1 พงศ์กษัตริย์
Chapter 8

1 พงศ์กษัตริย์

Freedom Bible (Thai)
vs Old Persian Versio…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

1 พงศ์กษัตริย์ 8

Freedom Bible (Thai)
Old Persian Version (ترجمه قدیم)
1ต่อมาโซโลมอน​ทรงเรียกประชุมผู้อาวุโสของอิสราเอล หัวหน้าเผ่าทุกเผ่า และผู้นำตระกูลของชาวอิสราเอล ให้มาเฝ้ากษัตริย์​โซโลมอน​ที่เยรูซาเล็ม เพื่ออัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์​ขึ้นมาจากนครดาวิด คือศิโยน
1آنگاه سلیمان، مشایخ اسرائیل و جمیع روسای اسباط و سروران خانه های آبای بنی‌اسرائیل را نزد سلیمان پادشاه در اورشلیم جمع کرد تا تابوت عهد خداوند را از شهر داودکه صهیون باشد، برآورند.
2ชายอิสราเอล​ทุกคนมาชุมนุมกับกษัตริย์​โซโลมอน​ในเทศกาลที่จัดในเดือนเอธานิม ซึ่งเป็นเดือนที่เจ็ด
2و جمیع مردان اسرائیل در ماه ایتانیم که ماه هفتم است در عیدنزد سلیمان پادشاه جمع شدند.
3เมื่อผู้อาวุโสของอิสราเอล​ทุกคนมาถึง เหล่าปุโรหิต​ก็ยกหีบขึ้น
3و جمیع مشایخ اسرائیل آمدند و کاهنان تابوت را برداشتند.
4พวกเขานำหีบของพระยาห์เวห์ เต็นท์แห่งการชุมนุม และเครื่องใช้ศักดิ์สิทธิ์ทุกชิ้นที่อยู่ในเต็นท์ขึ้นมา ปุโรหิต​และชาวเลวีเป็นผู้นำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา
4وتابوت خداوند و خیمه اجتماع و همه آلات مقدس را که در خیمه بود آوردند و کاهنان ولاویان آنها را برآوردند.
5กษัตริย์​โซโลมอน​กับชาวอิสราเอล​ทั้งหมดที่มาชุมนุมกับพระองค์​อยู่ต่อหน้าหีบ ถวายแกะและวัวเป็นเครื่องบูชา​มากมายจนนับไม่ถ้วน
5و سلیمان پادشاه وتمامی جماعت اسرائیل که نزد وی جمع شده بودند، پیش روی تابوت همراه وی ایستادند، واینقدر گوسفند و گاو را ذبح کردند که به شمار وحساب نمی آمد.
6เหล่าปุโรหิต​นำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์​เข้าไปวางในที่ของมัน คือห้องชั้นในของพระวิหาร ห้องบริสุทธิ์ที่สุด ใต้ปีกของเครูบ
6و کاهنان تابوت عهد خداوندرا به مکانش در محراب خانه، یعنی درقدس‌الاقداس زیر بالهای کروبیان درآوردند.
7เครูบ​กางปีกเหนือที่วางหีบ ปีกของมันคลุมหีบและคานหามจากด้านบน
7زیرا کروبیان بالهای خود را بر مکان تابوت پهن می‌کردند و کروبیان تابوت و عصاهایش را از بالامی پوشانیدند.
8คานหามยาวจนเห็นปลายคานได้จากสถานที่บริสุทธิ์ซึ่งอยู่หน้าห้องชั้นใน แต่มองไม่เห็นจากภายนอก คานเหล่านั้นยังอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้
8و عصاها اینقدر دراز بود که سرهای عصاها از قدسی که پیش محراب بود، دیده می‌شد اما از بیرون دیده نمی شد و تا امروزدر آنجا هست.
9ภายในหีบไม่มีสิ่งใดนอกจากแผ่นศิลาสองแผ่นที่โมเสสใส่ไว้ ณ โฮเรบ เมื่อพระยาห์เวห์​ทรงทำพันธสัญญากับชาวอิสราเอล​ในคราวที่พวกเขาออกจากอียิปต์
9و در تابوت چیزی نبود سوای آن دو لوح سنگ که موسی در حوریب در آن گذاشت، وقتی که خداوند با بنی‌اسرائیل در حین بیرون آمدن ایشان از زمین مصر عهد بست.
10เมื่อปุโรหิต​ออกมาจากสถานที่บริสุทธิ์ เมฆก็เต็มพระวิหาร​ของพระยาห์เวห์
10وواقع شد که چون کاهنان از قدس بیرون آمدند ابر، خانه خداوند را پر ساخت.
11จนเหล่าปุโรหิต​ยืนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เพราะเมฆนั้น เนื่องจากพระสิริของพระยาห์เวห์​เต็มพระวิหาร
11و کاهنان به‌سبب ابر نتوانستند به جهت خدمت بایستند، زیرا که جلال یهوه، خانه خداوند را پر کرده بود.
12แล้วโซโลมอน​ตรัสว่า “พระยาห์เวห์​ตรัสว่าจะทรงประทับในความมืดทึบ
12آنگاه سلیمان گفت: «خداوند گفته است که در تاریکی غلیظ ساکن می‌شوم.
13ข้าพระองค์​สร้างพระวิหาร​เป็นที่ประทับถวายพระองค์​แล้ว เป็นสถานที่ให้พระองค์​ประทับตลอดไป”
13فی الواقع خانه‌ای برای سکونت تو و مکانی را که در آن تا به ابد ساکن شوی بنا نموده‌ام.»
14กษัตริย์​ทรงหันมาให้พรที่ประชุมชาวอิสราเอล​ทั้งหมด ขณะนั้นทุกคนยืนอยู่
14و پادشاه روی خود را برگردانیده، تمامی جماعت اسرائیل را برکت داد و تمامی جماعت اسرائیل بایستادند.
15พระองค์​ตรัสว่า “ขอสรรเสริญพระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ผู้ตรัสกับดาวิดบิดาของพวกท่านด้วยพระโอษฐ์ และทรงทำให้สำเร็จด้วยพระหัตถ์ของพระองค์​ว่า
15پس گفت: «یهوه خدای اسرائیل متبارک باد که به دهان خود به پدر من داود وعده داده، و به‌دست خود آن را به‌جاآورده، گفت:
16‘ตั้งแต่วันที่เรานำประชาชน​อิสราเอล​ของเราออกจากอียิปต์ เราไม่เคยเลือกเมืองใดจากเผ่าต่าง ๆ ของอิสราเอล​เพื่อสร้างพระวิหาร​ให้พระนามของเราอยู่ที่นั่น แต่เราเลือกดาวิดให้ปกครองประชาชน​อิสราเอล​ของเรา’
16از روزی که قوم خود اسرائیل رااز مصر برآوردم، شهری از جمیع اسباط اسرائیل برنگزیدم تا خانه‌ای بنا نمایم که اسم من در آن باشد، اما داود را برگزیدم تا پیشوای قوم من اسرائیل بشود.
17“ดาวิดบิดาของข้าเคยตั้งใจสร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของพระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล
17و در دل پدرم، داود بود که خانه‌ای برای اسم یهوه، خدای اسرائیل، بنانماید.
18แต่พระยาห์เวห์​ตรัสกับดาวิดบิดาของข้าว่า ‘การที่เจ้าตั้งใจสร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของเรานั้นเป็นเรื่องดี
18اما خداوند به پدرم داود گفت: چون دردل تو بود که خانه‌ای برای اسم من بنا نمایی، نیکوکردی که این را در دل خود نهادی.
19ถึงกระนั้นเจ้าจะไม่ได้สร้างพระวิหาร บุตรที่สืบสายเลือดของเจ้าเองจะเป็นผู้สร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของเรา’
19لیکن توخانه را بنا نخواهی نمود بلکه پسر تو که از صلب تو بیرون آید، او خانه را برای اسم من بنا خواهدکرد.
20พระยาห์เวห์​ทรงทำตามพระดำรัส​ของพระองค์​แล้ว ข้าได้ขึ้นมาแทนดาวิดบิดาของข้า นั่งบนบัลลังก์​อิสราเอล​ตามที่พระยาห์เวห์​ทรงสัญญา และสร้างพระวิหาร​ถวายแด่พระนามของพระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล
20پس خداوند کلامی را که گفته بود ثابت گردانید، و من به‌جای پدر خود داود برخاسته، وبر وفق آنچه خداوند گفته بود بر کرسی اسرائیل نشسته‌ام، و خانه را به اسم یهوه، خدای اسرائیل، بنا کرده‌ام.
21ข้าได้จัดที่ไว้สำหรับหีบซึ่งบรรจุพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ ที่พระองค์​ทรงทำกับบรรพบุรุษของเราเมื่อนำพวกเขาออกจากอียิปต์”
21و در آن، مکانی مقرر کرده‌ام برای تابوتی که عهد خداوند در آن است که آن را باپدران ما حین بیرون آوردن ایشان از مصر بسته بود.»
22โซโลมอน​ทรงยืนต่อหน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ โดยมีที่ประชุมชาวอิสราเอล​ทั้งหมดอยู่ด้วย และชูพระหัตถ์ขึ้นสู่ฟ้า
22و سلیمان پیش مذبح خداوند به حضورتمامی جماعت اسرائیل ایستاده، دستهای خودرا به سوی آسمان برافراشت
23พระองค์​ทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ไม่มีพระเจ้า​องค์ใดเหมือนพระองค์ ทั้งในฟ้าเบื้องบนหรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง พระองค์​ทรงรักษาพันธสัญญาและความเมตตาต่อผู้รับใช้ที่ดำเนินต่อพระพักตร์พระองค์​อย่างสุดใจ
23و گفت: «ای یهوه، خدای اسرائیل، خدایی مثل تو نه بالا درآسمان و نه پایین بر زمین هست که با بندگان خودکه به حضور تو به تمامی دل خویش سلوک می‌نمایند، عهد و رحمت را نگاه می‌داری.
24พระองค์​ทรงรักษาสัญญาที่ประทานแก่ดาวิดบิดาของข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์​ตรัสด้วยพระโอษฐ์และทรงทำให้สำเร็จด้วยพระหัตถ์ ดังที่เห็นในวันนี้
24وآن وعده‌ای که به بنده خود، پدرم داود داده‌ای، نگاه داشته‌ای زیرا به دهان خود وعده دادی و به‌دست خود آن را وفا نمودی چنانکه امروز شده است.
25บัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ขอทรงรักษาสัญญาที่ประทานแก่ดาวิดบิดาของข้าพระองค์​ว่า ‘เจ้าจะไม่ขาดผู้สืบเชื้อสายนั่งบนบัลลังก์​อิสราเอล​ต่อหน้าเรา ถ้าบุตรหลานของเจ้าระวังทางที่ตนดำเนิน โดยดำเนินต่อหน้าเราเหมือนที่เจ้าได้ดำเนิน’
25پس الان‌ای یهوه، خدای اسرائیل، بابنده خود، پدرم داود، آن وعده‌ای را نگاه دار که به او داده و گفته‌ای کسی‌که بر کرسی اسرائیل بنشیند برای تو به حضور من منقطع نخواهد شد، به شرطی که پسرانت طریق های خود را نگاه داشته، به حضور من سلوک نمایند چنانکه تو به حضورم رفتار نمودی.
26“บัดนี้ ข้าแต่พระเจ้า​แห่งอิสราเอล ขอให้พระดำรัส​ที่พระองค์​ตรัสกับดาวิดบิดาของข้าพระองค์​ผู้รับใช้ของพระองค์​เป็นจริง
26و الان‌ای خدای اسرائیل تمنا اینکه کلامی که به بنده خود، پدرم داود گفته‌ای، ثابت بشود.
27แต่พระเจ้า​จะทรงประทับบนแผ่นดินโลกจริงหรือ? แม้ฟ้าและฟ้าสูงสุดยังรองรับพระองค์​ไม่ได้ แล้วพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างนี้จะรองรับพระองค์​ได้อย่างไร!
27«اما آیا خدا فی الحقیقه بر زمین ساکن خواهد شد؟ اینک فلک و فلک الافلاک تو راگنجایش ندارد تا چه رسد به این خانه‌ای که من بناکرده‌ام.
28ถึงอย่างนั้น ข้าแต่พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของข้าพระองค์ ขอทรงใส่พระทัยคำอธิษฐานและคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ ฟังเสียงร้องและคำอธิษฐานที่ผู้รับใช้ทูลต่อพระองค์​วันนี้
28لیکن‌ای یهوه، خدای من، به دعا وتضرع بنده خود توجه نما و استغاثه و دعایی راکه بنده ات امروز به حضور تو می‌کند، بشنو،
29ขอพระเนตรของพระองค์​เฝ้าดูพระวิหาร​นี้ทั้งกลางวันและกลางคืน คือสถานที่ที่พระองค์​ตรัสว่า ‘พระนามของเราจะอยู่ที่นั่น’ เพื่อฟังคำอธิษฐานที่ผู้รับใช้ทูลโดยหันมายังที่แห่งนี้
29تاآنکه شب و روز چشمان تو بر این خانه باز شود وبر مکانی که درباره‌اش گفتی که اسم من در آنجاخواهد بود و تا دعایی را که بنده ات به سوی این مکان بنماید، اجابت کنی.
30ขอทรงฟังคำวิงวอนของผู้รับใช้และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​เมื่อพวกเขาอธิษฐานโดยหันมายังที่แห่งนี้ ขอทรงฟังจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ และเมื่อทรงฟังแล้วก็โปรดให้อภัย
30و تضرع بنده ات و قوم خود اسرائیل را که به سوی این مکان دعامی نمایند، بشنو و از مکان سکونت خود، یعنی ازآسمان بشنو و چون شنیدی عفو نما.
31“ถ้าคนหนึ่งทำบาปต่อเพื่อนบ้าน แล้วถูกกำหนดให้ต้องสาบาน เขาจึงมาสาบานต่อหน้าแท่นบูชาของพระองค์​ในพระวิหาร​นี้
31«اگر کسی به همسایه خود گناه ورزد وقسم بر او عرضه شود که بخورد و او آمده پیش مذبح تو در این خانه قسم خورد،
32ขอทรงฟังจากฟ้า ลงมือพิพากษาผู้รับใช้ของพระองค์ ให้คนชั่วรับผลแห่งการกระทำของตนเอง และให้คนชอบธรรมพ้นผิดโดยได้รับตามความชอบธรรมของเขา
32آنگاه ازآسمان بشنو و عمل نموده، به جهت بندگانت حکم نما و شریران را ملزم ساخته، راه ایشان را به‌سر ایشان برسان و عادلان را عادل شمرده، ایشان را بر‌حسب عدالت ایشان جزا ده.
33“เมื่อประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​พ่ายแพ้แก่ศัตรูเพราะทำบาปต่อพระองค์ หากพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์ ยอมรับพระนามของพระองค์ อธิษฐานและวิงวอนต่อพระองค์​ในพระวิหาร​นี้
33«و هنگامی که قوم تو اسرائیل به‌سبب گناهی که به تو ورزیده باشند به حضور دشمنان خود مغلوب شوند اگر به سوی تو بازگشت نموده، اسم تو را اعتراف نمایند و نزد تو در این خانه دعا و تضرع نمایند،
34ขอทรงฟังจากฟ้า ให้อภัยบาปของประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ และนำพวกเขากลับสู่ดินแดนที่พระองค์​ประทานแก่บรรพบุรุษ
34آنگاه از آسمان بشنوو گناه قوم خود، اسرائیل را بیامرز و ایشان را به زمینی که به پدران ایشان داده‌ای بازآور.
35“เมื่อท้องฟ้าปิด ไม่มีฝนเพราะพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ หากพวกเขาอธิษฐานโดยหันมายังที่แห่งนี้ ยอมรับพระนามของพระองค์ และหันกลับจากบาปเมื่อพระองค์​ทรงทำให้พวกเขาทุกข์ยาก
35«هنگامی که آسمان بسته شود و به‌سبب گناهی که به تو ورزیده باشند باران نبارد، اگر به سوی این مکان دعا کنند و اسم تو را اعتراف نمایند و به‌سبب مصیبتی که به ایشان رسانیده باشی از گناه خویش بازگشت کنند،
36ขอทรงฟังจากฟ้า ให้อภัยบาปของผู้รับใช้และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ สอนพวกเขาให้รู้ทางที่ดีซึ่งควรดำเนิน แล้วส่งฝนลงบนแผ่นดินที่พระองค์​ประทานให้ประชาชน​เป็นมรดก
36آنگاه ازآسمان بشنو و گناه بندگانت و قوم خود اسرائیل را بیامرز و ایشان را به راه نیکو که در آن باید رفت، تعلیم ده و به زمین خود که آن را به قوم خویش برای میراث بخشیده‌ای، باران بفرست.
37“ถ้าเกิดการกันดารอาหารในแผ่นดิน เกิดโรคระบาด พืชเหี่ยวแห้ง โรคราน้ำค้าง ตั๊กแตนหรือหนอนกัดกินพืช หรือศัตรูล้อมเมืองใด ๆ ในดินแดนของพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติหรือโรคใด
37«اگر در زمین قحطی باشد و اگر وبا یا بادسموم یا یرقان باشد و اگر ملخ یا کرم باشد و اگردشمنان ایشان، ایشان را در شهرهای زمین ایشان محاصره نمایند، هر بلایی یا هر مرضی که بوده باشد،
38เมื่อคนใดคนหนึ่งหรือประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​ทั้งหมด ซึ่งแต่ละคนรู้ความทุกข์ในใจของตน อธิษฐานและวิงวอนโดยชูมือมาทางพระวิหาร​นี้
38آنگاه هر دعا و هر استغاثه‌ای که از هرمرد یا از تمامی قوم تو، اسرائیل، کرده شود که هریک از ایشان بلای دل خود را خواهند دانست، و دستهای خود را به سوی این خانه دراز نمایند،
39ขอทรงฟังจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ ให้อภัย ลงมือช่วย และตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำทุกอย่างของเขา พระองค์​ทรงรู้จักใจของเขา เพราะมีเพียงพระองค์​เท่านั้นที่ทรงรู้จักใจของมนุษย์ทุกคน
39آنگاه از آسمان که مکان سکونت تو باشد بشنوو بیامرز و عمل نموده، به هر کس که دل او رامی دانی به حسب راههایش جزا بده، زیرا که تو به تنهایی عارف قلوب جمیع بنی آدم هستی.
40เพื่อพวกเขาจะยำเกรงพระองค์​ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่พระองค์​ประทานแก่บรรพบุรุษของเรา
40تاآنکه ایشان در تمام روزهایی که به روی زمینی که به پدران ما داده‌ای زنده باشند، از توبترسند.
41“ส่วนคนต่างชาติซึ่งไม่ใช่ประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ เมื่อเขามาจากแดนไกลเพราะพระนามของพระองค์
41«و نیز غریبی که از قوم تو، اسرائیل، نباشدو به‌خاطر اسم تو از زمین بعید آمده باشد،
42เพราะผู้คนจะได้ยินถึงพระนามอันยิ่งใหญ่ พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และพระกรที่เหยียดออกของพระองค์ เมื่อคนต่างชาตินั้นมาอธิษฐานโดยหันมายังพระวิหาร​นี้
42زیراکه آوازه اسم عظیمت و دست قویت و بازوی دراز تو را خواهند شنید، پس چون بیاید و به سوی این خانه دعا نماید،
43ขอทรงฟังจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ และทำตามทุกสิ่งที่คนต่างชาติทูลขอ เพื่อชนทุกชาติบนแผ่นดินโลกจะรู้จักพระนามและยำเกรงพระองค์​อย่างประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ และรู้ว่าพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างนี้ได้ชื่อว่าเป็นของพระองค์
43آنگاه از آسمان که مکان سکونت توست بشنو و موافق هر‌چه آن غریب از تو استدعا نماید به عمل آور تا جمیع قومهای جهان اسم تو را بشناسند و مثل قوم تو، اسرائیل، از تو بترسند و بدانند که اسم تو بر این خانه‌ای که بنا کرده‌ام، نهاده شده است.
44“หากประชาชน​ของพระองค์​ออกไปรบกับศัตรูตามทางที่พระองค์​ทรงส่งพวกเขาไป และพวกเขาอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์​โดยหันมายังเมืองที่พระองค์​ทรงเลือกและพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างถวายแด่พระนามของพระองค์
44«اگر قوم تو برای مقاتله با دشمنان خود به راهی که ایشان را فرستاده باشی بیرون روند وایشان به سوی شهری که تو برگزیده‌ای و خانه‌ای که به جهت اسم تو بنا کرده‌ام، نزد خداوند دعانمایند،
45ขอทรงฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาจากฟ้า และทรงรักษาความเป็นธรรมให้แก่พวกเขา
45آنگاه دعا و تضرع ایشان را از آسمان بشنو و حق ایشان را بجا آور.
46หากพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ เพราะไม่มีมนุษย์คนใดไม่ทำบาป แล้วพระองค์​ทรงกริ้วและมอบพวกเขาให้ศัตรูจนถูกกวาดต้อนเป็นเชลยไปยังดินแดนของศัตรู ไม่ว่าไกลหรือใกล้
46«و اگر به تو گناه ورزیده باشند زیرا انسانی نیست که گناه نکند و تو بر ایشان غضبناک شده، ایشان را به‌دست دشمنان تسلیم کرده باشی واسیرکنندگان ایشان، ایشان را به زمین دشمنان خواه دور و خواه نزدیک به اسیری ببرند،
47แต่ถ้าในดินแดนที่ถูกกวาดต้อนไปนั้น พวกเขาสำนึกผิด หันกลับมา และวิงวอนต่อพระองค์​ในดินแดนของผู้จับพวกเขาไป โดยพูดว่า ‘พวกเราได้ทำบาป ทำผิด และประพฤติชั่ว’
47پس اگر ایشان در زمینی که در آن اسیر باشند به خودآمده، بازگشت نمایند و در زمین اسیری خود نزدتو تضرع نموده، گویند که گناه کرده، و عصیان ورزیده، و شریرانه رفتار نموده‌ایم،
48ถ้าพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์​ด้วยสุดใจสุดจิตในดินแดนของศัตรูที่กวาดต้อนพวกเขาไป และอธิษฐานต่อพระองค์​โดยหันมายังดินแดนที่พระองค์​ประทานแก่บรรพบุรุษ เมืองที่พระองค์​ทรงเลือก และพระวิหาร​ที่ข้าพระองค์​สร้างถวายแด่พระนามของพระองค์
48و در زمین دشمنانی که ایشان را به اسیری برده باشند به تمامی دل و به تمامی جان خود به تو بازگشت نمایند، و به سوی زمینی که به پدران ایشان داده‌ای و شهری که برگزیده و خانه‌ای که برای اسم تو بنا کرده‌ام، نزد تو دعا نمایند،
49ขอทรงฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของพวกเขาจากฟ้าซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ และทรงรักษาความเป็นธรรมให้แก่พวกเขา
49آنگاه ازآسمان که مکان سکونت توست، دعا و تضرع ایشان را بشنو و حق ایشان را بجا آور.
50ขอทรงให้อภัยประชาชน​ของพระองค์​ที่ทำบาปต่อพระองค์ และให้อภัยการละเมิดทุกอย่างของพวกเขา ขอทรงให้ผู้ที่กวาดต้อนพวกเขาไปเกิดความเมตตาต่อพวกเขา
50و قوم خود را که به تو گناه ورزیده باشند، عفو نما وتمامی تقصیرهای ایشان را که به تو ورزیده باشندبیامرز و ایشان را در دل اسیرکنندگان ایشان ترحم عطا فرما تا بر ایشان ترحم نمایند.
51เพราะพวกเขาเป็นประชาชน​และมรดกของพระองค์ ที่พระองค์​นำออกจากอียิปต์ ออกจากเตาหลอมเหล็ก
51زیراکه ایشان قوم تو و میراث تو می‌باشند که ازمصر از میان کوره آهن بیرون آوردی.
52ขอพระเนตรของพระองค์​เฝ้าดูคำวิงวอนของผู้รับใช้และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์ และทรงฟังทุกครั้งที่พวกเขาร้องทูล
52تاچشمان تو به تضرع بنده ات و به تضرع قوم تواسرائیل گشاده شود و ایشان را در هر‌چه نزدتو دعا نمایند، اجابت نمایی.
53เพราะพระองค์​ทรงแยกพวกเขาออกจากชนทุกชาติบนแผ่นดินโลกให้เป็นมรดกของพระองค์ ตามที่ตรัสผ่านโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อนำบรรพบุรุษของเราออกจากอียิปต์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์”
53زیرا که توایشان را از جمیع قومهای جهان برای ارثیت خویش ممتاز نموده‌ای چنانکه به واسطه بنده خود موسی وعده دادی هنگامی که تو‌ای خداوند یهوه پدران ما را از مصر بیرون آوردی.»
54เมื่อโซโลมอน​อธิษฐานและวิงวอนต่อพระยาห์เวห์​จนจบ พระองค์​ทรงลุกขึ้นจากท่าคุกเข่ากางพระหัตถ์สู่ฟ้าต่อหน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์
54و واقع شد که چون سلیمان از گفتن تمامی این دعا و تضرع نزد خداوند فارغ شد، از پیش مذبح خداوند از زانو زدن و دراز نمودن دستهای خود به سوی آسمان برخاست،
55พระองค์​ยืนขึ้นและให้พรที่ประชุมชาวอิสราเอล​ทั้งหมดด้วยเสียงดังว่า
55و ایستاده، تمامی جماعت اسرائیل را به آواز بلند برکت دادو گفت:
56“ขอสรรเสริญพระยาห์เวห์ ผู้ประทานความสงบแก่ประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​ตามที่ทรงสัญญาไว้ พระสัญญาอันดีทุกคำที่ตรัสผ่านโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์​สำเร็จทั้งหมด ไม่มีคำใดล้มเหลว
56«متبارک باد خداوند که قوم خود، اسرائیل را موافق هر‌چه وعده کرده بود، آرامی داده است زیرا که از تمامی وعده های نیکو که به واسطه بنده خود، موسی داده بود، یک سخن به زمین نیفتاد.
57ขอพระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราทรงอยู่กับเราเหมือนที่ทรงอยู่กับบรรพบุรุษของเรา ขออย่าทรงจากไปหรือทอดทิ้งเรา
57یهوه خدای ما با ما باشد چنانکه با پدران مامی بود و ما را ترک نکند و رد نماید.
58ขอทรงทำให้ใจของเราหันมาหาพระองค์ เพื่อดำเนินตามทางทุกอย่างของพระองค์ และรักษาพระบัญญัติ กฎเกณฑ์ และข้อกำหนดที่พระองค์​ทรงสั่งบรรพบุรุษของเรา
58و دلهای مارا به سوی خود مایل بگرداند تا در تمامی طریق هایش سلوک نموده، اوامر و فرایض واحکام او را که به پدران ما امر فرموده بود، نگاه داریم.
59ขอให้คำวิงวอนที่ข้ากล่าวต่อพระยาห์เวห์​นี้อยู่เบื้องพระพักตร์พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อพระองค์​จะทรงรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์​และประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์​ตามความจำเป็นในแต่ละวัน
59و کلمات این دعایی که نزد خداوندگفته‌ام، شب و روز نزدیک یهوه خدای ما باشد تاحق بنده خود و حق قوم خویش اسرائیل را برحسب اقتضای هر روز بجا آورد.
60เพื่อชนทุกชาติบนแผ่นดินโลกจะรู้ว่าพระยาห์เวห์​คือพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า​อื่นอีก
60تا تمامی قوم های جهان بدانند که یهوه خداست و دیگری نیست.
61“ดังนั้นจงมีใจภักดีต่อพระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราอย่างเต็มเปี่ยม ดำเนินตามกฎเกณฑ์และรักษาพระบัญญัติของพระองค์​เหมือนที่ทำในวันนี้”
61پس دل شما با یهوه خدای ما کامل باشد تا در فرایض او سلوک نموده، اوامر او رامثل امروز نگاه دارید.»
62กษัตริย์​และชาวอิสราเอล​ทั้งหมดที่อยู่กับพระองค์​ถวายเครื่องบูชา​ต่อพระยาห์เวห์
62پس پادشاه و تمامی اسرائیل با وی به حضور خداوند قربانی‌ها گذرانیدند.
63โซโลมอน​ถวายวัวสองหมื่นสองพันตัวและแกะหนึ่งแสนสองหมื่นตัวเป็นเครื่องบูชา​สันติสุขแด่พระยาห์เวห์ กษัตริย์​และชาวอิสราเอล​ทั้งหมดจึงถวายพระวิหาร​ของพระยาห์เวห์​ให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
63و سلیمان به جهت ذبایح سلامتی که برای خداوند گذارنید، بیست و دو هزار گاو و صد و بیست هزار گوسفندذبح نمود و پادشاه و جمیع بنی‌اسرائیل، خانه خداوند را تبریک نمودند.
64ในวันนั้นกษัตริย์​ทรงทำให้บริเวณกลางลานหน้าพระวิหาร​ของพระยาห์เวห์​เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระองค์​ถวายเครื่องบูชา​เผาทั้งตัว เครื่องธัญบูชา และไขมันของเครื่องบูชา​สันติสุขที่นั่น เนื่องจากแท่นบูชาทองสัมฤทธิ์​ต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์​เล็กเกินกว่าจะรองรับเครื่องบูชา​เหล่านั้น
64و در آن روز پادشاه وسط صحن را که پیش خانه خداوند است تقدیس نمود زیرا چونکه مذبح برنجینی که به حضور خداوند بود به جهت گنجایش قربانی های سوختنی و هدایای آردی و پیه قربانی های سلامتی کوچک بود، از آن جهت قربانی های سوختنی و هدایای آردی و پیه ذبایح سلامتی را در آنجا گذرانید.
65ครั้งนั้นโซโลมอน​และชาวอิสราเอล​ทั้งหมดซึ่งเป็นที่ประชุมใหญ่ ตั้งแต่ทางเข้าเมืองฮามัทจนถึงลำธารอียิปต์ จัดเทศกาลต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์​พระเจ้า​ของเราเจ็ดวันและอีกเจ็ดวัน รวมเป็นสิบสี่วัน
65و در آن وقت سلیمان و تمامی اسرائیل باوی عید را نگاه داشتند و آن انجمن بزرگ ازمدخل حمات تا وادی مصر هفت روز و هفت روز یعنی چهارده روز به حضور یهوه، خدای مابودند.
66ในวันที่แปดพระองค์​ส่งประชาชน​กลับ พวกเขาถวายพรแก่กษัตริย์​แล้วกลับไปยังเต็นท์ของตนด้วยความยินดีและเบิกบานใจ เพราะความดีทุกอย่างที่พระยาห์เวห์​ทรงทำต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์​และต่อประชาชน​อิสราเอล​ของพระองค์
66و در روز هشتم، قوم را مرخص فرمودو ایشان برای پادشاه برکت خواسته، و با شادمانی و خوشدلی به‌سبب تمامی احسانی که خداوند به بنده خود، داود و به قوم خویش اسرائیل نموده بود، به خیمه های خود رفتند.

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.