رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَ

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 4

رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَ

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

رِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَ 4

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1وَإِنَّمَا أَقُولُ: مَا دَامَ ٱلْوَارِثُ قَاصِرًا لَا يَفْرِقُ شَيْئًا عَنِ ٱلْعَبْدِ، مَعَ كَوْنِهِ صَاحِبَ ٱلْجَمِيعِ.
1ข้าพเจ้า​หมายความ​ว่า ตราบใด​ที่​ทายาท​ยัง​เป็น​เด็ก เขา​ก็​ไม่​ต่าง​จาก​ทาส แม้​เขา​จะ​เป็น​เจ้าของ​ทุกสิ่ง
2بَلْ هُوَ تَحْتَ أَوْصِيَاءَ وَوُكَلَاءَ إِلَى ٱلْوَقْتِ ٱلْمُؤَجَّلِ مِنْ أَبِيهِ.
2เขา​อยู่​ใต้​ผู้ปกครอง​ดูแล และ​ผู้จัดการ​ทรัพย์สิน จน​ถึง​วัน​ที่​บิดา​กำหนด
3هَكَذَا نَحْنُ أَيْضًا: لَمَّا كُنَّا قَاصِرِينَ، كُنَّا مُسْتَعْبَدِينَ تَحْتَ أَرْكَانِ ٱلْعَالَمِ.
3เรา​เอง​ก็​เช่น​เดียวกัน เมื่อ​เรา​ยัง​เป็น​เด็ก เรา​ตก​เป็น​ทาส​อยู่​ใต้​หลัก​พื้นฐาน​ของ​โลก
4وَلَكِنْ لَمَّا جَاءَ مِلْءُ ٱلزَّمَانِ، أَرْسَلَ ٱللهُ ٱبْنَهُ مَوْلُودًا مِنِ ٱمْرَأَةٍ، مَوْلُودًا تَحْتَ ٱلنَّامُوسِ،
4แต่​เมื่อ​เวลา​ครบ​กำหนด พระเจ้า​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​มา พระองค์​เกิด​จาก​หญิง และ​เกิด​มา​อยู่​ใต้​ธรรมบัญญัติ
5لِيَفْتَدِيَ ٱلَّذِينَ تَحْتَ ٱلنَّامُوسِ، لِنَنَالَ ٱلتَّبَنِّيَ.
5เพื่อ​ไถ่​คน​ที่​อยู่​ใต้​ธรรมบัญญัติ และ​เพื่อ​เรา​จะ​ได้รับ​การ​รับ​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า
6ثُمَّ بِمَا أَنَّكُمْ أَبْنَاءٌ، أَرْسَلَ ٱللهُ رُوحَ ٱبْنِهِ إِلَى قُلُوبِكُمْ صَارِخًا: «يَا أَبَا ٱلْآبُ».
6เพราะ​พวกคุณ​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า พระเจ้า​จึง​ส่ง​พระวิญญาณ​ของ​พระบุตร​ของ​พระองค์​เข้า​มา​ใน​หัวใจ​ของ​พวกคุณ พระวิญญาณ​นั้น​ร้อง​ว่า “อับบา, พระบิดา!”
7إِذًا لَسْتَ بَعْدُ عَبْدًا بَلِ ٱبْنًا، وَإِنْ كُنْتَ ٱبْنًا فَوَارِثٌ لِلهِ بِٱلْمَسِيحِ.
7ดังนั้น คุณ​จึง​ไม่​ใช่​ทาส​อีก​ต่อไป แต่​เป็น​บุตร และ​ถ้า​เป็น​บุตร ก็​เป็น​ทายาท​ของ​พระเจ้า​ผ่าน​พระคริสต์
8لَكِنْ حِينَئِذٍ إِذْ كُنْتُمْ لَا تَعْرِفُونَ ٱللهَ، ٱسْتُعْبِدْتُمْ لِلَّذِينَ لَيْسُوا بِٱلطَّبِيعَةِ آلِهَةً.
8ใน​เวลานั้น เมื่อ​พวกคุณ​ยัง​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า พวกคุณ​ตก​เป็น​ทาส​ของ​สิ่ง​ที่​โดย​ธรรมชาติ​แล้ว​ไม่ใช่​พระเจ้า
9وَأَمَّا ٱلْآنَ إِذْ عَرَفْتُمُ ٱللهَ، بَلْ بِٱلْحَرِيِّ عُرِفْتُمْ مِنَ ٱللهِ، فَكَيْفَ تَرْجِعُونَ أَيْضًا إِلَى ٱلْأَرْكَانِ ٱلضَّعِيفَةِ ٱلْفَقِيرَةِ ٱلَّتِي تُرِيدُونَ أَنْ تُسْتَعْبَدُوا لَهَا مِنْ جَدِيدٍ؟
9แต่​บัดนี้​เมื่อ​พวกคุณ​รู้จัก​พระเจ้า​แล้ว หรือ​พูด​ให้​ถูก​คือ พระเจ้า​รู้จัก​พวกคุณ แล้ว​ทำไม​พวกคุณ​จึง​หัน​กลับ​ไป​หา​หลัก​พื้นฐาน​ที่​อ่อนแอ​และ​น่า​สมเพช​เหล่านั้น​อีก และ​อยาก​กลับ​ไป​เป็น​ทาส​ของ​มัน​อีก​ครั้ง?
10أَتَحْفَظُونَ أَيَّامًا وَشُهُورًا وَأَوْقَاتًا وَسِنِينَ؟
10พวกคุณ​ถือ​วัน เดือน ฤดูกาล และ​ปี​ต่าง ๆ
11أَخَافُ عَلَيْكُمْ أَنْ أَكُونَ قَدْ تَعِبْتُ فِيكُمْ عَبَثًا!
11ข้าพเจ้า​เกรง​ว่า งาน​ที่​ข้าพเจ้า​ตรากตรำ​เพื่อ​พวกคุณ​อาจ​สูญเปล่า
12أَتَضَرَّعُ إِلَيْكُمْ أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ، كُونُوا كَمَا أَنَا، لِأَنِّي أَنَا أَيْضًا كَمَا أَنْتُمْ. لَمْ تَظْلِمُونِي شَيْئًا.
12พี่น้อง​ทั้งหลาย ข้าพเจ้า​ขอร้อง​พวกคุณ ให้​เป็น​เหมือน​ข้าพเจ้า เพราะ​ข้าพเจ้า​ก็​ได้​เป็น​เหมือน​พวกคุณ​แล้ว พวกคุณ​ไม่ได้​ทำ​ผิด​ต่อ​ข้าพเจ้า​เลย
13وَلَكِنَّكُمْ تَعْلَمُونَ أَنِّي بِضَعْفِ ٱلْجَسَدِ بَشَّرْتُكُمْ فِي ٱلْأَوَّلِ.
13แต่​พวกคุณ​รู้​ว่า ครั้ง​แรก​ที่​ข้าพเจ้า​ประกาศ​ข่าวดี​แก่​พวกคุณ​นั้น เป็น​เพราะ​ความ​อ่อนแอ​ทาง​ร่างกาย
14وَتَجْرِبَتِي ٱلَّتِي فِي جَسَدِي لَمْ تَزْدَرُوا بِهَا وَلَا كَرِهْتُمُوهَا، بَلْ كَمَلَاكٍ مِنَ ٱللهِ قَبِلْتُمُونِي، كَٱلْمَسِيحِ يَسُوعَ.
14แม้​สภาพ​ร่างกาย​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​เป็น​บท​ทดสอบ​สำหรับ​พวกคุณ พวกคุณ​ก็​ไม่​ได้​ดูหมิ่น​หรือ​รังเกียจ​ข้าพเจ้า แต่​กลับ​ต้อนรับ​ข้าพเจ้า​เหมือน​ต้อนรับ​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า หรือ​แม้แต่​เหมือน​ต้อนรับ​พระคริสต์​เยซู
15فَمَاذَا كَانَ إِذًا تَطْوِيبُكُمْ؟ لِأَنِّي أَشْهَدُ لَكُمْ أَنَّهُ لَوْ أَمْكَنَ لَقَلَعْتُمْ عُيُونَكُمْ وَأَعْطَيْتُمُونِي.
15แล้ว​พร​ที่​พวกคุณ​ได้​รับ​ใน​เวลา​นั้น​คือ​อะไร? เพราะ​ข้าพเจ้า​เป็น​พยาน​ให้​พวกคุณ​ได้​ว่า ถ้า​เป็น​ไป​ได้ พวกคุณ​คง​ควัก​ตา​ของ​ตน​เอง​ออก​มา​มอบ​ให้​ข้าพเจ้า
16أَفَقَدْ صِرْتُ إِذًا عَدُوًّا لَكُمْ لِأَنِّي أَصْدُقُ لَكُمْ؟
16ถ้า​อย่างนั้น ข้าพเจ้า​กลาย​เป็น​ศัตรู​ของ​พวกคุณ​เพราะ​พูด​ความจริง​กับ​พวกคุณ​หรือ?
17يَغَارُونَ لَكُمْ لَيْسَ حَسَنًا، بَلْ يُرِيدُونَ أَنْ يَصُدُّوكُمْ لِكَيْ تَغَارُوا لَهُمْ.
17คน​เหล่านั้น​กระตือรือร้น​จะ​เอา​ชนะ​ใจ​พวกคุณ แต่​ไม่​ได้​หวังดี พวกเขา​ต้องการ​กัน​พวกคุณ​ออก​ไป เพื่อ​ให้​พวกคุณ​หัน​ไป​กระตือรือร้น​ติดตาม​พวกเขา
18حَسَنَةٌ هِيَ ٱلْغَيْرَةُ فِي ٱلْحُسْنَى كُلَّ حِينٍ، وَلَيْسَ حِينَ حُضُورِي عِنْدَكُمْ فَقَطْ.
18การ​กระตือรือร้น​เพื่อ​สิ่ง​ดี​ย่อม​เป็น​เรื่อง​ดี​เสมอ ไม่​ใช่​เฉพาะ​ตอน​ที่​ข้าพเจ้า​อยู่​กับ​พวกคุณ
19يَا أَوْلَادِي ٱلَّذِينَ أَتَمَخَّضُ بِكُمْ أَيْضًا إِلَى أَنْ يَتَصَوَّرَ ٱلْمَسِيحُ فِيكُمْ.
19ลูกน้อย​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​กำลัง​เจ็บปวด​เหมือน​คลอดลูก​เพราะ​พวกคุณ​อีก​ครั้ง จนกว่า​พระคริสต์​จะ​ก่อตัว​ขึ้น​ใน​ตัว​พวกคุณ
20وَلَكِنِّي كُنْتُ أُرِيدُ أَنْ أَكُونَ حَاضِرًا عِنْدَكُمُ ٱلْآنَ وَأُغَيِّرَ صَوْتِي، لِأَنِّي مُتَحَيِّرٌ فِيكُمْ!
20ตอนนี้​ข้าพเจ้า​อยาก​จะ​อยู่​กับ​พวกคุณ และ​เปลี่ยน​น้ำเสียง​ของ​ข้าพเจ้า เพราะ​ข้าพเจ้า​ไม่​แน่ใจ​จริง ๆ ว่า​จะ​คิด​อย่างไร​เกี่ยวกับ​พวกคุณ
21قُولُوا لِي، أَنْتُمُ ٱلَّذِينَ تُرِيدُونَ أَنْ تَكُونُوا تَحْتَ ٱلنَّامُوسِ: أَلَسْتُمْ تَسْمَعُونَ ٱلنَّامُوسَ؟
21พวกคุณ​ที่​อยาก​อยู่​ใต้​ธรรมบัญญัติ บอก​ข้าพเจ้า​สิ พวกคุณ​ไม่​ฟัง​ธรรมบัญญัติ​หรือ?
22فَإِنَّهُ مَكْتُوبٌ: أَنَّهُ كَانَ لِإِبْرَاهِيمَ ٱبْنَانِ، وَاحِدٌ مِنَ ٱلْجَارِيَةِ وَٱلْآخَرُ مِنَ ٱلْحُرَّةِ.
22มี​เขียน​ไว้​ว่า อับราฮัม​มี​บุตรชาย​สองคน คน​หนึ่ง​เกิด​จาก​หญิงทาส อีก​คน​หนึ่ง​เกิด​จาก​หญิงเสรี
23لَكِنَّ ٱلَّذِي مِنَ ٱلْجَارِيَةِ وُلِدَ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ، وَأَمَّا ٱلَّذِي مِنَ ٱلْحُرَّةِ فَبِالْمَوْعِدِ.
23บุตรชาย​ที่​เกิด​จาก​หญิงทาส​นั้น เกิด​ตาม​เนื้อหนัง แต่​บุตรชาย​ที่​เกิด​จาก​หญิงเสรี เกิด​โดย​พระสัญญา
24وَكُلُّ ذَلِكَ رَمْزٌ، لِأَنَّ هَاتَيْنِ هُمَا ٱلْعَهْدَانِ، أَحَدُهُمَا مِنْ جَبَلِ سِينَاءَ، ٱلْوَالِدُ لِلْعُبُودِيَّةِ، ٱلَّذِي هُوَ هَاجَرُ.
24เรื่อง​เหล่านี้​มี​ความหมาย​เชิง​อุปมา เพราะ​หญิง​สองคน​นี้​คือ​พันธสัญญา​สอง​พันธสัญญา พันธสัญญา​หนึ่ง​มา​จาก​ภูเขา​ซีนาย ให้​กำเนิด​ลูก​มา​เป็น​ทาส นั่น​คือ​ฮาการ์
25لِأَنَّ هَاجَرَ جَبَلُ سِينَاءَ فِي ٱلْعَرَبِيَّةِ. وَلَكِنَّهُ يُقَابِلُ أُورُشَلِيمَ ٱلْحَاضِرَةَ، فَإِنَّهَا مُسْتَعْبَدَةٌ مَعَ بَنِيهَا.
25ฮาการ์​คน​นี้​คือ​ภูเขา​ซีนาย​ใน​อาระเบีย และ​ตรง​กับ​กรุง​เยรูซาเล็ม​ใน​ปัจจุบัน เพราะ​กรุง​นั้น​เป็น​ทาส​พร้อม​กับ​ลูก ๆ ของ​ตน
26وَأَمَّا أُورُشَلِيمُ ٱلْعُلْيَا، ٱلَّتِي هِيَ أُمُّنَا جَمِيعًا، فَهِيَ حُرَّةٌ.
26ส่วน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ที่​อยู่​เบื้องบน​เป็น​เสรี และ​เป็น​มารดา​ของ​เรา​ทุกคน
27لِأَنَّهُ مَكْتُوبٌ: «ٱفْرَحِي أَيَّتُهَا ٱلْعَاقِرُ ٱلَّتِي لَمْ تَلِدْ. اِهْتِفِي وَٱصْرُخِي أَيَّتُهَا ٱلَّتِي لَمْ تَتَمَخَّضْ، فَإِنَّ أَوْلَادَ ٱلْمُوحِشَةِ أَكْثَرُ مِنَ ٱلَّتِي لَهَا زَوْجٌ».
27เพราะ​มี​เขียน​ไว้​ว่า “จง​ยินดี หญิงหมัน ผู้​ไม่​คลอดบุตร จง​เปล่ง​เสียง​ร้อง​ออกมา หญิง​ผู้​ไม่​เคย​เจ็บ​ครรภ์​คลอด เพราะ​หญิง​ที่​ถูก​ทอดทิ้ง​มี​ลูก​มากกว่า​หญิง​ที่​มี​สามี”
28وَأَمَّا نَحْنُ أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ فَنَظِيرُ إِسْحَاقَ، أَوْلَادُ ٱلْمَوْعِدِ.
28พี่น้อง​ทั้งหลาย เรา​เป็น​ลูก​ตาม​พระสัญญา​เหมือน​อิสอัค
29وَلَكِنْ كَمَا كَانَ حِينَئِذٍ ٱلَّذِي وُلِدَ حَسَبَ ٱلْجَسَدِ يَضْطَهِدُ ٱلَّذِي حَسَبَ ٱلرُّوحِ، هَكَذَا ٱلْآنَ أَيْضًا.
29ใน​เวลานั้น คน​ที่​เกิด​ตาม​เนื้อหนัง​ข่มเหง​คน​ที่​เกิด​ตาม​พระวิญญาณ​อย่างไร เวลานี้​ก็​เป็น​อย่างนั้น​เช่นกัน
30لَكِنْ مَاذَا يَقُولُ ٱلْكِتَابُ؟ «ٱطْرُدِ ٱلْجَارِيَةَ وَٱبْنَهَا، لِأَنَّهُ لَا يَرِثُ ٱبْنُ ٱلْجَارِيَةِ مَعَ ٱبْنِ ٱلْحُرَّةِ».
30แล้ว​พระคัมภีร์​ว่า​อย่างไร? “จง​ไล่​หญิงทาส​กับ​ลูกชาย​ของ​หญิง​นั้น​ออก​ไป เพราะ​ลูกชาย​ของ​หญิงทาส​จะ​ไม่ได้​รับ​มรดก​ร่วม​กับ​ลูกชาย​ของ​หญิงเสรี”
31إِذًا أَيُّهَا ٱلْإِخْوَةُ لَسْنَا أَوْلَادَ جَارِيَةٍ بَلْ أَوْلَادُ ٱلْحُرَّةِ.
31เพราะ​ฉะนั้น พี่น้อง​ทั้งหลาย เรา​ไม่​ใช่​ลูก​ของ​หญิงทาส แต่​เป็น​ลูก​ของ​หญิงเสรี

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.