็ก​ของ​เยรุบบาอัล​รอดชีวิต​เพราะ​ซ่อน​ตัว​อยู่
5ثُمَّ جَاءَ إِلَى بَيْتِ أَبِيهِ فِي عَفْرَةَ وَقَتَلَ إِخْوَتَهُ بَنِي يَرُبَّعْلَ، سَبْعِينَ رَجُلًا، عَلَى حَجَرٍ وَاحِدٍ. وَبَقِيَ يُوثَامُ بْنُ يَرُبَّعْلَ ٱلْأَصْغَرُ لِأَنَّهُ ٱخْتَبَأَ.
6ชาว​เชเคม​ทั้งหมด​กับ​คน​ทั้งหมด​ใน​บ้าน​มิลโล​มา​ชุมนุม​กัน แล้ว​ตั้ง​อาบีเมเลค​เป็น​กษัตริย์​ที่​ต้น​โอ๊ก​ข้าง​เสา​หิน​ใน​เชเคม
6فَٱجْتَمَعَ جَمِيعُ أَهْلِ شَكِيمَ وَكُلُّ سُكَّانِ ٱلْقَلْعَةِ وَذَهَبُوا وَجَعَلُوا أَبِيمَالِكَ مَلِكًا عِنْدَ بَلُّوطَةِ ٱلنَّصَبِ ٱلَّذِي فِي شَكِيمَ.
7เมื่อ​มี​คน​บอก​โยธาม เขา​ก็​ขึ้น​ไป​ยืน​บน​ยอด​ภูเขา​เกริซิม ร้อง​เสียง​ดัง​บอก​พวก​เขา​ว่า “ชาว​เชเคม​เอ๋ย จง​ฟัง​ข้าพเจ้า เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ทรง​ฟัง​พวก​ท่าน
7وَأَخْبَرُوا يُوثَامَ فَذَهَبَ وَوَقَفَ عَلَى رَأْسِ جَبَلِ جِرِزِّيمَ، وَرَفَعَ صَوْتَهُ وَنَادَى وَقَالَ لَهُمْ: «اِسْمَعُوا لِي يَا أَهْلَ شَكِيمَ، يَسْمَعْ لَكُمُ ٱللهُ.
8ครั้ง​หนึ่ง​ต้นไม้​ทั้งหลาย​ออก​ไป​เจิม​ตั้ง​กษัตริย์​ปกครอง​พวก​มัน พวก​มัน​บอก​ต้น​มะกอก​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
8مَرَّةً ذَهَبَتِ ٱلْأَشْجَارُ لِتَمْسَحَ عَلَيْهَا مَلِكًا. فَقَالَتْ لِلزَّيْتُونَةِ: ٱمْلِكِي عَلَيْنَا.
9“แต่​ต้น​มะกอก​ตอบ​ว่า ‘เรา​ควร​เลิก​ผลิต​น้ำมัน​ซึ่ง​ผู้คน​ใช้​ให้​เกียรติ​พระเจ้า​และ​มนุษย์ แล้ว​ไป​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ต้นไม้​อื่น​หรือ?’
9فَقَالَتْ لَهَا ٱلزَّيْتُونَةُ: أَأَتْرُكُ دُهْنِي ٱلَّذِي بِهِ يُكَرِّمُونَ بِيَ ٱللهَ وَٱلنَّاسَ، وَأَذْهَبُ لِكَيْ أَمْلِكَ عَلَى ٱلْأَشْجَارِ؟
10“ต้นไม้​ทั้งหลาย​จึง​บอก​ต้น​มะเดื่อ​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
10ثُمَّ قَالَتِ ٱلْأَشْجَارُ لِلتِّينَةِ: تَعَالَيْ أَنْتِ وَٱمْلِكِي عَلَيْنَا.
11“แต่​ต้น​มะเดื่อ​ตอบ​ว่า ‘เรา​ควร​ทิ้ง​ความ​หวาน​และ​ผล​อัน​ดี​ของ​เรา แล้ว​ไป​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ต้นไม้​อื่น​หรือ?’
11فَقَالَتْ لَهَا ٱلتِّينَةُ: أَأَتْرُكُ حَلَاوَتِي وَثَمَرِي ٱلطَّيِّبَ وَأَذْهَبُ لِكَيْ أَمْلِكَ عَلَى ٱلْأَشْجَارِ؟
12“ต้นไม้​ทั้งหลาย​จึง​บอก​เถา​องุ่น​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
12فَقَالَتِ ٱلْأَشْجَارُ لِلْكَرْمَةِ: تَعَالَيْ أَنْتِ وَٱمْلِكِي عَلَيْنَا.
13“เถา​องุ่น​ตอบ​ว่า ‘เรา​ควร​ทิ้ง​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ของ​เรา ซึ่ง​ทำให้​พระเจ้า​และ​มนุษย์​ชื่นบาน แล้ว​ไป​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ต้นไม้​อื่น​หรือ?’
13فَقَالَتْ لَهَا ٱلْكَرْمَةُ: أَأَتْرُكُ مِسْطَارِي ٱلَّذِي يُفَرِّحُ ٱللهَ وَٱلنَّاسَ وَأَذْهَبُ لِكَيْ أَمْلِكَ عَلَى ٱلْأَشْجَارِ؟
14“จาก​นั้น​ต้นไม้​ทั้งหมด​บอก​พุ่ม​หนาม​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​เถอะ’
14ثُمَّ قَالَتْ جَمِيعُ ٱلْأَشْجَارِ لِلْعَوْسَجِ: تَعَالَ أَنْتَ وَٱمْلِكْ عَلَيْنَا.
15“พุ่ม​หนาม​ตอบ​ต้นไม้​ทั้งหลาย​ว่า ‘ถ้า​พวก​เจ้า​ตั้งใจ​จะ​เจิม​เรา​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​พวก​เจ้า​จริงๆ ก็​มา​หลบ​ภัย​ใต้​ร่ม​เงา​ของ​เรา แต่​ถ้า​ไม่​เช่น​นั้น ขอ​ให้​ไฟ​พุ่ง​ออก​จาก​พุ่ม​หนาม​มา​เผา​ผลาญ​ต้น​สน​สี​ดาร์แห่ง​เลบานอน’
15فَقَالَ ٱلْعَوْسَجُ لِلْأَشْجَارِ: إِنْ كُنْتُمْ بِٱلْحَقِّ تَمْسَحُونَنِي عَلَيْكُمْ مَلِكًا فَتَعَالَوْا وَٱحْتَمُوا تَحْتَ ظِلِّي. وَإِلأَّ فَتَخْرُجَ نَارٌ مِنَ ٱلْعَوْسَجِ وَتَأْكُلَ أَرْزَ لُبْنَانَ!
16“บัดนี้ ถ้า​พวก​ท่าน​ได้​กระทำ​ด้วย​ความ​จริงใจ​และ​ชอบธรรม​ใน​การ​ตั้ง​อาบีเมเลค​เป็น​กษัตริย์ ถ้า​พวก​ท่าน​ได้​ทำ​ดี​ต่อ​เยรุบบาอัล​และ​ครอบครัว และ​ตอบแทน​เขา​สม​กับ​ความ​ดี​ที่​เขา​ทำ​ไว้
16فَٱلْآنَ إِنْ كُنْتُمْ قَدْ عَمِلْتُمْ بِٱلْحَقِّ وَٱلصِّحَّةِ إِذْ جَعَلْتُمْ أَبِيمَالِكَ مَلِكًا، وَإِنْ كُنْتُمْ قَدْ فَعَلْتُمْ خَيْرًا مَعَ يَرُبَّعْلَ وَمَعَ بَيْتِهِ، وَإِنْ كُنْتُمْ قَدْ فَعَلْتُمْ لَهُ حَسَبَ عَمَلِ يَدَيْهِ،
17เพราะ​บิดา​ของ​ข้าพเจ้า​สู้​รบ​เพื่อ​พวก​ท่าน เสี่ยง​ชีวิต และ​ช่วย​พวก​ท่าน​ให้​พ้น​จาก​อำนาจ​ของ​ชาว​มีเดียน
17لِأَنَّ أَبِي قَدْ حَارَبَ عَنْكُمْ وَخَاطَرَ بِنَفْسِهِ وَأَنْقَذَكُمْ مِنْ يَدِ مِدْيَانَ.
18แต่​วัน​นี้​พวก​ท่าน​กลับ​ลุก​ขึ้น​ต่อต้าน​ครอบครัว​ของ​บิดา​ข้าพเจ้า ฆ่า​บุตร​ชาย​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เขา​บน​ก้อน​หิน​ก้อน​เดียว และ​ตั้ง​อาบีเมเลค บุตร​ชาย​ของ​หญิง​รับใช้​ของ​เขา เป็น​กษัตริย์​เหนือ​ชาว​เชเคม เพียง​เพราะ​เขา​เป็น​พี่น้อง​ของ​พวก​ท่าน
18وَأَنْتُمْ قَدْ قُمْتُمُ ٱلْيَوْمَ عَلَى بَيْتِ أَبِي وَقَتَلْتُمْ بَنِيهِ، سَبْعِينَ رَجُلًا عَلَى حَجَرٍ وَاحِدٍ، وَمَلَّكْتُمْ أَبِيمَالِكَ ٱبْنَ أَمَتِهِ عَلَى أَهْلِ شَكِيمَ لِأَنَّهُ أَخُوكُمْ.
19ถ้า​วัน​นี้​พวก​ท่าน​กระทำ​ต่อ​เยรุบบาอัล​และ​ครอบครัว​ด้วย​ความ​จริงใจ​และ​ชอบธรรม ก็​จง​ชื่นชม​ยินดี​กับ​อาบีเมเลค และ​ให้​อาบีเมเลค​ชื่นชม​ยินดี​กับ​พวก​ท่าน
19فَإِنْ كُنْتُمْ قَدْ عَمِلْتُمْ بِٱلْحَقِّ وَٱلصِّحَّةِ مَعَ يَرُبَّعْلَ وَمَعَ بَيْتِهِ فِي هَذَا ٱلْيَوْمِ، فَٱفْرَحُوا أَنْتُمْ بِأَبِيمَالِكَ، وَلْيَفْرَحْ هُوَ أَيْضًا بِكُمْ.
20แต่​ถ้า​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น ขอ​ให้​ไฟ​ออก​จาก​อาบีเมเลค​มา​เผา​ผลาญ​ชาว​เชเคม​กับ​บ้าน​มิลโล และ​ให้​ไฟ​ออก​จาก​ชาว​เชเคม​กับ​บ้าน​มิลโล​มา​เผา​ผลาญ​อาบีเมเลค”
20وَإِلأَّ فَتَخْرُجَ نَارٌ مِنْ أَبِيمَالِكَ وَتَأْكُلَ أَهْلَ شَكِيمَ وَسُكَّانَ ٱلْقَلْعَةِ، وَتَخْرُجَ نَارٌ مِنْ أَهْلِ شَكِيمَ وَمِنْ سُكَّانِ ٱلْقَلْعَةِ وَتَأْكُلَ أَبِيمَالِكَ».
21แล้ว​โยธาม​ก็​วิ่ง​หนี​ไป​ยัง​เบเออร์ และ​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น เพราะ​กลัว​อาบีเมเลค​พี่​ชาย​ของ​ตน
21ثُمَّ هَرَبَ يُوثَامُ وَفَرَّ وَذَهَبَ إِلَى بِئْرَ، وَأَقَامَ هُنَاكَ مِنْ وَجْهِ أَبِيمَالِكَ أَخِيهِ.
22อาบีเมเลค​เป็น​ผู้ปกครอง​อิสราเอล​อยู่​สาม​ปี
22فَتَرَأَّسَ أَبِيمَالِكُ عَلَى إِسْرَائِيلَ ثَلَاثَ سِنِينَ.
23แล้ว​พระเจ้า​ทรง​ส่ง​วิญญาณ​ชั่ว​มา​ระหว่าง​อาบีเมเลค​กับ​ชาว​เชเคม ชาว​เชเคม​จึง​ทรยศ​อาบีเมเลค
23وَأَرْسَلَ ٱلرَّبُّ رُوحًا رَدِيًّا بَيْنَ أَبِيمَالِكَ وَأَهْلِ شَكِيمَ، فَغَدَرَ أَهْلُ شَكِيمَ بِأَبِيمَالِكَ.
24เหตุการณ์​นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​ความ​รุนแรง​ที่​ทำ​แก่​บุตร​ชาย​เจ็ด​สิบ​คน​ของ​เยรุบบาอัล​ได้​รับ​การ​ตอบแทน และ​ให้​ความ​ผิด​จาก​การ​หลั่ง​เลือด​ของ​พวก​เขา​ตก​อยู่​กับ​อาบีเมเลค​พี่​ชาย​ผู้​ฆ่า​พวก​เขา กับ​ชาว​เชเคม​ผู้​หนุน​กำลัง​ให้​เขา​ฆ่า​พี่น้อง
24لِيَأْتِيَ ظُلْمُ بَنِي يَرُبَّعْلَ ٱلسَّبْعِينَ، وَيُجْلَبَ دَمُهُمْ عَلَى أَبِيمَالِكَ أَخِيهِمِ ٱلَّذِي قَتَلَهُمْ، وَعَلَى أَهْلِ شَكِيمَ ٱلَّذِينَ شَدَّدُوا يَدَيْهِ لِقَتْلِ إِخْوَتِهِ.
25ชาว​เชเคม​วาง​กำลัง​ซุ่ม​ดัก​อาบีเมเลค​บน​ยอด​เขา คน​เหล่า​นั้น​ปล้น​ทุก​คน​ที่​ผ่าน​มา​ทาง​นั้น และ​มี​ผู้​รายงาน​เรื่อง​นี้​แก่​อาบีเมเลค
25فَوَضَعَ لَهُ أَهْلُ شَكِيمَ كَمِينًا عَلَى رُؤُوسِ ٱلْجِبَالِ، وَكَانُوا يَسْتَلِبُونَ كُلَّ مَنْ عَبَرَ بِهِمْ فِي ٱلطَّرِيقِ. فَأُخْبِرَ أَبِيمَالِكُ.
26กาอัล​บุตร​เอเบด​กับ​พี่น้อง​เดินทาง​มา​ยัง​เชเคม ชาว​เชเคม​ก็​ไว้ใจ​เขา
26وَجَاءَ جَعَلُ بْنُ عَابِدٍ مَعَ إِخْوَتِهِ وَعَبَرُوا إِلَى شَكِيمَ فَوَثِقَ بِهِ أَهْلُ شَكِيمَ.
27พวก​เขา​ออก​ไป​เก็บ​ผล​องุ่น​ใน​ไร่ ย่ำ​องุ่น แล้ว​จัด​งาน​ฉลอง จาก​นั้น​เข้า​ไป​ใน​เทวสถาน​แห่ง​เทพเจ้า​ของ​ตน กิน ดื่ม และ​สาปแช่ง​อาบีเมเลค
27وَخَرَجُوا إِلَى ٱلْحَقْلِ وَقَطَفُوا كُرُومَهُمْ وَدَاسُوا وَصَنَعُوا تَمْجِيدًا، وَدَخَلُوا بَيْتَ إِلَهِهِمْ وَأَكَلُوا وَشَرِبُوا وَلَعَنُوا أَبِيمَالِكَ.
28กาอัล​บุตร​เอเบด​กล่าว​ว่า “อาบีเมเลค​เป็น​ใคร และ​เชเคม​เป็น​ใคร เรา​จึง​ต้อง​รับใช้​เขา? เขา​เป็น​บุตร​เยรุบบาอัล​ไม่​ใช่​หรือ? เศบูล​เป็น​ผู้แทน​ของ​เขา​ไม่​ใช่​หรือ? ไป​รับใช้​คน​ของ​ฮาโมร์​บิดา​ของ​เชเคม​สิ ทำไม​เรา​ต้อง​รับใช้​เขา?
28فَقَالَ جَعَلُ بْنُ عَابِدٍ: «مَنْ هُوَ أَبِيمَالِكُ وَمَنْ هُوَ شَكِيمُ حَتَّى نَخْدِمَهُ؟ أَمَا هُوَ ٱبْنُ يَرُبَّعْلَ، وَزَبُولُ وَكِيلُهُ؟ ٱخْدِمُوا رِجَالَ حَمُورَ أَبِي شَكِيمَ. فَلِمَاذَا نَخْدِمُهُ نَحْنُ؟
29ถ้า​ชนก​ลุ่ม​นี้​อยู่​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​เรา​เสียที! เรา​จะ​กำจัด​อาบีเมเลค​เสีย” แล้ว​เขา​ท้า​อาบีเมเลค​ว่า “จง​เพิ่ม​กำลัง​กองทัพ​แล้ว​ออก​มา​สู้​กัน!”
29مَنْ يَجْعَلُ هَذَا ٱلشَّعْبَ بِيَدِي فَأَعْزِلَ أَبِيمَالِكَ». وَقَالَ لِأَبِيمَالِكَ: «كَثِّرْ جُنْدَكَ وَٱخْرُجْ!».
30เมื่อ​เศบูล​ผู้ปกครอง​เมือง​ได้ยิน​คำ​พูด​ของ​กาอัล​บุตร​เอเบด ก็​โกรธ​จัด
30وَلَمَّا سَمِعَ زَبُولُ رَئِيسُ ٱلْمَدِينَةِ كَلَامَ جَعَلَ بْنِ عَابِدٍ حَمِيَ غَضَبُهُ،
31เขา​แอบ​ส่ง​ผู้​ส่ง​ข่าว​ไป​หา​อาบีเมเลค​ว่า “กาอัล​บุตร​เอเบด​กับ​พี่น้อง​มา​ถึง​เชเคม​แล้ว และ​พวก​เขา​กำลัง​ปลุกระดม​ชาว​เมือง​ให้​ต่อต้าน​ท่าน
31وَأَرْسَلَ رُسُلًا إِلَى أَبِيمَالِكَ فِي تُرْمَةَ يَقُولُ: «هُوَذَا جَعَلُ بْنُ عَابِدٍ وَإِخْوَتُهُ قَدْ أَتَوْا إِلَى شَكِيمَ، وَهَا هُمْ يُهَيِّجُونَ ٱلْمَدِينَةَ ضِدَّكَ.
32บัดนี้​ให้​ท่าน​กับ​คน​ที่​อยู่​ด้วย​ยก​มา​ตอน​กลางคืน แล้ว​ซุ่ม​อยู่​ใน​ทุ่ง
32فَٱلْآنَ قُمْ لَيْلًا أَنْتَ وَٱلشَّعْبُ ٱلَّذِي مَعَكَ وَٱكْمُنْ فِي ٱلْحَقْلِ.
33พอ​รุ่งเช้า​เมื่อ​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น ให้​ท่าน​ลุก​แต่​เช้าตรู่​เข้า​โจมตี​เมือง เมื่อ​เขา​กับ​คน​ของ​เขา​ออก​มา​ต่อสู้ ท่าน​ก็​ทำ​กับ​พวก​เขา​ตาม​แต่​โอกาส​จะ​อำนวย”
33وَيَكُونُ فِي ٱلصَّبَاحِ عِنْدَ شُرُوقِ ٱلشَّمْسِ أَنَّكَ تُبَكِّرُ وَتَقْتَحِمُ ٱلْمَدِينَةَ. وَهَا هُوَ وَٱلشَّعْبُ ٱلَّذِي مَعَهُ يَخْرُجُونَ إِلَيْكَ فَتَفْعَلُ بِهِ حَسَبَمَا تَجِدُهُ يَدُكَ».
34อาบีเมเลค​กับ​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ด้วย​จึง​ลุก​ขึ้น​ใน​เวลา​กลางคืน แบ่ง​เป็น​สี่​กอง​ซุ่ม​โจมตี​เชเคม
34فَقَامَ أَبِيمَالِكُ وَكُلُّ ٱلشَّعْبِ ٱلَّذِي مَعَهُ لَيْلًا وَكَمَنُوا لِشَكِيمَ أَرْبَعَ فِرَقٍ.
35กาอัล​บุตร​เอเบด​ออก​มา​ยืน​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง อาบีเมเลค​กับ​คน​ที่​อยู่​ด้วย​ก็​ลุก​ออก​จาก​ที่​ซุ่ม
35فَخَرَجَ جَعَلُ بْنُ عَابِدٍ وَوَقَفَ فِي مَدْخَلِ بَابِ ٱلْمَدِينَةِ. فَقَامَ أَبِيمَالِكُ وَٱلشَّعْبُ ٱلَّذِي مَعَهُ مِنَ ٱلْمَكْمَنِ.
36เมื่อ​กาอัล​เห็น​คน​เหล่า​นั้น เขา​พูด​กับ​เศบูล​ว่า “ดู​สิ! มี​คน​กำลัง​ลง​มา​จาก​ยอด​เขา” เศบูล​ตอบ​ว่า “ท่าน​เห็น​เงา​ภูเขา​เป็น​คน​ไป​เอง”
36وَرَأَى جَعَلُ ٱلشَّعْبَ فَقَالَ لِزَبُولَ: «هُوَذَا شَعْبٌ نَازِلٌ عَنْ رُؤُوسِ ٱلْجِبَالِ». فَقَالَ لَهُ زَبُولُ: «إِنَّكَ تَرَى ظِلَّ ٱلْجِبَالِ كَأَنَّهُ أُنَاسٌ».
37กาอัล​พูด​อีก​ว่า “ดู​สิ! มี​คน​กำลัง​ลง​มา​จาก​ตอน​กลาง​ของ​แผ่นดิน และ​กอง​หนึ่ง​กำลัง​มา​ตาม​ทาง​ต้น​โอ๊ก​เมโอเนนิม”
37فَعَادَ جَعَلُ وَتَكَلَّمَ أَيْضًا قَائِلًا: «هُوَذَا شَعْبٌ نَازِلٌ مِنْ عِنْدِ أَعَالِي ٱلْأَرْضِ، وَفِرْقَةٌ وَاحِدَةٌ آتِيَةٌ عَنْ طَرِيقِ بَلُّوطَةِ ٱلْعَائِفِينَ».
38เศบูล​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “ปาก​ที่​เคย​พูด​ว่า ‘อาบีเมเลค​เป็น​ใคร เรา​จึง​ต้อง​รับใช้​เขา?’ อยู่​ที่ไหน​เสีย​แล้ว? คน​เหล่า​นี้​ไม่​ใช่​หรือ​ที่​ท่าน​ดูหมิ่น? ตอน​นี้​ออก​ไป​สู้​กับ​พวก​เขา​สิ”
38فَقَالَ لَهُ زَبُولُ: «أَيْنَ ٱلْآنَ فُوكَ ٱلَّذِي قُلْتَ بِهِ: مَنْ هُوَ أَبِيمَالِكُ حَتَّى نَخْدِمَهُ؟ أَلَيْسَ هَذَا هُوَ ٱلشَّعْبُ ٱلَّذِي رَذَلْتَهُ؟ فَٱخْرُجِ ٱلْآنَ وَحَارِبْهُ».
39กาอัล​จึง​นำ​ชาว​เชเคม​ออก​ไป​สู้​กับ​อาบีเมเลค
39فَخَرَجَ جَعَلُ أَمَامَ أَهْلِ شَكِيمَ وَحَارَبَ أَبِيمَالِكَ.
40อาบีเมเลค​ไล่​ตาม กาอัล​ก็​หนี​ไป มี​คน​บาดเจ็บ​ล้ม​ลง​มากมาย​จน​ถึง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง
40فَهَزَمَهُ أَبِيمَالِكُ، فَهَرَبَ مِنْ قُدَّامِهِ وَسَقَطَ قَتْلَى كَثِيرُونَ حَتَّى عِنْدَ مَدْخَلِ ٱلْبَابِ.
41อาบีเมเลค​พัก​อยู่​ที่​อารูมาห์ ส่วน​เศบูล​ขับ​ไล่​กาอัล​กับ​พี่น้อง​ไม่​ให้​อาศัย​อยู่​ใน​เชเคม
41فَأَقَامَ أَبِيمَالِكُ فِي أَرُومَةَ. وَطَرَدَ زَبُولُ جَعَلًا وَإِخْوَتَهُ عَنِ ٱلْإِقَامَةِ فِي شَكِيمَ.
42วัน​รุ่งขึ้น​ประชาชน​ออก​ไป​ใน​ทุ่ง และ​มี​คน​รายงาน​แก่​อาบีเมเลค
42وَكَانَ فِي ٱلْغَدِ أَنَّ ٱلشَّعْبَ خَرَجَ إِلَى ٱلْحَقْلِ وَأَخْبَرُوا أَبِيمَالِكَ.
43เขา​จึง​นำ​คน​ของ​ตน​แบ่ง​เป็น​สาม​กอง ซุ่ม​อยู่​ใน​ทุ่ง เมื่อ​เห็น​ประชาชน​ออก​มา​จาก​เมือง เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​โจมตี​และ​สังหาร​พวก​เขา
43فَأَخَذَ ٱلْقَوْمَ وَقَسَمَهُمْ إِلَى ثَلَاثِ فِرَقٍ، وَكَمَنَ فِي ٱلْحَقْلِ وَنَظَرَ وَإِذَا ٱلشَّعْبُ يَخْرُجُ مِنَ ٱلْمَدِينَةِ، فَقَامَ عَلَيْهِمْ وَضَرَبَهُمْ.
44อาบีเมเลค​กับ​กอง​ที่​อยู่​ด้วย​พุ่ง​ไป​ยืน​ที่​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง ส่วน​อีก​สอง​กอง​พุ่ง​เข้า​หา​ทุก​คน​ใน​ทุ่ง​และ​สังหาร​พวก​เขา
44وَأَبِيمَالِكُ وَٱلْفِرْقَةُ ٱلَّتِي مَعَهُ ٱقْتَحَمُوا وَوَقَفُوا فِي مَدْخَلِ بَابِ ٱلْمَدِينَةِ. وَأَمَّا ٱلْفِرْقَتَانِ فَهَجَمَتَا عَلَى كُلِّ مَنْ فِي ٱلْحَقْلِ وَضَرَبَتَاهُ.
45อาบีเมเลค​สู้​รบ​กับ​เมือง​นั้น​ตลอด​ทั้ง​วัน ยึด​เมือง​ได้​และ​ฆ่า​ประชาชน​ใน​เมือง เขา​รื้อ​เมือง​จน​ราบ​แล้ว​หว่าน​เกลือ​ไว้
45وَحَارَبَ أَبِيمَالِكُ ٱلْمَدِينَةَ كُلَّ ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ، وَأَخَذَ ٱلْمَدِينَةَ وَقَتَلَ ٱلشَّعْبَ ٱلَّذِي بِهَا، وَهَدَمَ ٱلْمَدِينَةَ وَزَرَعَهَا مِلْحًا.
46เมื่อ​คน​ทั้งหมด​ใน​หอคอย​เชเคม​ได้ยิน​เรื่อง​นี้ ก็​เข้า​ไป​ใน​ที่มั่น​ของ​เทวสถาน​เอลเบรีท
46وَسَمِعَ كُلُّ أَهْلِ بُرْجِ شَكِيمَ فَدَخَلُوا إِلَى صَرْحِ بَيْتِ إِيلِ بَرِيثَ.
47มี​คน​รายงาน​อาบีเมเลค​ว่า​คน​ใน​หอคอย​เชเคม​มา​รวม​ตัว​กัน​หมด​แล้ว
47فَأُخْبِرَ أَبِيمَالِكُ أَنَّ كُلَّ أَهْلِ بُرْجِ شَكِيمَ قَدِ ٱجْتَمَعُوا.
48อาบีเมเลค​กับ​คน​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ด้วย​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ศัลโมน เขา​หยิบ​ขวาน​มา​ตัด​กิ่ง​ไม้ ยก​ขึ้น​พาด​บ่า แล้ว​บอก​คน​ที่​อยู่​ด้วย​ว่า “พวก​เจ้า​เห็น​เรา​ทำ​อะไร ก็​รีบ​ทำ​ตาม​นั้น!”
48فَصَعِدَ أَبِيمَالِكُ إِلَى جَبَلِ صَلْمُونَ هُوَ وَكُلُّ ٱلشَّعْبِ ٱلَّذِي مَعَهُ. وَأَخَذَ أَبِيمَالِكُ ٱلْفُؤُوسَ بِيَدِهِ، وَقَطَعَ غُصْنَ شَجَرٍ وَرَفَعَهُ وَوَضَعَهُ عَلَى كَتِفِهِ، وَقَالَ لِلشَّعْبِ ٱلَّذِي مَعَهُ: «مَا رَأَيْتُمُونِي أَفْعَلُهُ فَأَسْرِعُوا ٱفْعَلُوا مِثْلِي».
49ทุก​คน​จึง​ตัด​กิ่ง​ไม้​ของ​ตน​ตาม​อาบีเมเลค แล้ว​นำ​ไป​วาง​ชิด​ฐาน​ที่มั่น​และ​จุด​ไฟ​เผา​ที่มั่น​ขณะ​ที่​คน​เหล่า​นั้น​อยู่​ข้าง​ใน คน​ใน​หอคอย​เชเคม​จึง​ตาย​ทั้งหมด​ประมาณ​หนึ่ง​พัน​คน ทั้ง​ชาย​และ​หญิง
49فَقَطَعَ ٱلشَّعْبُ أَيْضًا كُلُّ وَاحِدٍ غُصْنًا وَسَارُوا وَرَاءَ أَبِيمَالِكَ، وَوَضَعُوهَا عَلَى ٱلصَّرْحِ، وَأَحْرَقُوا عَلَيْهِمِ ٱلصَّرْحَ بِٱلنَّارِ. فَمَاتَ أَيْضًا جَمِيعُ أَهْلِ بُرْجِ شَكِيمَ، نَحْوُ أَلْفِ رَجُلٍ وَٱمْرَأَةٍ.
50จาก​นั้น​อาบีเมเลค​ไป​ตั้ง​ค่าย​ล้อม​เมือง​เธเบศ​และ​ยึด​เมือง​ได้
50ثُمَّ ذَهَبَ أَبِيمَالِكُ إِلَى تَابَاصَ وَنَزَلَ فِي تَابَاصَ وَأَخَذَهَا.
51แต่​มี​หอคอย​แข็งแรง​อยู่​กลาง​เมือง ชาย​หญิง​ทุก​คน​ใน​เมือง​หนี​เข้า​ไป ปิด​ประตู​และ​ขัง​ตัวเอง​ไว้​ข้าง​ใน แล้ว​ขึ้น​ไป​บน​ดาดฟ้า​ของ​หอคอย
51وَكَانَ بُرْجٌ قَوِيٌّ فِي وَسَطِ ٱلْمَدِينَةِ فَهَرَبَ إِلَيْهِ جَمِيعُ ٱلرِّجَالِ وَٱلنِّسَاءِ وَكُلُّ أَهْلِ ٱلْمَدِينَةِ، وَأَغْلَقُوا وَرَاءَهُمْ، وَصَعِدُوا إِلَى سَطْحِ ٱلْبُرْجِ.
52อาบีเมเลค​เข้า​มา​สู้​รบ​กับ​หอคอย และ​เข้า​ใกล้​ประตู​เพื่อ​จะ​จุด​ไฟ​เผา
52فَجَاءَ أَبِيمَالِكُ إِلَى ٱلْبُرْجِ وَحَارَبَهُ، وَٱقْتَرَبَ إِلَى بَابِ ٱلْبُرْجِ لِيُحْرِقَهُ بِٱلنَّارِ.
53หญิง​คน​หนึ่ง​โยน​หิน​โม่​ท่อน​บน​ลง​บน​ศีรษะ​อาบีเมเลค​จน​กะโหลก​แตก
53فَطَرَحَتِ ٱمْرَأَةٌ قِطْعَةَ رَحًى عَلَى رَأْسِ أَبِيمَالِكَ فَشَجَّتْ جُمْجُمَتَهُ.
54เขา​รีบ​เรียก​ชาย​หนุ่ม​ผู้​ถือ​อาวุธ​ของ​เขา​มาบ​อก​ว่า “ชัก​ดาบ​ออก​ฆ่า​เรา​เสีย จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​พูด​ว่า ‘ผู้หญิง​ฆ่า​เขา’” ชาย​หนุ่ม​แทง​เขา​ทะลุ และ​เขา​ก็​ตาย
54فَدَعَا حَالًا ٱلْغُلَامَ حَامِلَ عُدَّتِهِ وَقَالَ لَهُ: «ٱخْتَرِطْ سَيْفَكَ وَٱقْتُلْنِي، لِئَلَّا يَقُولُوا عَنِّي: قَتَلَتْهُ ٱمْرَأَةٌ». فَطَعَنَهُ ٱلْغُلَامُ فَمَاتَ.
55เมื่อ​ชาย​อิสราเอล​เห็น​ว่า​อาบีเมเลค​ตาย​แล้ว ต่าง​คน​ก็​ต่าง​กลับ​ไป​ยัง​ที่​ของ​ตน
55وَلَمَّا رَأَى رِجَالُ إِسْرَائِيلَ أَنَّ أَبِيمَالِكَ قَدْ مَاتَ، ذَهَبَ كُلُّ وَاحِدٍ إِلَى مَكَانِهِ.
56ดังนี้​พระเจ้า​ทรง​ตอบแทน​ความ​ชั่ว​ร้าย​ที่​อาบีเมเลค​ทำ​ต่อ​บิดา​โดย​ฆ่า​พี่น้อง​เจ็ด​สิบ​คน
56فَرَدَّ ٱللهُ شَرَّ أَبِيمَالِكَ ٱلَّذِي فَعَلَهُ بِأَبِيهِ لِقَتْلِهِ إِخْوَتَهُ ٱلسَّبْعِينَ،
57และ​พระเจ้า​ทรง​ให้​ความ​ชั่ว​ร้าย​ทั้งหมด​ของ​ชาว​เชเคม​ตก​บน​ศีรษะ​ของ​พวก​เขา คำ​สาปแช่ง​ของ​โยธาม​บุตร​เยรุบบาอัล​จึง​ตก​ต้อง​พวก​เขา
57وَكُلَّ شَرِّ أَهْلِ شَكِيمَ رَدَّهُ ٱللهُ عَلَى رُؤُوسِهِمْ، وَأَتَتْ عَلَيْهِمْ لَعْنَةُ يُوثَامَ بْنِ يَرُبَّعْلَ.

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.