رِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى

Old Testament

New Testament

إِنْجِيلُ مَتَّىإِنْجِيلُ مَرْقُسَإِنْجِيلُ لُوقَاإِنْجِيلُ يُوحَنَّاأَعْمَالُ ٱلرُّسُلِرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ رُومِيَةَ١ كورنثوسرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ كُورِنْثُوسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ غَلَاطِيَّةَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ أَفَسُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ فِيلِبِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى أَهْلِ كُولُوسِّيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلأُولَى إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى أَهْلِ تَسَالُونِيكِيرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيةُ إِلَى تِيمُوثَاوُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى تِيطُسَرِسَالَةُ بُولُسَ ٱلرَّسُولِ إِلَى فِلِيمُونَاَلرِّسَالَةُ إِلَى ٱلْعِبْرَانِيِّينَرِسَالَةُ يَعْقُوبَرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ بُطْرُسَ ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَىرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّانِيَةُرِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلثَّالِثَةُرِسَالَةُ يَهُوذَارُؤْيَا يُوحَنَّا ٱللَّاهُوتِيِّ
Chapter 4

رِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى

Smith–Van Dyck Arabic Bi…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

رِسَالَةُ يُوحَنَّا ٱلرَّسُولِ ٱلْأُولَى 4

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
Freedom Bible (Thai)
1أَيُّهَا ٱلْأَحِبَّاءُ، لَا تُصَدِّقُوا كُلَّ رُوحٍ، بَلِ ٱمْتَحِنُوا ٱلْأَرْوَاحَ: هَلْ هِيَ مِنَ ٱللهِ؟ لِأَنَّ أَنْبِيَاءَ كَذَبَةً كَثِيرِينَ قَدْ خَرَجُوا إِلَى ٱلْعَالَمِ.
1ที่รักทั้งหลาย อย่า​เชื่อ​ไป​ทุก​วิญญาณ แต่​จง​ทดสอบ​วิญญาณ​เหล่านั้น​ว่า​มาจาก​พระเจ้า​หรือไม่ เพราะ​มี​ผู้พยากรณ์​เท็จ​จำนวน​มาก​ออก​ไป​ใน​โลก​แล้ว
2بِهَذَا تَعْرِفُونَ رُوحَ ٱللهِ: كُلُّ رُوحٍ يَعْتَرِفُ بِيَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ أَنَّهُ قَدْ جَاءَ فِي ٱلْجَسَدِ فَهُوَ مِنَ ٱللهِ،
2พวกคุณ​รู้จัก​พระวิญญาณ​ของ​พระเจ้า​ได้​อย่างนี้: ทุก​วิญญาณ​ที่​ยอมรับ​ว่า​พระเยซูคริสต์​มาเป็น​มนุษย์​นั้น​มาจาก​พระเจ้า
3وَكُلُّ رُوحٍ لَا يَعْتَرِفُ بِيَسُوعَ ٱلْمَسِيحِ أَنَّهُ قَدْ جَاءَ فِي ٱلْجَسَدِ، فَلَيْسَ مِنَ ٱللهِ. وَهَذَا هُوَ رُوحُ ضِدِّ ٱلْمَسِيحِ ٱلَّذِي سَمِعْتُمْ أَنَّهُ يَأْتِي، وَٱلْآنَ هُوَ فِي ٱلْعَالَمِ.
3และ​ทุก​วิญญาณ​ที่​ไม่​ยอมรับ​ว่า​พระเยซูคริสต์​มาเป็น​มนุษย์​นั้น​ไม่ได้​มาจาก​พระเจ้า นี่​คือ​วิญญาณ​ของ​ผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่ง​พวกคุณ​ได้ยิน​ว่า​กำลัง​มา และ​ตอนนี้​ก็​อยู่​ใน​โลก​แล้ว
4أَنْتُمْ مِنَ ٱللهِ أَيُّهَا ٱلْأَوْلَادُ، وَقَدْ غَلَبْتُمُوهُمْ لِأَنَّ ٱلَّذِي فِيكُمْ أَعْظَمُ مِنَ ٱلَّذِي فِي ٱلْعَالَمِ.
4ลูก ๆ พวกคุณ​มาจาก​พระเจ้า และ​ชนะ​พวกเขา​แล้ว เพราะ​ผู้​ที่​อยู่​ใน​พวกคุณ​ยิ่งใหญ่​กว่า​ผู้​ที่​อยู่​ใน​โลก
5هُمْ مِنَ ٱلْعَالَمِ، مِنْ أَجْلِ ذَلِكَ يَتَكَلَّمُونَ مِنَ ٱلْعَالَمِ، وَٱلْعَالَمُ يَسْمَعُ لَهُمْ.
5พวกเขา​มาจาก​โลก จึง​พูด​เรื่อง​ของ​โลก และ​โลก​ก็​ฟัง​พวกเขา
6نَحْنُ مِنَ ٱللهِ، فَمَنْ يَعْرِفُ ٱللهَ يَسْمَعُ لَنَا، وَمَنْ لَيْسَ مِنَ ٱللهِ لَا يَسْمَعُ لَنَا. مِنْ هَذَا نَعْرِفُ رُوحَ ٱلْحَقِّ وَرُوحَ ٱلضَّلَالِ.
6เรา​มาจาก​พระเจ้า คน​ที่​รู้จัก​พระเจ้า​ก็​ฟัง​เรา คน​ที่​ไม่ได้​มาจาก​พระเจ้า​ก็​ไม่​ฟัง​เรา เรา​รู้จัก​วิญญาณ​แห่ง​ความจริง​และ​วิญญาณ​แห่ง​ความ​หลงผิด​ได้​อย่างนี้
7أَيُّهَا ٱلْأَحِبَّاءُ، لِنُحِبَّ بَعْضُنَا بَعْضًا، لِأَنَّ ٱلْمَحَبَّةَ هِيَ مِنَ ٱللهِ، وَكُلُّ مَنْ يُحِبُّ فَقَدْ وُلِدَ مِنَ ٱللهِ وَيَعْرِفُ ٱللهَ.
7ที่รักทั้งหลาย ให้​เรา​รัก​กัน​และ​กัน เพราะ​ความรัก​มาจาก​พระเจ้า และ​ทุกคน​ที่รัก​ก็​เกิด​จาก​พระเจ้า​และ​รู้จัก​พระเจ้า
8وَمَنْ لَا يُحِبُّ لَمْ يَعْرِفِ ٱللهَ، لِأَنَّ ٱللهَ مَحَبَّةٌ.
8คน​ที่​ไม่​รัก​ก็​ไม่​รู้จัก​พระเจ้า เพราะ​พระเจ้า​คือ​ความรัก
9بِهَذَا أُظْهِرَتْ مَحَبَّةُ ٱللهِ فِينَا: أَنَّ ٱللهَ قَدْ أَرْسَلَ ٱبْنَهُ ٱلْوَحِيدَ إِلَى ٱلْعَالَمِ لِكَيْ نَحْيَا بِهِ.
9ความรัก​ของ​พระเจ้า​ปรากฏ​ให้​เห็น​ใน​เรา​อย่างนี้: พระเจ้า​ส่ง​พระบุตร​ผู้​ถือกำเนิด​เพียง​องค์​เดียว ของ​พระองค์​เข้ามา​ใน​โลก เพื่อ​ให้​เรา​มี​ชีวิต​โดยอาศัย​พระบุตร
10فِي هَذَا هِيَ ٱلْمَحَبَّةُ: لَيْسَ أَنَّنَا نَحْنُ أَحْبَبْنَا ٱللهَ، بَلْ أَنَّهُ هُوَ أَحَبَّنَا، وَأَرْسَلَ ٱبْنَهُ كَفَّارَةً لِخَطَايَانَا.
10นี่​คือ​ความรัก: ไม่ใช่​การ​ที่​เรา​รัก​พระเจ้า แต่​คือ​การ​ที่​พระองค์​รัก​เรา และ​ส่ง​พระบุตร​ของ​พระองค์​มาเป็น​เครื่องบูชา​ชดใช้​บาป ของ​เรา
11أَيُّهَا ٱلْأَحِبَّاءُ، إِنْ كَانَ ٱللهُ قَدْ أَحَبَّنَا هَكَذَا، يَنْبَغِي لَنَا أَيْضًا أَنْ يُحِبَّ بَعْضُنَا بَعْضًا.
11ที่รักทั้งหลาย ถ้า​พระเจ้า​รัก​เรา​อย่างนี้ เรา​ก็​ควร​รัก​กัน​และ​กัน
12ٱللهُ لَمْ يَنْظُرْهُ أَحَدٌ قَطُّ. إِنْ أَحَبَّ بَعْضُنَا بَعْضًا، فَٱللهُ يَثْبُتُ فِينَا، وَمَحَبَّتُهُ قَدْ تَكَمَّلَتْ فِينَا.
12ไม่มี​ใคร​เคย​เห็น​พระเจ้า​เลย ถ้า​เรา​รัก​กัน​และ​กัน พระเจ้า​ก็​คงอยู่​ใน​เรา และ​ความรัก​ของ​พระองค์​ก็​สมบูรณ์​ใน​เรา
13بِهَذَا نَعْرِفُ أَنَّنَا نَثْبُتُ فِيهِ وَهُوَ فِينَا: أَنَّهُ قَدْ أَعْطَانَا مِنْ رُوحِهِ.
13เรา​รู้​ว่า​เรา​คงอยู่​ใน​พระองค์ และ​พระองค์​คงอยู่​ใน​เรา เพราะ​พระองค์​ประทาน​แก่​เรา​จาก​พระวิญญาณ​ของ​พระองค์
14وَنَحْنُ قَدْ نَظَرْنَا وَنَشْهَدُ أَنَّ ٱلْآبَ قَدْ أَرْسَلَ ٱلِٱبْنَ مُخَلِّصًا لِلْعَالَمِ.
14เรา​ได้​เห็น และ​เป็น​พยาน​ว่า​พระบิดา​ส่ง​พระบุตร​มาเป็น​พระผู้ช่วยให้รอด​ของ​โลก
15مَنِ ٱعْتَرَفَ أَنَّ يَسُوعَ هُوَ ٱبْنُ ٱللهِ، فَٱللهُ يَثْبُتُ فِيهِ وَهُوَ فِي ٱللهِ.
15ทุกคน​ที่​ยอมรับ​ว่า​พระเยซู​เป็น​พระบุตร​ของ​พระเจ้า พระเจ้า​ก็​คงอยู่​ใน​คนนั้น และ​คนนั้น​คงอยู่​ใน​พระเจ้า
16وَنَحْنُ قَدْ عَرَفْنَا وَصَدَّقْنَا ٱلْمَحَبَّةَ ٱلَّتِي لِلهِ فِينَا. ٱللهُ مَحَبَّةٌ، وَمَنْ يَثْبُتْ فِي ٱلْمَحَبَّةِ، يَثْبُتْ فِي ٱللهِ وَٱللهُ فِيهِ.
16เรา​ได้​รู้ และ​เชื่อ​ใน​ความรัก​ที่​พระเจ้า​มี​ต่อ​เรา พระเจ้า​คือ​ความรัก และ​คน​ที่​คงอยู่​ใน​ความรัก​ก็​คงอยู่​ใน​พระเจ้า และ​พระเจ้า​คงอยู่​ใน​เขา
17بِهَذَا تَكَمَّلَتِ ٱلْمَحَبَّةُ فِينَا: أَنْ يَكُونَ لَنَا ثِقَةٌ فِي يَوْمِ ٱلدِّينِ، لِأَنَّهُ كَمَا هُوَ فِي هَذَا ٱلْعَالَمِ، هَكَذَا نَحْنُ أَيْضًا.
17ความรัก​สมบูรณ์​ใน​หมู่​เรา​อย่างนี้ เพื่อ​ให้​เรา​มี​ความ​มั่นใจ​ใน​วัน​พิพากษา เพราะ​พระองค์​เป็น​อย่างไร เรา​ก็​เป็น​อย่างนั้น​ใน​โลกนี้
18لَا خَوْفَ فِي ٱلْمَحَبَّةِ، بَلِ ٱلْمَحَبَّةُ ٱلْكَامِلَةُ تَطْرَحُ ٱلْخَوْفَ إِلَى خَارِجٍ لِأَنَّ ٱلْخَوْفَ لَهُ عَذَابٌ. وَأَمَّا مَنْ خَافَ فَلَمْ يَتَكَمَّلْ فِي ٱلْمَحَبَّةِ.
18ใน​ความรัก​ไม่มี​ความ​กลัว แต่​ความรัก​ที่​สมบูรณ์​ขับไล่​ความ​กลัว​ออก​ไป เพราะ​ความ​กลัว​มา​พร้อม​กับ​การ​ลงโทษ คน​ที่​กลัว​จึง​ยัง​ไม่​สมบูรณ์​ใน​ความรัก
19نَحْنُ نُحِبُّهُ لِأَنَّهُ هُوَ أَحَبَّنَا أَوَّلًا.
19เรา​รัก​พระองค์ เพราะ​พระองค์​รัก​เรา​ก่อน
20إِنْ قَالَ أَحَدٌ: «إِنِّي أُحِبُّ ٱللهَ» وَأَبْغَضَ أَخَاهُ، فَهُوَ كَاذِبٌ. لِأَنَّ مَنْ لَا يُحِبُّ أَخَاهُ ٱلَّذِي أَبْصَرَهُ، كَيْفَ يَقْدِرُ أَنْ يُحِبَّ ٱللهَ ٱلَّذِي لَمْ يُبْصِرْهُ؟
20ถ้า​ใคร​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​รัก​พระเจ้า” แต่​เกลียด​พี่น้อง​ของ​ตน คนนั้น​เป็น​คน​โกหก เพราะ​คน​ที่​ไม่​รัก​พี่น้อง​ซึ่ง​ตน​มอง​เห็น จะ​รัก​พระเจ้า​ซึ่ง​ตน​มอง​ไม่​เห็น​ได้​อย่างไร?
21وَلَنَا هَذِهِ ٱلْوَصِيَّةُ مِنْهُ: أَنَّ مَنْ يُحِبُّ ٱللهَ يُحِبُّ أَخَاهُ أَيْضًا.
21พระบัญชา​ที่​เรา​ได้รับ​จาก​พระองค์​คือ คน​ที่รัก​พระเจ้า​ควร​รัก​พี่น้อง​ของ​ตน​ด้วย

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.