เลวีนิติ
Chapter 13
Freedom Bible (Thai)
vs Clementine Vulgate…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

เลวีนิติ 13

Freedom Bible (Thai)
Clementine Vulgate, 1598
1พระยาห์เวห์​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรนว่า
1Locutusque est Dominus ad Moysen, et Aaron, dicens:
2“ถ้า​ผิวหนัง​ตาม​ร่างกาย​ของ​ชาย​คน​ใด​มี​รอย​บวม สะเก็ด หรือ​รอย​ด่าง​ขาว และ​รอย​นั้น​กลาย​เป็น​รอย​โรค​เรื้อน​บน​ผิวหนัง เขา​ต้อง​ถูก​พา​ไป​หา​อาโรน​ปุโรหิต หรือ​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​ของ​อาโรน​ซึ่ง​เป็น​ปุโรหิต
2Homo, in cujus cute et carne ortus fuerit diversus color, sive pustula, aut quasi lucens quippiam, id est, plaga lepræ, adducetur ad Aaron sacerdotem, vel ad unum quemlibet filiorum ejus.
3ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​บน​ผิวหนัง ถ้า​ขน​ตรง​รอย​โรค​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว และ​รอย​โรค​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา​และ​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
3Qui cum viderit lepram in cute, et pilos in album mutatos colorem, ipsamque speciem lepræ humiliorem cute et carne reliqua: plaga lepræ est, et ad arbitrium ejus separabitur.
4แต่​ถ้า​รอย​ด่าง​บน​ผิวหนัง​เป็น​สี​ขาว รอย​นั้น​ดู​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​ขน​ตรง​รอย​ยัง​ไม่​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว ปุโรหิต​ต้อง​แยก​ผู้​ที่​มี​รอย​โรค​นั้น​ไว้​เจ็ด​วัน
4Sin autem lucens candor fuerit in cute, nec humilior carne reliqua, et pili coloris pristini, recludet eum sacerdos septem diebus:
5ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​ปุโรหิต​เห็น​ว่า​รอย​โรค​ยัง​คง​เดิม​และ​ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​แยก​เขา​ไว้​อีก​เจ็ด​วัน
5et considerabit die septimo: et si quidem lepra ultra non creverit, nec transierit in cute priores terminos, rursum recludet eum septem diebus aliis.
6ใน​วันที่​เจ็ด​ครั้ง​ที่​สอง ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา​อีก ถ้า​รอย​โรค​จาง​ลง​และ​ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี รอย​นั้น​เป็น​เพียง​สะเก็ด เขา​ต้อง​ซัก​เสื้อผ้า แล้ว​จึง​จะ​สะอาด​ตาม​พิธี
6Et die septimo contemplabitur: si obscurior fuerit lepra, et non creverit in cute, mundabit eum, quia scabies est: lavabitque homo vestimenta sua, et mundus erit.
7แต่​ถ้า​สะเก็ด​นั้น​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง หลัง​จาก​เขา​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ​เพื่อ​การ​ชำระ​ตัว​แล้ว เขา​ต้อง​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ​อีก​ครั้ง
7Quod si postquam a sacerdote visus est, et redditus munditiæ, iterum lepra creverit: adducetur ad eum,
8ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​สะเก็ด​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​โรค​เรื้อน
8et immunditiæ condemnabitur.
9“ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​รอย​โรค​เรื้อน เขา​ต้อง​ถูก​พา​ไป​หา​ปุโรหิต
9Plaga lepræ si fuerit in homine, adducetur ad sacerdotem,
10ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​มี​รอย​บวม​สี​ขาว​บน​ผิวหนัง ขน​ตรง​บริเวณ​นั้น​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว และ​มี​เนื้อ​สด​อยู่​ใน​รอย​บวม
10et videbit eum. Cumque color albus in cute fuerit, et capillorum mutaverit aspectum, ipsa quoque caro viva apparuerit:
11นั่น​คือ​โรค​เรื้อน​เรื้อรัง​บน​ผิวหนัง​ของ​เขา ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ไม่​ต้อง​แยก​เขา​ไว้ เพราะ​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี​อยู่​แล้ว
11lepra vetustissima judicabitur, atque inolita cuti. Contaminabit itaque eum sacerdos, et non recludet, quia perspicuæ immunditiæ est.
12“ถ้า​โรค​เรื้อน​ลุกลาม​ไป​ทั่ว​ผิวหนัง​และ​ปกคลุม​ผิวหนัง​ของ​ผู้​มี​รอย​โรค​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​เท้า เท่า​ที่​ปุโรหิต​มอง​เห็น
12Sin autem effloruerit discurrens lepra in cute, et operuerit omnem cutem a capite usque ad pedes, quidquid sub aspectum oculorum cadit,
13ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​โรค​เรื้อน​ปกคลุม​เนื้อ​ของ​เขา​ทั้งหมด ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​จาก​รอย​โรค​นั้น เพราะ​ทั้งหมด​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว เขา​จึง​สะอาด​ตาม​พิธี
13considerabit eum sacerdos, et teneri lepra mundissima judicabit: eo quod omnis in candorem versa sit, et idcirco homo mundus erit.
14แต่​เมื่อ​ใด​ที่​มี​เนื้อ​สด​ปรากฏ​ขึ้น เขา​จะ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
14Quando vero caro vivens in eo apparuerit,
15ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เนื้อ​สด​นั้น​และ​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี เนื้อ​สด​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​โรค​เรื้อน
15tunc sacerdotis judicio polluetur, et inter immundos reputabitur: caro enim viva, si lepra aspergitur, immunda est.
16แต่​ถ้า​เนื้อ​สด​นั้น​กลับ​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว เขา​ต้อง​ไป​หา​ปุโรหิต
16Quod si rursum versa fuerit in alborem, et totum hominem operuerit,
17ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​รอย​โรค​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​จาก​รอย​โรค​นั้น เขา​สะอาด​ตาม​พิธี
17considerabit eum sacerdos, et mundum esse decernet.
18“ถ้า​ผิวหนัง​ของ​คน​คน​หนึ่ง​เคย​เป็น​ฝี​และ​ฝี​นั้น​หาย​แล้ว
18Caro autem et cutis in qua ulcus natum est, et sanatum,
19แต่​ตรง​บริเวณ​ที่​เคย​เป็น​ฝี​มี​รอย​บวม​สี​ขาว​หรือ​รอย​ด่าง​สี​ขาว​อม​แดง เขา​ต้อง​นำ​รอย​นั้น​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ
19et in loco ulceris cicatrix alba apparuerit, sive subrufa, adducetur homo ad sacerdotem.
20ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ ถ้า​รอย​นั้น​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​ขน​ตรง​รอย​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน​ที่​ปะทุ​ขึ้น​ตรง​บริเวณ​ฝี
20Qui cum viderit locum lepræ humiliorem carne reliqua, et pilos versos in candorem, contaminabit eum: plaga enim lepræ orta est in ulcere.
21แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​พบ​ว่า​ไม่มี​ขน​สี​ขาว​ใน​รอย​นั้น รอย​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​สี​จาง​ลง ปุโรหิต​ต้อง​แยก​เขา​ไว้​เจ็ด​วัน
21Quod si pilus coloris est pristini, et cicatrix subobscura, et vicina carne non est humilior, recludet eum septem diebus:
22ถ้า​รอย​นั้น​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค
22et si quidem creverit, adjudicabit eum lepræ;
23แต่​ถ้า​รอย​ด่าง​ยัง​อยู่​ที่​เดิม​และ​ไม่​ลุกลาม รอย​นั้น​เป็น​แผล​เป็น​จาก​ฝี ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี
23sin autem steterit in loco suo, ulceris est cicatrix, et homo mundus erit.
24“หรือ​ถ้า​ผิวหนัง​ของ​คน​คน​หนึ่ง​มี​แผล​ไฟ​ไหม้ และ​เนื้อ​สด​ตรง​แผล​ไหม้​กลาย​เป็น​รอย​ด่าง​สี​ขาว​อม​แดง​หรือ​สี​ขาว
24Caro autem et cutis, quam ignis exusserit, et sanata albam sive rufam habuerit cicatricem,
25ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ ถ้า​ขน​ตรง​รอย​ด่าง​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว และ​รอย​นั้น​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ นั่น​คือ​โรค​เรื้อน​ที่​ปะทุ​ขึ้น​ใน​แผล​ไหม้ ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน
25considerabit eam sacerdos: et ecce versa est in alborem, et locus ejus reliqua cute est humilior, contaminabit eum, quia plaga lepræ in cicatrice orta est.
26แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​พบ​ว่า​ไม่มี​ขน​สี​ขาว​ใน​รอย​ด่าง รอย​นั้น​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​สี​จาง​ลง ปุโรหิต​ต้อง​แยก​เขา​ไว้​เจ็ด​วัน
26Quod si pilorum color non fuerit immutatus, nec humilior plaga carne reliqua, et ipsa lepræ species fuerit subobscura, recludet eum septem diebus,
27ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​รอย​นั้น​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน
27et die septimo contemplabitur: si creverit in cute lepra, contaminabit eum.
28แต่​ถ้า​รอย​ด่าง​ยัง​อยู่​ที่​เดิม ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง และ​สี​จาง​ลง นั่น​คือ​รอย​บวม​จาก​แผล​ไหม้ ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี เพราะ​เป็น​เพียง​แผล​เป็น​จาก​แผล​ไหม้
28Sin autem in loco suo candor steterit non satis clarus, plaga combustionis est, et idcirco mundabitur, quia cicatrix est combusturæ.
29“ถ้า​ชาย​หรือ​หญิง​มี​รอย​โรค​ที่​ศีรษะ​หรือ​บริเวณ​เครา
29Vir, sive mulier, in cujus capite vel barba germinaverit lepra, videbit eos sacerdos.
30ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​นั้น ถ้า​รอย​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​มี​ขน​สี​เหลือง​บาง​อยู่​ใน​รอย ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​ผู้​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​โรค​คัน ซึ่ง​เป็น​โรค​เรื้อน​ที่​ศีรษะ​หรือ​บริเวณ​เครา
30Et si quidem humilior fuerit locus carne reliqua, et capillus flavus, solitoque subtilior, contaminabit eos, quia lepra capitis ac barbæ est.
31แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​รอย​โรค​คัน​แล้ว​เห็น​ว่า​รอย​นั้น​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​ไม่มี​ขน​สี​ดำ​อยู่​ใน​รอย ปุโรหิต​ต้อง​แยก​ผู้​ที่​มี​รอย​โรค​คัน​นั้น​ไว้​เจ็ด​วัน
31Sin autem viderit locum maculæ æqualem vicinæ carni, et capillum nigrum: recludet eum septem diebus,
32ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค ถ้า​โรค​คัน​ไม่​ลุกลาม ไม่มี​ขน​สี​เหลือง​อยู่​ใน​รอย และ​รอย​โรค​คัน​ดู​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ
32et die septimo intuebitur. Si non creverit macula, et capillus sui coloris est, et locus plagæ carni reliquæ æqualis:
33ให้​ผู้​นั้น​โกน​ผม​หรือ​ขน​ออก แต่​ห้าม​โกน​บริเวณ​รอย​โรค​คัน แล้ว​ปุโรหิต​ต้อง​แยก​ผู้​ที่​มี​รอย​โรค​คัน​นั้น​ไว้​อีก​เจ็ด​วัน
33radetur homo absque loco maculæ, et includetur septem diebus aliis.
34ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​คัน ถ้า​รอย​นั้น​ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง​และ​ดู​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​ผู้​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี ผู้​นั้น​ต้อง​ซัก​เสื้อผ้า แล้ว​จึง​จะ​สะอาด​ตาม​พิธี
34Si die septimo visa fuerit stetisse plaga in loco suo, nec humilior carne reliqua, mundabit eum: lotisque vestibus suis, mundus erit.
35แต่​ถ้า​โรค​คัน​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง​หลัง​จาก​ผู้​นั้น​ได้​รับ​การ​ประกาศ​ว่า​สะอาด​ตาม​พิธี​แล้ว
35Sin autem post emundationem rursus creverit macula in cute,
36ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​โรค​คัน​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ไม่​ต้อง​ตรวจ​หา​ขน​สี​เหลือง​อีก ผู้​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
36non quæret amplius utrum capillus in flavum colorem sit immutatus, quia aperte immundus est.
37แต่​ถ้า​ปุโรหิต​เห็น​ว่า​โรค​คัน​หยุด​ลุกลาม​และ​มี​ขน​สี​ดำ​งอก​ขึ้น​ใน​รอย แสดง​ว่า​โรค​คัน​หาย​แล้ว ผู้​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี
37Porro si steterit macula, et capilli nigri fuerint, noverit hominem sanatum esse, et confidenter eum pronuntiet mundum.
38“ถ้า​ชาย​หรือ​หญิง​มี​รอย​ด่าง​บน​ผิวหนัง​ตาม​ร่างกาย เป็น​รอย​ด่าง​สี​ขาว
38Vir, sive mulier, in cujus cute candor apparuerit,
39ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ ถ้า​รอย​ด่าง​บน​ผิวหนัง​เป็น​สี​ขาว​หม่น นั่น​เป็น​ผื่น​ที่​ไม่​เป็น​อันตราย​ซึ่ง​เกิด​ขึ้น​บน​ผิวหนัง ผู้​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี
39intuebitur eos sacerdos. Si deprehenderit subobscurum alborem lucere in cute, sciat non esse lepram, sed maculam coloris candidi, et hominem mundum.
40“ถ้า​ผม​ของ​ชาย​คน​หนึ่ง​ร่วง​จาก​ศีรษะ เขา​เป็น​คน​ศีรษะ​ล้าน แต่​ยัง​สะอาด​ตาม​พิธี
40Vir, de cujus capite capilli fluunt, calvus et mundus est:
41ถ้า​ผม​ร่วง​จาก​ด้าน​หน้า​ของ​ศีรษะ เขา​มีหน้า​ผาก​ล้าน แต่​ยัง​สะอาด​ตาม​พิธี
41et si a fronte ceciderint pili, recalvaster et mundus est.
42แต่​ถ้า​มี​รอย​โรค​สี​ขาว​อม​แดง​บน​บริเวณ​ศีรษะ​ล้าน​หรือ​หน้า​ผาก​ล้าน นั่น​คือ​โรค​เรื้อน​ที่​ปะทุ​ขึ้น​บน​บริเวณ​นั้น
42Sin autem in calvitio sive in recalvatione albus vel rufus color fuerit exortus,
43ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​ปุโรหิต​เห็น​ว่า​รอย​บวม​ของ​รอย​โรค​นั้น​มี​สี​ขาว​อม​แดง​บน​บริเวณ​ศีรษะ​ล้าน​หรือ​หน้า​ผาก​ล้าน คล้าย​รอย​โรค​เรื้อน​บน​ผิวหนัง​ตาม​ร่างกาย
43et hoc sacerdos viderit, condemnabit eum haud dubiæ lepræ, quæ orta est in calvitio.
44ชาย​คน​นั้น​เป็น​โรค​เรื้อน​และ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี​อย่าง​แน่นอน เพราะ​รอย​โรค​อยู่​ที่​ศีรษะ
44Quicumque ergo maculatus fuerit lepra, et separatus est ad arbitrium sacerdotis,
45“ผู้​ที่​เป็น​โรค​เรื้อน​และ​มี​รอย​โรค​นั้น​ต้อง​สวม​เสื้อผ้า​ที่​ฉีก​ขาด ปล่อย​ผม​บน​ศีรษะ​ให้​ยุ่ง ปิด​ริม​ฝีปาก​บน และ​ร้อง​ว่า ‘ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี! ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี!’
45habebit vestimenta dissuta, caput nudum, os veste contectum, contaminatum ac sordidum se clamabit.
46ตลอด​เวลา​ที่​เขา​ยัง​มี​รอย​โรค เขา​จะ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ต้อง​อยู่​ตาม​ลำพัง และ​ที่พัก​ของ​เขา​ต้อง​อยู่​นอก​ค่าย
46Omni tempore quo leprosus est et immundus, solus habitabit extra castra.
47“ส่วน​เสื้อผ้า​ที่​มี​รอย​โรค​คล้าย​โรค​เรื้อน ไม่​ว่า​จะ​เป็น​เสื้อผ้า​ขน​แกะ​หรือ​ผ้า​ลินิน
47Vestis lanea sive linea, quæ lepram habuerit,
48ไม่​ว่า​จะ​เกิด​ที่​ด้าย​ยืน​หรือ​ด้าย​พุ่ง ของ​ผ้า​ลินิน​หรือ​ขน​แกะ หรือ​เกิด​ที่​หนัง​หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง
48in stamine atque subtegmine, aut certe pellis, vel quidquid ex pelle confectum est,
49ถ้า​รอย​โรค​มี​สี​เขียว​หรือ​สี​แดง​บน​เสื้อผ้า หนัง ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง นั่น​เป็น​รอย​โรค​คล้าย​โรค​เรื้อน และ​ต้อง​นำ​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ
49si alba vel rufa macula fuerit infecta, lepra reputabitur, ostendeturque sacerdoti:
50ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​และ​แยก​สิ่ง​ที่​มี​รอย​โรค​นั้น​ไว้​เจ็ด​วัน
50qui consideratam recludet septem diebus:
51ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค ถ้า​รอย​ลุกลาม​ใน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หนัง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง​ไม่​ว่า​จะ​ใช้​ทำ​อะไร รอย​นั้น​เป็น​รา​ที่​กัด​กิน สิ่ง​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
51et die septimo rursus aspiciens, si deprehenderit crevisse, lepra perseverans est: pollutum judicabit vestimentum, et omne in quo fuerit inventa:
52เขา​ต้อง​เผา​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน​หรือ​ด้าย​พุ่ง​ที่​เป็น​ขน​แกะ​หรือ​ผ้า​ลินิน หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง​ซึ่ง​มี​รอย​โรค​นั้น เพราะ​เป็น​รา​ที่​กัด​กิน ต้อง​เผา​สิ่ง​นั้น​ด้วย​ไฟ
52et idcirco comburetur flammis.
53“แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​เห็น​ว่า​รอย​โรค​ไม่​ลุกลาม​ใน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง
53Quod si eam viderit non crevisse,
54ปุโรหิต​ต้อง​สั่ง​ให้​ซัก​สิ่ง​ที่​มี​รอย​โรค​นั้น แล้ว​แยก​ไว้​อีก​เจ็ด​วัน
54præcipiet, et lavabunt id in quo lepra est, recludetque illud septem diebus aliis.
55หลัง​จาก​ซัก​แล้ว ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค ถ้า​สี​ของ​รอย​ไม่​เปลี่ยน​และ​รอย​ไม่​ลุกลาม สิ่ง​นั้น​ก็​ยัง​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ต้อง​เผา​ด้วย​ไฟ เพราะ​เป็น​รา​ที่​กัด​กิน​เนื้อ​วัสดุ ไม่​ว่า​จะ​อยู่​ด้าน​ใน​หรือ​ด้าน​นอก
55Et cum viderit faciem quidem pristinam non reversam, nec tamen crevisse lepram, immundum judicabit, et igne comburet, eo quod infusa sit in superficie vestimenti, vel per totum, lepra.
56แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​เห็น​ว่า​รอย​โรค​จาง​ลง​หลัง​จาก​ซัก เขา​ต้อง​ฉีก​ส่วน​ที่​มี​รอย​นั้น​ออก​จาก​เสื้อผ้า หนัง ด้าย​ยืน หรือ​ด้าย​พุ่ง
56Sin autem obscurior fuerit locus lepræ, postquam vestis est lota, abrumpet eum, et a solido dividet.
57ถ้า​รอย​นั้น​ปรากฏ​ขึ้น​อีก​ใน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง แสดง​ว่า​รอย​กำลัง​ลุกลาม พวก​เจ้า​ต้อง​เผา​สิ่ง​ที่​มี​รอย​นั้น​ด้วย​ไฟ
57Quod si ultra apparuerit in his locis, quæ prius immaculata erant, lepra volatilis et vaga, debet igne comburi.
58ส่วน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง​ซึ่ง​พวก​เจ้า​ซัก​แล้ว ถ้า​รอย​โรค​หาย​ไป​จาก​สิ่ง​นั้น ต้อง​ซัก​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แล้ว​สิ่ง​นั้น​จะ​สะอาด​ตาม​พิธี”
58Si cessaverit, lavabit aqua ea, quæ pura sunt, secundo, et munda erunt.
59นี่​คือ​กฎ​เรื่อง​รอย​รา​ใน​เสื้อผ้า​ขน​แกะ​หรือ​ผ้า​ลินิน ไม่​ว่า​จะ​อยู่​ที่​ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง เพื่อ​ประกาศ​ว่า​สิ่ง​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี​หรือ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
59Ista est lex lepræ vestimenti lanei et linei, staminis, atque subtegminis, omnisque supellectilis pelliceæ, quomodo mundari debeat, vel contaminari.

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.