เลวีนิติ
Chapter 13
Freedom Bible (Thai)
vs Korean Bible, 1910…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

เลวีนิติ 13

Freedom Bible (Thai)
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
1พระยาห์เวห์​ตรัส​กับ​โมเสส​และ​อาโรนว่า
1여호와께서 모세와 아론에게 일러 가라사대
2“ถ้า​ผิวหนัง​ตาม​ร่างกาย​ของ​ชาย​คน​ใด​มี​รอย​บวม สะเก็ด หรือ​รอย​ด่าง​ขาว และ​รอย​นั้น​กลาย​เป็น​รอย​โรค​เรื้อน​บน​ผิวหนัง เขา​ต้อง​ถูก​พา​ไป​หา​อาโรน​ปุโรหิต หรือ​บุตร​ชาย​คน​หนึ่ง​ของ​อาโรน​ซึ่ง​เป็น​ปุโรหิต
2사람의 피부에 무엇이 돋거나 딱지가 앉거나 색점이 생겨서 그 피부에 문둥병같이 되거든 곧 제사장 아론에게나 그 자손중 한 제사장에게로 데리고 갈 것이요
3ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​บน​ผิวหนัง ถ้า​ขน​ตรง​รอย​โรค​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว และ​รอย​โรค​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา​และ​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
3제사장은 그 피부의 병을 진찰할지니 환처의 털이 희어졌고 환처가 피부보다 우묵하여졌으면 이는 문둥병의 환처라 제사장이 진단하여 그를 부정하다 할 것이요
4แต่​ถ้า​รอย​ด่าง​บน​ผิวหนัง​เป็น​สี​ขาว รอย​นั้น​ดู​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​ขน​ตรง​รอย​ยัง​ไม่​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว ปุโรหิต​ต้อง​แยก​ผู้​ที่​มี​รอย​โรค​นั้น​ไว้​เจ็ด​วัน
4피부에 색점이 희나 우묵하지 아니하고 그 털이 희지 아니하면 제사장은 그 환자를 칠일동안 금고할 것이며
5ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​ปุโรหิต​เห็น​ว่า​รอย​โรค​ยัง​คง​เดิม​และ​ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​แยก​เขา​ไว้​อีก​เจ็ด​วัน
5칠일만에 제사장이 그를 진찰할지니 그의 보기에 그 환처가 변하지 아니하고 병색이 피부에 퍼지지 아니하였으면 제사장이 그를 또 칠일 동안을 금고할 것이며
6ใน​วันที่​เจ็ด​ครั้ง​ที่​สอง ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา​อีก ถ้า​รอย​โรค​จาง​ลง​และ​ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี รอย​นั้น​เป็น​เพียง​สะเก็ด เขา​ต้อง​ซัก​เสื้อผ้า แล้ว​จึง​จะ​สะอาด​ตาม​พิธี
6칠일만에 제사장이 또 진찰할지니 그 환처가 엷어졌고 병색이 피부에 퍼지지 아니하였으면 피부병이라 제사장이 그를 정하다 할 것이요 그는 옷을 빨 것이라 그리하면 정하리라
7แต่​ถ้า​สะเก็ด​นั้น​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง หลัง​จาก​เขา​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ​เพื่อ​การ​ชำระ​ตัว​แล้ว เขา​ต้อง​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ​อีก​ครั้ง
7그러나 정결한 여부를 위하여 제사장에게 보인 후에 병이 피부에 퍼지면 제사장에게 다시 보일 것이요
8ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​สะเก็ด​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​โรค​เรื้อน
8제사장은 진찰할지니 그 병이 피부에 퍼졌으면 그를 부정하다 진단할 것이라 이는 문둥병임이니라
9“ถ้า​ชาย​คน​หนึ่ง​มี​รอย​โรค​เรื้อน เขา​ต้อง​ถูก​พา​ไป​หา​ปุโรหิต
9사람에게 문둥병이 들었거든 그를 제사장에게로 데려갈 것이요
10ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​มี​รอย​บวม​สี​ขาว​บน​ผิวหนัง ขน​ตรง​บริเวณ​นั้น​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว และ​มี​เนื้อ​สด​อยู่​ใน​รอย​บวม
10제사장은 진찰할지니 피부에 흰 점이 돋고 털이 희어지고 거기 난육이 생겼으면
11นั่น​คือ​โรค​เรื้อน​เรื้อรัง​บน​ผิวหนัง​ของ​เขา ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ไม่​ต้อง​แยก​เขา​ไว้ เพราะ​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี​อยู่​แล้ว
11이는 그의 피부의 오랜 문둥병이라 제사장이 부정하다 진단할 것이요 그가 이미 부정하였은즉 금고하지는 않을 것이며
12“ถ้า​โรค​เรื้อน​ลุกลาม​ไป​ทั่ว​ผิวหนัง​และ​ปกคลุม​ผิวหนัง​ของ​ผู้​มี​รอย​โรค​ตั้งแต่​ศีรษะ​จรด​เท้า เท่า​ที่​ปุโรหิต​มอง​เห็น
12제사장의 보기에 문둥병이 그 피부에 크게 발하였으되 그 환자의 머리부터 발까지 퍼졌거든
13ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​โรค​เรื้อน​ปกคลุม​เนื้อ​ของ​เขา​ทั้งหมด ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​จาก​รอย​โรค​นั้น เพราะ​ทั้งหมด​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว เขา​จึง​สะอาด​ตาม​พิธี
13그가 진찰할 것이요 문둥병이 과연 그 전신에 퍼졌으면 그 환자를 정하다 할지니 다 희어진 자인즉 정하거니와
14แต่​เมื่อ​ใด​ที่​มี​เนื้อ​สด​ปรากฏ​ขึ้น เขา​จะ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
14아무 때든지 그에게 난육이 발생하면 그는 부정한즉
15ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เนื้อ​สด​นั้น​และ​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี เนื้อ​สด​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​โรค​เรื้อน
15제사장이 난육을 보고 그를 부정하다 진단할지니 그 난육은 부정한 것인즉 이는 문둥병이며
16แต่​ถ้า​เนื้อ​สด​นั้น​กลับ​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว เขา​ต้อง​ไป​หา​ปุโรหิต
16그 난육이 변하여 다시 희어지면 제사장에게로 갈 것이요
17ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​รอย​โรค​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​จาก​รอย​โรค​นั้น เขา​สะอาด​ตาม​พิธี
17제사장은 그를 진찰하여서 그 환처가 희어졌으면 환자를 정하다 할지니 그는 정하니라
18“ถ้า​ผิวหนัง​ของ​คน​คน​หนึ่ง​เคย​เป็น​ฝี​และ​ฝี​นั้น​หาย​แล้ว
18피부에 종기가 생겼다가 나았고
19แต่​ตรง​บริเวณ​ที่​เคย​เป็น​ฝี​มี​รอย​บวม​สี​ขาว​หรือ​รอย​ด่าง​สี​ขาว​อม​แดง เขา​ต้อง​นำ​รอย​นั้น​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ
19그 종처에 흰 점이 돋거나 희고 불그스름한 색점이 생겼으면 제사장에게 보일 것이요
20ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ ถ้า​รอย​นั้น​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​ขน​ตรง​รอย​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน​ที่​ปะทุ​ขึ้น​ตรง​บริเวณ​ฝี
20그는 진찰하여 피부보다 얕고 그 털이 희면 그를 부정하다 진단할지니 이는 종기로 된 문둥병의 환처임이니라
21แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​พบ​ว่า​ไม่มี​ขน​สี​ขาว​ใน​รอย​นั้น รอย​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​สี​จาง​ลง ปุโรหิต​ต้อง​แยก​เขา​ไว้​เจ็ด​วัน
21그러나 제사장의 보기에 거기 흰 털이 없고 피부보다 얕지 아니하고 빛이 엷으면 제사장은 그를 칠일 동안 금고할 것이며
22ถ้า​รอย​นั้น​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค
22그 병이 크게 피부에 퍼졌으면 제사장은 그를 부정하다 진단할지니 이는 그 환처임이니라
23แต่​ถ้า​รอย​ด่าง​ยัง​อยู่​ที่​เดิม​และ​ไม่​ลุกลาม รอย​นั้น​เป็น​แผล​เป็น​จาก​ฝี ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี
23그러나 그 색점이 여전하고 퍼지지 아니하였으면 이는 종기 흔적이니 제사장은 그를 정하다 진단할지니라
24“หรือ​ถ้า​ผิวหนัง​ของ​คน​คน​หนึ่ง​มี​แผล​ไฟ​ไหม้ และ​เนื้อ​สด​ตรง​แผล​ไหม้​กลาย​เป็น​รอย​ด่าง​สี​ขาว​อม​แดง​หรือ​สี​ขาว
24피부를 불에 데었는데 그 덴 곳에 불그스름하고 희거나 순전히 흰 색점이 생기면
25ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ ถ้า​ขน​ตรง​รอย​ด่าง​เปลี่ยน​เป็น​สี​ขาว และ​รอย​นั้น​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ นั่น​คือ​โรค​เรื้อน​ที่​ปะทุ​ขึ้น​ใน​แผล​ไหม้ ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน
25제사장은 진찰할지니 그 색점의 털이 희고 그 자리가 피부보다 우묵하면 이는 화상에서 발한 문둥병인즉 제사장은 그를 부정하다 할 것은 문둥병의 환처가 됨이니라
26แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​พบ​ว่า​ไม่มี​ขน​สี​ขาว​ใน​รอย​ด่าง รอย​นั้น​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​สี​จาง​ลง ปุโรหิต​ต้อง​แยก​เขา​ไว้​เจ็ด​วัน
26그러나 제사장의 보기에 그 색점에 흰 털이 없으며 그 자리가 피부보다 얕지 아니하고 빛이 엷으면 그는 그를 칠일동안 금고할 것이며
27ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​รอย​นั้น​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​รอย​โรค​เรื้อน
27칠일만에 제사장이 그를 진찰할지니 만일 병이 크게 피부에 퍼졌으면 그는 그를 부정하다 진단할 것은 문둥병의 환처임이니라
28แต่​ถ้า​รอย​ด่าง​ยัง​อยู่​ที่​เดิม ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง และ​สี​จาง​ลง นั่น​คือ​รอย​บวม​จาก​แผล​ไหม้ ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี เพราะ​เป็น​เพียง​แผล​เป็น​จาก​แผล​ไหม้
28만일 색점이 여전하여 피부에 퍼지지 아니하고 빛이 엷으면 화상으로 부은 것이니 제사장은 그를 정하다 할 것은 이는 화상의 흔적임이니라
29“ถ้า​ชาย​หรือ​หญิง​มี​รอย​โรค​ที่​ศีรษะ​หรือ​บริเวณ​เครา
29남자나 여자의 머리에나 수염에 환처가 있으면
30ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​นั้น ถ้า​รอย​ดู​เหมือน​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​มี​ขน​สี​เหลือง​บาง​อยู่​ใน​รอย ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​ผู้​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี นั่น​คือ​โรค​คัน ซึ่ง​เป็น​โรค​เรื้อน​ที่​ศีรษะ​หรือ​บริเวณ​เครา
30제사장은 진찰할지니 환처가 피부보다 우묵하고 그 자리에 누르고 가는 털이 있으면 그는 그를 부정하다 할 것은 이는 옴이라 머리에나 수염에 발한 문둥병임이니라
31แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​รอย​โรค​คัน​แล้ว​เห็น​ว่า​รอย​นั้น​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ และ​ไม่มี​ขน​สี​ดำ​อยู่​ใน​รอย ปุโรหิต​ต้อง​แยก​ผู้​ที่​มี​รอย​โรค​คัน​นั้น​ไว้​เจ็ด​วัน
31만일 제사장의 보기에 그 옴의 환처가 피부보다 우묵하지 아니하고 그 자리에 검은 털이 없으면 제사장은 그 옴 환자를 칠일 동안 금고할 것이며
32ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค ถ้า​โรค​คัน​ไม่​ลุกลาม ไม่มี​ขน​สี​เหลือง​อยู่​ใน​รอย และ​รอย​โรค​คัน​ดู​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ
32칠일만에 제사장은 그 환처를 진찰할지니 그 옴이 퍼지지 아니하고 그 자리에 누른 털이 없고 피부보다 우묵하지 아니하거든
33ให้​ผู้​นั้น​โกน​ผม​หรือ​ขน​ออก แต่​ห้าม​โกน​บริเวณ​รอย​โรค​คัน แล้ว​ปุโรหิต​ต้อง​แยก​ผู้​ที่​มี​รอย​โรค​คัน​นั้น​ไว้​อีก​เจ็ด​วัน
33그는 모발을 밀되 환처는 밀지 말 것이요 제사장은 옴 환자를 또 칠일 동안 금고할 것이며
34ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​คัน ถ้า​รอย​นั้น​ไม่​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง​และ​ดู​ไม่​ลึก​กว่า​ผิวหนัง​โดย​รอบ ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​ผู้​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี ผู้​นั้น​ต้อง​ซัก​เสื้อผ้า แล้ว​จึง​จะ​สะอาด​ตาม​พิธี
34칠일만에 제사장은 그 옴을 또 진찰할지니 그 옴이 피부에 퍼지지 아니하고 피부보다 우묵하지 아니하면 그는 그를 정하다 진단할 것이요 그는 그 옷을 빨지니 정하려니와
35แต่​ถ้า​โรค​คัน​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง​หลัง​จาก​ผู้​นั้น​ได้​รับ​การ​ประกาศ​ว่า​สะอาด​ตาม​พิธี​แล้ว
35깨끗한 후에라도 옴이 크게 피부에 퍼지면
36ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​โรค​คัน​ลุกลาม​บน​ผิวหนัง ปุโรหิต​ไม่​ต้อง​ตรวจ​หา​ขน​สี​เหลือง​อีก ผู้​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
36제사장은 그를 진찰할지니 과연 옴이 피부에 퍼졌으면 누른 털을 찾을 것 없이 그는 부정하니라
37แต่​ถ้า​ปุโรหิต​เห็น​ว่า​โรค​คัน​หยุด​ลุกลาม​และ​มี​ขน​สี​ดำ​งอก​ขึ้น​ใน​รอย แสดง​ว่า​โรค​คัน​หาย​แล้ว ผู้​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​สะอาด​ตาม​พิธี
37그러나 제사장의 보기에 옴이 여전하고 그 자리에 검은 털이 났으면 그 옴은 나았고 그 사람은 정하니 제사장은 그를 정하다 진단할지니라
38“ถ้า​ชาย​หรือ​หญิง​มี​รอย​ด่าง​บน​ผิวหนัง​ตาม​ร่างกาย เป็น​รอย​ด่าง​สี​ขาว
38남자나 여자의 피부에 색점 곧 흰 색점이 있으면
39ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ ถ้า​รอย​ด่าง​บน​ผิวหนัง​เป็น​สี​ขาว​หม่น นั่น​เป็น​ผื่น​ที่​ไม่​เป็น​อันตราย​ซึ่ง​เกิด​ขึ้น​บน​ผิวหนัง ผู้​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี
39제사장은 진찰할지니 그 피부의 색점이 부유스름하면 이는 피부에 발한 어루러기라 그는 정하니라
40“ถ้า​ผม​ของ​ชาย​คน​หนึ่ง​ร่วง​จาก​ศีรษะ เขา​เป็น​คน​ศีรษะ​ล้าน แต่​ยัง​สะอาด​ตาม​พิธี
40누구든지 그 머리털이 빠지면 그는 대머리니 정하고
41ถ้า​ผม​ร่วง​จาก​ด้าน​หน้า​ของ​ศีรษะ เขา​มีหน้า​ผาก​ล้าน แต่​ยัง​สะอาด​ตาม​พิธี
41앞머리가 빠져도 그는 이마 대머리니 정하니라
42แต่​ถ้า​มี​รอย​โรค​สี​ขาว​อม​แดง​บน​บริเวณ​ศีรษะ​ล้าน​หรือ​หน้า​ผาก​ล้าน นั่น​คือ​โรค​เรื้อน​ที่​ปะทุ​ขึ้น​บน​บริเวณ​นั้น
42그러나 대머리나 이마 대머리에 희고 불그스름한 색점이 있으면 이는 문둥병이 대머리에나 이마 대머리에 발함이라
43ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​เขา ถ้า​ปุโรหิต​เห็น​ว่า​รอย​บวม​ของ​รอย​โรค​นั้น​มี​สี​ขาว​อม​แดง​บน​บริเวณ​ศีรษะ​ล้าน​หรือ​หน้า​ผาก​ล้าน คล้าย​รอย​โรค​เรื้อน​บน​ผิวหนัง​ตาม​ร่างกาย
43제사장은 그를 진찰할지니 그 대머리에나 이마 대머리에 돋은 색점이 희고 불그스름하여 피부에 발한 문둥병과 같으면
44ชาย​คน​นั้น​เป็น​โรค​เรื้อน​และ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ปุโรหิต​ต้อง​ประกาศ​ว่า​เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี​อย่าง​แน่นอน เพราะ​รอย​โรค​อยู่​ที่​ศีรษะ
44이는 문둥 환자라 부정하니 제사장은 그를 부정하다 확실히 진단할 것은 그 환처가 그 머리에 있음이니라
45“ผู้​ที่​เป็น​โรค​เรื้อน​และ​มี​รอย​โรค​นั้น​ต้อง​สวม​เสื้อผ้า​ที่​ฉีก​ขาด ปล่อย​ผม​บน​ศีรษะ​ให้​ยุ่ง ปิด​ริม​ฝีปาก​บน และ​ร้อง​ว่า ‘ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี! ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี!’
45문둥 환자는 옷을 찢고 머리를 풀며 윗 입술을 가리우고 외치기를 부정하다 부정하다 할 것이요
46ตลอด​เวลา​ที่​เขา​ยัง​มี​รอย​โรค เขา​จะ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี เขา​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ต้อง​อยู่​ตาม​ลำพัง และ​ที่พัก​ของ​เขา​ต้อง​อยู่​นอก​ค่าย
46병 있는 날 동안은 늘 부정할 것이라 그가 부정한즉 혼자 살되 진 밖에 살지니라 !
47“ส่วน​เสื้อผ้า​ที่​มี​รอย​โรค​คล้าย​โรค​เรื้อน ไม่​ว่า​จะ​เป็น​เสื้อผ้า​ขน​แกะ​หรือ​ผ้า​ลินิน
47만일 의복에 문둥병 색점이 발하여 털옷에나, 베옷에나
48ไม่​ว่า​จะ​เกิด​ที่​ด้าย​ยืน​หรือ​ด้าย​พุ่ง ของ​ผ้า​ลินิน​หรือ​ขน​แกะ หรือ​เกิด​ที่​หนัง​หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง
48베나, 털의 날에나, 씨에나, 혹 가죽에나, 무릇 가죽으로 만든 것에 있되
49ถ้า​รอย​โรค​มี​สี​เขียว​หรือ​สี​แดง​บน​เสื้อผ้า หนัง ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง นั่น​เป็น​รอย​โรค​คล้าย​โรค​เรื้อน และ​ต้อง​นำ​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ
49그 의복에나, 가죽에나, 그 날에나, 씨에나, 무릇 가죽으로 만든 것에 병색이 푸르거나 붉으면 이는 문둥병의 색점이라 제사장에게 보일 것이요
50ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค​และ​แยก​สิ่ง​ที่​มี​รอย​โรค​นั้น​ไว้​เจ็ด​วัน
50제사장은 그 색점을 살피고 그것을 칠일 동안 간직하였다가
51ใน​วันที่​เจ็ด ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค ถ้า​รอย​ลุกลาม​ใน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หนัง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง​ไม่​ว่า​จะ​ใช้​ทำ​อะไร รอย​นั้น​เป็น​รา​ที่​กัด​กิน สิ่ง​นั้น​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
51칠일만에 그 색점을 살필지니 그 색점이 그 의복의 날에나, 씨에나, 가죽에나, 가죽으로 만든 것에 퍼졌으면 이는 악성 문둥병이라 그것이 부정하니
52เขา​ต้อง​เผา​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน​หรือ​ด้าย​พุ่ง​ที่​เป็น​ขน​แกะ​หรือ​ผ้า​ลินิน หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง​ซึ่ง​มี​รอย​โรค​นั้น เพราะ​เป็น​รา​ที่​กัด​กิน ต้อง​เผา​สิ่ง​นั้น​ด้วย​ไฟ
52그는 그 색점 있는 의복이나, 털이나, 베의 날이나, 씨나, 무릇 가죽으로 만든 것을 불사를지니 이는 악성 문둥병인즉 그것을 불사를지니라 !
53“แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​เห็น​ว่า​รอย​โรค​ไม่​ลุกลาม​ใน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง
53그러나 제사장의 보기에 그 색점이 그 의복의 날에나, 씨에나, 무릇 가죽으로 만든 것에 퍼지지 아니하였으면
54ปุโรหิต​ต้อง​สั่ง​ให้​ซัก​สิ่ง​ที่​มี​รอย​โรค​นั้น แล้ว​แยก​ไว้​อีก​เจ็ด​วัน
54제사장은 명하여 그 색점 있는 것을 빨게하고 또 칠일 동안 간직하였다가
55หลัง​จาก​ซัก​แล้ว ปุโรหิต​ต้อง​ตรวจ​รอย​โรค ถ้า​สี​ของ​รอย​ไม่​เปลี่ยน​และ​รอย​ไม่​ลุกลาม สิ่ง​นั้น​ก็​ยัง​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี ต้อง​เผา​ด้วย​ไฟ เพราะ​เป็น​รา​ที่​กัด​กิน​เนื้อ​วัสดุ ไม่​ว่า​จะ​อยู่​ด้าน​ใน​หรือ​ด้าน​นอก
55그 빤 곳을 볼지니 그 색점의 빛이 변치 아니하고 그 색점이 퍼지지 아니하였으면 부정하니 너는 그것을 불사르라 이는 거죽에 있든지, 속에 있든지, 악성 문둥병이니라
56แต่​ถ้า​ปุโรหิต​ตรวจ​แล้ว​เห็น​ว่า​รอย​โรค​จาง​ลง​หลัง​จาก​ซัก เขา​ต้อง​ฉีก​ส่วน​ที่​มี​รอย​นั้น​ออก​จาก​เสื้อผ้า หนัง ด้าย​ยืน หรือ​ด้าย​พุ่ง
56빤 후에 제사장의 보기에 그 색점이 엷으면 그 의복에서나, 가죽에서나, 그 날에서나, 씨에서나, 그 색점을 찢어 버릴 것이요
57ถ้า​รอย​นั้น​ปรากฏ​ขึ้น​อีก​ใน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง แสดง​ว่า​รอย​กำลัง​ลุกลาม พวก​เจ้า​ต้อง​เผา​สิ่ง​ที่​มี​รอย​นั้น​ด้วย​ไฟ
57그 의복의 날에나 씨에나 무릇 가죽으로 만든 것에 색점이 여전히 보이면 복발하는 것이니 너는 그 색점있는 것을 불사를지니라
58ส่วน​เสื้อผ้า ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง​ซึ่ง​พวก​เจ้า​ซัก​แล้ว ถ้า​รอย​โรค​หาย​ไป​จาก​สิ่ง​นั้น ต้อง​ซัก​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แล้ว​สิ่ง​นั้น​จะ​สะอาด​ตาม​พิธี”
58네가 빤 의복의 날에나, 씨에나, 무릇 가죽으로 만든 것에 그 색점이 벗어졌으면 그것을 다시 빨아야 정하리라
59นี่​คือ​กฎ​เรื่อง​รอย​รา​ใน​เสื้อผ้า​ขน​แกะ​หรือ​ผ้า​ลินิน ไม่​ว่า​จะ​อยู่​ที่​ด้าย​ยืน ด้าย​พุ่ง หรือ​สิ่ง​ใด ๆ ที่​ทำ​จาก​หนัง เพื่อ​ประกาศ​ว่า​สิ่ง​นั้น​สะอาด​ตาม​พิธี​หรือ​ไม่​สะอาด​ตาม​พิธี
59이는 털옷에나, 베옷에나, 그 날에나, 씨에나, 무릇 가죽으로 만든 것에 발한 문둥병 색점의 정하고 부정한 것을 단정하는 규례니라

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.