Corinthios I 7
Clementine Vulgate, 1598Translation
Clementine Vulgate, 1598
Freedom Bible (Thai)
1De quibus autem scripsistis mihi: Bonum est homini mulierem non tangere:
1ส่วนเรื่องที่พวกคุณเขียนมาถามข้าพเจ้า เป็นการดีที่ผู้ชายจะไม่ร่วมหลับนอนกับผู้หญิง
2propter fornicationem autem unusquisque suam uxorem habeat, et unaquæque suum virum habeat.
2แต่เพราะมีการผิดศีลธรรมทางเพศ ผู้ชายแต่ละคนจงมีภรรยาของตนเอง และผู้หญิงแต่ละคนจงมีสามีของตนเอง
3Uxori vir debitum reddat: similiter autem et uxor viro.
3สามีจงให้ความรักใคร่แก่ภรรยาตามที่ควรให้ และภรรยาก็จงทำเช่นเดียวกันแก่สามี
4Mulier sui corporis potestatem non habet, sed vir. Similiter autem et vir sui corporis potestatem non habet, sed mulier.
4ภรรยาไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตนเอง แต่สามีมี เช่นเดียวกัน สามีก็ไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตนเอง แต่ภรรยามี
5Nolite fraudare invicem, nisi forte ex consensu ad tempus, ut vacetis orationi: et iterum revertimini in idipsum, ne tentet vos Satanas propter incontinentiam vestram.
5อย่างดมีความสัมพันธ์กัน เว้นแต่พวกคุณตกลงกันชั่วระยะหนึ่ง เพื่ออุทิศตัวให้กับการอดอาหารและการอธิษฐาน แล้วจึงกลับมาอยู่ร่วมกันอีก เพื่อซาตานจะไม่ทดลองพวกคุณเพราะพวกคุณขาดการควบคุมตนเอง
6Hoc autem dico secundum indulgentiam, non secundum imperium.
6แต่ข้าพเจ้าพูดอย่างนี้เป็นการผ่อนปรน ไม่ใช่เป็นคำสั่ง
7Volo enim omnes vos esse sicut meipsum: sed unusquisque proprium donum habet ex Deo: alius quidem sic, alius vero sic.
7ข้าพเจ้าอยากให้ทุกคนเป็นเหมือนข้าพเจ้า ถึงอย่างนั้น แต่ละคนก็มีของประทานของตนจากพระเจ้า คนหนึ่งอย่างหนึ่ง อีกคนอย่างหนึ่ง
8Dico autem non nuptis, et viduis: bonum est illis si sic permaneant, sicut et ego.
8ส่วนคนที่ยังไม่ได้แต่งงานและแม่ม่าย ข้าพเจ้าขอบอกว่า ถ้าพวกเขาอยู่อย่างข้าพเจ้าต่อไปก็เป็นการดี
9Quod si non se continent, nubant. Melius est enim nubere, quam uri.
9แต่ถ้าพวกเขาควบคุมตนเองไม่ได้ ก็ให้แต่งงาน เพราะแต่งงานยังดีกว่าถูกความปรารถนาเผาร้อน
10Iis autem qui matrimonio juncti sunt, præcipio non ego, sed Dominus, uxorem a viro non discedere:
10ส่วนคนที่แต่งงานแล้ว ข้าพเจ้าสั่ง—ไม่ใช่ข้าพเจ้า แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสั่ง—ว่า ภรรยาอย่าแยกจากสามี
11quod si discesserit, manere innuptam, aut viro suo reconciliari. Et vir uxorem non dimittat.
11(แต่ถ้าเธอแยกไป ก็ให้อยู่เป็นโสด หรือไม่ก็คืนดีกับสามี) และสามีอย่าแยกจากภรรยา
12Nam ceteris ego dico, non Dominus. Si quis frater uxorem habet infidelem, et hæc consentit habitare cum illo, non dimittat illam.
12ส่วนคนอื่น ๆ ข้าพเจ้าเป็นผู้พูด ไม่ใช่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าพี่น้องชายคนใดมีภรรยาที่ไม่เชื่อ และเธอพอใจจะอยู่กับเขา เขาอย่าแยกจากเธอ
13Et si qua mulier fidelis habet virum infidelem, et hic consentit habitare cum illa, non dimittat virum:
13และหญิงคนใดมีสามีที่ไม่เชื่อ และเขาพอใจจะอยู่กับเธอ เธออย่าแยกจากสามี
14sanctificatus est enim vir infidelis per mulierem fidelem, et sanctificata est mulier infidelis per virum fidelem: alioquin filii vestri immundi essent, nunc autem sancti sunt.
14เพราะสามีที่ไม่เชื่อก็ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์เนื่องด้วยภรรยา และภรรยาที่ไม่เชื่อก็ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์เนื่องด้วยสามี มิฉะนั้น ลูกของพวกคุณก็จะเป็นมลทิน แต่ตอนนี้พวกเขาบริสุทธิ์
15Quod si infidelis discedit, discedat: non enim servituti subjectus est frater, aut soror in hujusmodi: in pace autem vocavit nos Deus.
15แต่ถ้าฝ่ายที่ไม่เชื่อจะแยกไป ก็ให้แยกไป ในกรณีเช่นนี้ พี่น้องชายหรือพี่น้องหญิงไม่ถูกผูกมัด พระเจ้าทรงเรียกเราให้อยู่ในสันติสุข
16Unde enim scis mulier, si virum salvum facies? aut unde scis vir, si mulierem salvam facies?
16ภรรยาเอ๋ย ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะช่วยสามีให้รอดหรือไม่? หรือสามีเอ๋ย ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะช่วยภรรยาให้รอดหรือไม่?
17Nisi unicuique sicut divisit Dominus, unumquemque sicut vocavit Deus, ita ambulet, et sicut in omnibus ecclesiis doceo.
17อย่างไรก็ตาม แต่ละคนจงดำเนินชีวิตตามส่วนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดให้ และตามสภาพที่พระเจ้าทรงเรียกเขา ข้าพเจ้าวางกฎนี้ไว้ในทุกประชาคม
18Circumcisus aliquis vocatus est? non adducat præputium. In præputio aliquis vocatus est? non circumcidatur.
18มีใครได้รับการเรียกขณะที่เข้าสุหนัตแล้วหรือ? ก็อย่าพยายามลบร่องรอยการเข้าสุหนัต มีใครได้รับการเรียกขณะที่ยังไม่ได้เข้าสุหนัตหรือ? ก็อย่าไปเข้าสุหนัต
19Circumcisio nihil est, et præputium nihil est: sed observatio mandatorum Dei.
19การเข้าสุหนัตไม่ใช่สิ่งสำคัญ และการไม่เข้าสุหนัตก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือการรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า
20Unusquisque in qua vocatione vocatus est, in ea permaneat.
20แต่ละคนจงอยู่ต่อในสภาพที่ตนอยู่เมื่อได้รับการเรียก
21Servus vocatus es? non sit tibi curæ: sed et si potes fieri liber, magis utere.
21ท่านได้รับการเรียกขณะเป็นทาสหรือ? อย่ากังวลเรื่องนั้น แต่ถ้าท่านมีโอกาสเป็นอิสระ ก็จงใช้โอกาสนั้น
22Qui enim in Domino vocatus est servus, libertus est Domini: similiter qui liber vocatus est, servus est Christi.
22เพราะคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกขณะเป็นทาส ก็เป็นคนอิสระขององค์พระผู้เป็นเจ้า เช่นเดียวกัน คนที่ได้รับการเรียกขณะเป็นอิสระ ก็เป็นทาสของพระคริสต์
23Pretio empti estis: nolite fieri servi hominum.
23พวกคุณถูกซื้อไว้ด้วยราคา อย่าเป็นทาสของมนุษย์
24Unusquisque in quo vocatus est, fratres, in hoc permaneat apud Deum.
24พี่น้องทั้งหลาย แต่ละคนอยู่ในสภาพใดเมื่อได้รับการเรียก ก็จงอยู่ในสภาพนั้นกับพระเจ้าต่อไป
25De virginibus autem præceptum Domini non habeo: consilium autem do, tamquam misericordiam consecutus a Domino, ut sim fidelis.
25ส่วนเรื่องหญิงพรหมจารี ข้าพเจ้าไม่มีคำสั่งจากองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ข้าพเจ้าให้ความเห็น ในฐานะคนที่ได้รับความเมตตาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าให้เป็นผู้ที่ไว้ใจได้
26Existimo ergo hoc bonum esse propter instantem necessitatem, quoniam bonum est homini sic esse.
26เพราะความยากลำบากที่กำลังเกิดขึ้น ข้าพเจ้าจึงคิดว่าเป็นการดีที่แต่ละคนจะคงอยู่ตามสภาพที่เป็นอยู่
27Alligatus es uxori? noli quærere solutionem. Solutus es ab uxore? noli quærere uxorem.
27ท่านผูกพันกับภรรยาอยู่หรือ? อย่าหาทางหลุดจากความผูกพัน ท่านไม่ได้ผูกพันกับภรรยาหรือ? อย่าหาภรรยา
28Si autem acceperis uxorem, non peccasti. Et si nupserit virgo, non peccavit: tribulationem tamen carnis habebunt hujusmodi. Ego autem vobis parco.
28แต่ถ้าท่านแต่งงาน ท่านก็ไม่ได้ทำบาป และถ้าหญิงพรหมจารีแต่งงาน เธอก็ไม่ได้ทำบาป แต่คนที่แต่งงานจะพบความทุกข์ยากในชีวิตนี้ และข้าพเจ้าอยากให้พวกคุณพ้นจากเรื่องนั้น
29Hoc itaque dico, fratres: tempus breve est: reliquum est, ut et qui habent uxores, tamquam non habentes sint:
29พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าหมายความว่า เวลาเหลือน้อย ตั้งแต่นี้ไป คนที่มีภรรยาจงเป็นเหมือนไม่มี
30et qui flent, tamquam non flentes: et qui gaudent, tamquam non gaudentes: et qui emunt, tamquam non possidentes:
30คนที่ร้องไห้จงเป็นเหมือนไม่ร้องไห้ คนที่ยินดีจงเป็นเหมือนไม่ยินดี คนที่ซื้อจงเป็นเหมือนไม่ได้ครอบครอง
31et qui utuntur hoc mundo, tamquam non utantur: præterit enim figura hujus mundi.
31และคนที่ใช้สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ จงเป็นเหมือนคนที่ไม่ได้ใช้มันอย่างเต็มที่ เพราะรูปแบบของโลกนี้กำลังผ่านไป
32Volo autem vos sine sollicitudine esse. Qui sine uxore est, sollicitus est quæ Domini sunt, quomodo placeat Deo.
32ข้าพเจ้าอยากให้พวกคุณพ้นจากความกังวล คนที่ยังไม่ได้แต่งงานเอาใจใส่เรื่องขององค์พระผู้เป็นเจ้า ว่าจะทำอย่างไรให้องค์พระผู้เป็นเจ้าพอใจ
33Qui autem cum uxore est, sollicitus est quæ sunt mundi, quomodo placeat uxori, et divisus est.
33แต่คนที่แต่งงานแล้วเอาใจใส่เรื่องของโลก ว่าจะทำอย่างไรให้ภรรยาพอใจ
34Et mulier innupta, et virgo, cogitat quæ Domini sunt, ut sit sancta corpore, et spiritu. Quæ autem nupta est, cogitat quæ sunt mundi, quomodo placeat viro.
34ภรรยากับหญิงพรหมจารีก็มีความแตกต่างกัน หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานเอาใจใส่เรื่องขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อเธอจะบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ แต่หญิงที่แต่งงานแล้วเอาใจใส่เรื่องของโลก ว่าจะทำอย่างไรให้สามีพอใจ
35Porro hoc ad utilitatem vestram dico: non ut laqueum vobis injiciam, sed ad id, quod honestum est, et quod facultatem præbeat sine impedimento Dominum obsecrandi.
35ข้าพเจ้าพูดเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของพวกคุณเอง ไม่ใช่เพื่อวางบ่วงผูกมัดพวกคุณ แต่เพื่อให้พวกคุณทำสิ่งที่เหมาะสม และเอาใจใส่องค์พระผู้เป็นเจ้าโดยไม่มีสิ่งใดแบ่งใจ
36Si quis autem turpem se videri existimat super virgine sua, quod sit superadulta, et ita oportet fieri: quod vult faciat: non peccat, si nubat.
36แต่ถ้าชายคนใดคิดว่าตนปฏิบัติต่อหญิงพรหมจารีของตนอย่างไม่เหมาะสม ถ้าเธอพ้นวัยสาวแล้ว และจำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ก็ให้เขาทำตามที่ต้องการ เขาไม่ได้ทำบาป ให้พวกเขาแต่งงานกัน
37Nam qui statuit in corde suo firmus, non habens necessitatem, potestatem autem habens suæ voluntatis, et hoc judicavit in corde suo, servare virginem suam, bene facit.
37แต่คนที่มั่นคงในใจ ไม่มีความจำเป็นบีบบังคับ และมีอำนาจเหนือความประสงค์ของตนเอง ถ้าเขาตัดสินใจในใจว่าจะรักษาหญิงพรหมจารีของตนไว้ เขาก็ทำดี
38Igitur et qui matrimonio jungit virginem suam, bene facit: et qui non jungit, melius facit.
38ดังนั้น คนที่ให้หญิงพรหมจารีของตนแต่งงานก็ทำดี และคนที่ไม่ให้แต่งงานก็ทำดีกว่า
39Mulier alligata est legi quanto tempore vir ejus vivit, quod si dormierit vir ejus, liberata est: cui vult nubat, tantum in Domino.
39ภรรยาถูกผูกพันตามกฎหมายตราบเท่าที่สามียังมีชีวิต แต่ถ้าสามีตาย เธอก็มีอิสระที่จะแต่งงานกับใครก็ได้ตามที่ต้องการ เพียงแต่คนนั้นต้องอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า
40Beatior autem erit si sic permanserit secundum meum consilium: puto autem quod et ego Spiritum Dei habeam.
40แต่ตามความเห็นของข้าพเจ้า ถ้าเธอคงอยู่อย่างเดิมก็จะมีความสุขกว่า และข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าก็มีพระวิญญาณของพระเจ้า
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.