2 พงศาวดาร
Chapter 6
Freedom Bible (Thai)
vs Petrus Canisius Bi…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

2 พงศาวดาร 6

Freedom Bible (Thai)
Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)
1โซโลมอน​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์ตรัส​ว่า​จะ​ประทับ​ใน​ความมืดทึบ
1Nu sprak Salomon: De zon heeft Jahweh aan de hemel geplaatst, Maar Zelf besloot Hij, in een wolk te vertoeven;
2ข้า​พระองค์​ได้​สร้าง​พระวิหาร​ให้​เป็น​ที่​ประทับ​ของ​พระองค์ เป็น​สถาน​ที่​ให้​พระองค์​ประทับตลอด​ไป”
2Zo kon ik het wagen, U een tempel te bouwen, Een huis, waar Gij eeuwig zult wonen!
3แล้ว​กษัตริย์​หัน​ไป​ให้​พร​ชาว​อิสราเอลที่มารวมกันทั้งหมด ทุก​คน​ยืน​อยู่
3Hierop keerde de koning zich om, en zegende heel de gemeenschap van Israël. En terwijl allen overeind gingen staan,
4เขา​กล่าว​ว่า “ขอ​ให้​พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล​ทรง​เป็น​ที่​สรรเสริญ พระองค์​ตรัส​กับ​ดาวิดบิดา​ของ​ข้าไว้อย่างไร ก็​ทรง​ทำให้สำเร็จ​ด้วย​พระหัตถ์​ของ​พระองค์​ดังนี้
4sprak hij: Geprezen zij Jahweh, Israëls God, wiens hand heeft volbracht, wat zijn mond tot mijn vader David heeft gesproken:
5‘ตั้งแต่วันที่​เรา​นำ​ประชาชน​ของ​เรา​ออก​จาก​อียิปต์ เรา​ยัง​ไม่​เคยเลือก​เมือง​ใด​จาก​ทุก​เผ่า​ของ​อิสราเอล​เป็น​ที่​สร้าง​พระวิหาร เพื่อ​ให้​นาม​ของ​เรา​อยู่​ที่​นั่น และ​ยัง​ไม่​เคยเลือกผู้ใด​ให้​เป็น​ผู้นำ​ประชาชน​อิสราเอล​ของ​เรา
5“Sinds de dag, dat Ik mijn volk uit het land van Egypte heb geleid, heb Ik geen enkele stad van alle stammen van Israël uitverkoren, om Mij daar een tempel te bouwen, waarin mijn Naam zou wonen, en heb Ik niemand uitverkoren, om over mijn volk Israël te heersen.
6แต่​บัดนี้เราเลือกเยรูซาเล็ม​ให้​เป็น​ที่​ตั้งพระนาม​ของ​เรา และ​เลือกดาวิด​ให้​ปกครอง​ประชาชน​อิสราเอล​ของ​เรา’
6Maar Jerusalem heb Ik uitverkoren, om daar mijn Naam te doen wonen; en David heb Ik uitgekozen, om over mijn volk Israël te heersen!”
7ดาวิดบิดา​ของ​ข้าตั้งใจ​จะ​สร้าง​พระวิหาร​เพื่อ​พระนาม​ของ​พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล
7Daarom wilde mijn vader David een tempel bouwen voor de Naam van Jahweh, Israëls God.
8แต่​พระยาห์เวห์ตรัส​กับ​เขา​ว่า ‘เจ้าตั้งใจ​สร้าง​พระวิหาร​เพื่อ​พระนาม​ของ​เรา ความตั้งใจ​นี้​ดีแล้ว
8Maar Jahweh sprak tot David: “Het was goed van u, het plan op te vatten, om een tempel te bouwen voor mijn Naam.
9แต่​เจ้าไม่ใช่ผู้​ที่​จะ​สร้าง​พระวิหาร บุตรชาย​ที่​เกิด​จาก​เจ้าต่างหาก​จะ​สร้าง​พระวิหาร​เพื่อ​พระนาม​ของ​เรา’
9Maar niet gij zult de tempel bouwen, doch uw zoon, die uit uw lenden voortkomt, zal een tempel bouwen voor mijn Naam.”
10“พระยาห์เวห์​ทรง​ทำ​ตามพระดำรัส​นั้น​แล้ว ข้า​ได้​ขึ้น​ครองราชย์แทนดาวิดบิดา​ของ​ข้า นั่งบนบัลลังก์แห่งอิสราเอล​ตาม​ที่​พระยาห์เวห์​ทรง​สัญญาไว้ และ​สร้าง​พระวิหาร​เพื่อ​พระนาม​ของ​พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล
10En Jahweh heeft zijn belofte vervuld. Want ik ben mijn vader David opgevolgd, en heb mij neergezet op de troon van Israël, zoals Jahweh gezegd had. En nu heb ik voor de Naam van Jahweh, Israëls God, een tempel gebouwd,
11ข้า​ได้​นำ​หีบ​มา​ประดิษฐานไว้​ใน​พระวิหาร หีบ​นี้​บรรจุพันธสัญญา​ที่​พระยาห์เวห์​ทรง​ทำ​กับ​ชาว​อิสราเอล”
11en daarin een plaats bereid voor de ark, waar het Verbond berust, dat Jahweh met de Israëlieten gesloten heeft.
12โซโลมอนยืน​ต่อ​หน้าแท่นบูชา​ของ​พระยาห์เวห์ ท่ามกลาง​ชาว​อิสราเอลที่มารวมกัน แล้ว​กางมือ​ออก
12Toen ging Salomon ten aanschouwen van heel de gemeenschap van Israël voor het altaar van Jahweh staan en strekte zijn handen uit.
13เขา​ได้​สร้าง​แท่นยืนทองสัมฤทธิ์ยาว 5 ศอก กว้าง 5 ศอก สูง 3 ศอก และ​ตั้งไว้กลางลาน เขา​ยืนบนแท่น​นั้น แล้ว​คุกเข่า​ต่อ​หน้าที่ประชุมทั้งหมด กางมือ​ขึ้น​สู่ฟ้า
13Want Salomon had een bronzen spreekgestoelte laten maken, van vijf el lang, vijf el breed en drie el hoog, en het midden in de voorhof geplaatst; daarop was hij gaan staan. Nu knielde hij neer ten aanschouwen van al de vergaderde Israëlieten, strekte zijn handen naar de hemel uit,
14ทูล​ว่า “ข้า​แต่​พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ไม่มีพระเจ้าองค์ใดเหมือน​พระองค์​ทั้ง​ใน​ฟ้า​หรือ​บนแผ่นดิน พระองค์​ทรง​รักษาพันธสัญญา​และ​แสดงความรักมั่นคง​ต่อ​ผู้รับใช้​ที่​ดำเนินชีวิต​อยู่​ต่อ​หน้า​พระองค์​ด้วย​สุดใจ
14en sprak: Jahweh, God van Israël; geen god boven in de hemel of beneden op aarde is gelijk aan U; want in goedertierenheid houdt Gij U aan het verbond met uw dienaren, die met heel hun hart voor uw aanschijn wandelen.
15พระองค์​ทรง​รักษาสัญญา​ที่​ประทาน​แก่​ดาวิดบิดา​ของ​ข้า​พระองค์​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ ทรง​ตรัสไว้​แล้ว​และ​ลง​พระหัตถ์ทำให้สำเร็จ ดัง​ที่​เห็น​ใน​วัน​นี้
15Ook aan uw dienaar David, mijn vader, hebt Gij vervuld wat Gij hem hebt gezegd. Wat uw mond beloofde, heeft uw hand volbracht, zoals blijkt op deze dag.
16“บัดนี้ ข้า​แต่​พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ขอ​ทรง​รักษาพระสัญญา​ที่​ประทาน​แก่​ดาวิดบิดา​ของ​ข้า​พระองค์​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์​ว่า ‘จะ​มี​ลูกหลาน​ของ​เจ้านั่งบนบัลลังก์อิสราเอล​ต่อ​หน้าเราเสมอ หาก​บุตร​หลาน​ของ​เจ้าระมัดระวังการดำเนินชีวิต​ของ​ตน และ​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ของ​เรา เช่นเดียว​กับ​ที่​เจ้าใช้ชีวิต​ต่อ​หน้าเรา’
16Welnu dan, Jahweh, Israëls God, vervul aan uw dienaar David, mijn vader, ook de belofte, die Gij hem deedt: “Nooit zal het u aan een man ontbreken, die op Israëls troon is gezeten, indien uw zonen slechts op hun gedrag willen letten en voor mijn aanschijn wandelen, zoals gij voor mijn aanschijn gewandeld hebt.”
17ข้า​แต่​พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ขอ​ให้​พระดำรัส​ที่​พระองค์​ตรัส​กับ​ดาวิดผู้รับใช้​ของ​พระองค์​เป็น​จริง
17Jahweh, God van Israël, moge ook deze belofte, die Gij aan uw dienaar David gedaan hebt, toch worden vervuld.
18“แต่​พระเจ้า​จะ​ประทับ​กับ​มนุษย์บนแผ่นดินจริง​หรือ แม้สวรรค์​และ​สวรรค์ชั้นสูงสุด​ยัง​รองรับ​พระองค์​ไม่​ได้ พระวิหาร​ที่​ข้า​พระองค์​สร้าง​นี้​ยิ่งรองรับ​พระองค์​ไม่​ได้
18Maar zou God dan werkelijk bij de mensen op aarde wonen? Zie, de hemel, zelfs de hemel der hemelen kan U niet bevatten; hoe dan dit huis, dat ik heb gebouwd!
19ถึง​อย่าง​นั้น ข้า​แต่​พระยาห์เวห์พระเจ้าของ​ข้า​พระองค์ ขอ​ทรง​ใส่พระทัยคำอธิษฐาน​และ​คำวิงวอน​ของ​ผู้รับใช้ ขอ​ทรง​ฟังเสียงร้อง​และ​คำอธิษฐาน​ที่​ข้า​พระองค์​ทูล​ต่อ​พระพักตร์
19Jahweh, mijn God, luister naar het bidden en smeken van uw dienaar, en hoor naar het geroep en het gebed, dat uw dienaar vandaag tot U richt.
20ขอ​ทรง​ทอดพระเนตรพระวิหาร​นี้​ทั้ง​กลางวัน​และ​กลางคืน สถาน​ที่​ซึ่ง​พระองค์​ตรัส​ว่า​จะ​ให้​พระนาม​ของ​พระองค์​ประทับ​อยู่ และ​ขอ​ทรง​ฟัง​เมื่อ​ข้า​พระองค์​อธิษฐานหัน​มา​ทางสถาน​ที่​นี้
20Mogen uw ogen nacht en dag over dit huis blijven waken, over de plaats, waarvan Gij gezegd hebt: “Mijn Naam zal daar wonen!” Hoor het gebed, dat uw dienaar op deze plaats tot U opzendt.
21เมื่อ​ข้า​พระองค์​กับ​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ของ​พระองค์​อธิษฐานหัน​มา​ทาง​นี้ ขอ​ทรง​ฟังคำวิงวอน​ของ​พวกเรา โปรดสดับ​จาก​สวรรค์อัน​เป็น​ที่​ประทับ​ของ​พระองค์ และ​เมื่อ​ทรง​ได้ยิน​แล้ว ขอ​ทรง​อภัย
21Luister naar de smeekbede, die uw dienaar en Israël uw volk op deze plaats tot U richten. En wanneer Gij ze hoort in de hemel, uw woonstede, verhoor ze dan ook, en schenk vergiffenis.
22“ถ้า​มี​คน​ทำ​ผิด​ต่อ​เพื่อนบ้าน และ​ถูกสั่ง​ให้​สาบาน​เพื่อ​พิสูจน์เรื่อง​นั้น แล้ว​เขา​มา​สาบาน​ต่อ​หน้าแท่นบูชา​ของ​พระองค์​ใน​พระวิหาร​นี้
22Wanneer iemand tegen zijn naaste misdoet, en deze hem een eed oplegt, als bewijs voor zijn onschuld, en hij voor die eed in dit huis verschijnt voor uw altaar:
23ขอ​ทรง​สดับ​จาก​สวรรค์​และ​ทรง​พิพากษาผู้รับใช้​ของ​พระองค์ ให้​คน​ผิด​ได้​รับผล​จาก​การกระ​ทำ​ของ​ตน และ​ให้​คน​ชอบธรรม​ได้​รับสิ่ง​ที่​สมควร​ตาม​ความชอบธรรม​ของ​ตน
23luister dan in de hemel, en richt uw dienaren; veroordeel den schuldige, door zijn daad op zijn eigen hoofd te doen neerkomen, maar stel den onschuldige in het gelijk, door hem voor zijn onschuld te belonen.
24“ถ้า​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ของ​พระองค์​พ่ายแพ้ศัตรู​เพราะ​ทำบาป​ต่อ​พระองค์ แล้ว​พวกเขา​กลับ​มา​หา​พระองค์ ยอมรับพระนาม​ของ​พระองค์ อธิษฐาน​และ​วิงวอน​ต่อ​พระพักตร์​ใน​พระวิหาร​นี้
24Wanneer Israël, uw volk, omdat het tegen U heeft gezondigd, door zijn vijand wordt verslagen, maar ze bekeren zich, prijzen uw Naam, en bidden en smeken tot U in dit huis:
25ขอ​ทรง​สดับ​จาก​สวรรค์ อภัยบาป​ของ​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ของ​พระองค์ และ​นำ​พวกเขา​กลับ​สู่แผ่นดิน​ที่​ประทาน​แก่​พวกเขา​และ​บรรพบุรุษ
25luister dan in de hemel, vergeef de zonden van Israël, uw volk, en laat hen terugkeren naar het land, dat Gij aan hen en hun vaderen hebt geschonken.
26“เมื่อ​ฟ้า​ไม่​เปิด​ให้​ฝนตก​เพราะ​พวกเขา​ทำบาป​ต่อ​พระองค์ หาก​พวกเขา​อธิษฐานหัน​มา​ทางสถาน​ที่​นี้ ยอมรับพระนาม​ของ​พระองค์ และ​หัน​จาก​บาป​เมื่อ​พระองค์​ทรง​ลงโทษ
26Wanneer de hemel gesloten blijft en er geen regen valt, omdat zij tegen U zondigen, maar ze bidden dan op deze plaats, prijzen uw Naam, en bekeren zich van hun zonden, omdat Gij ze vernedert:
27ขอ​ทรง​สดับ​จาก​สวรรค์ อภัยบาป​ของ​ผู้รับใช้​ของ​พระองค์ คือ​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ของ​พระองค์ ขอ​ทรง​สอนทาง​ที่​ดี​ให้​พวกเขา​ดำเนิน และ​ประทานฝน​ลง​บนแผ่นดิน​ที่​พระองค์​ประทาน​เป็น​มรดก​แก่​ประชาชน​ของ​พระองค์
27luister dan in de hemel, vergeef de zonden van uw dienaren en van Israël, uw volk, wijs het de goede weg die het bewandelen moet, en geef weer regen op uw land, dat Gij aan uw volk hebt geschonken als erfdeel.
28“หากเกิดการกันดารอาหาร โรคระบาด พืชเหี่ยวเฉา​หรือ​ขึ้น​รา ฝูงตั๊กแตน​หรือ​หนอนกัดกินพืช​ใน​แผ่นดิน หากศัตรู​มา​ล้อม​เมือง​ใด​ของ​พวกเขา หรือ​มี​ภัยพิบัติ​หรือ​โรคภัยอย่างอื่น
28Wanneer het land wordt geteisterd door hongersnood of pest, door korenbrand of verdorring, door sprinkhaan of knaagbek, wanneer het volk in een van zijn poorten door den vijand wordt benauwd, of bezocht wordt door plagen en ziekten;
29ไม่​ว่า​ใคร​คน​หนึ่ง​หรือ​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ทั้งหมด​จะ​อธิษฐานวิงวอน เมื่อ​แต่ละ​คน​รู้​ถึง​ภัย​และ​ความทุกข์​ของ​ตน​แล้ว​กางมือหัน​มา​ทางพระวิหาร​นี้
29wanneer iemand van uw volk Israël in het bijzonder, in droefheid of leed, komt bidden en smeken, en zijn handen uitstrekt naar dit huis:
30ขอ​ทรง​สดับ​จาก​สวรรค์อัน​เป็น​ที่​ประทับ​ของ​พระองค์ อภัย​และ​ตอบแทนแต่ละ​คน​ตาม​การกระ​ทำ​ของ​เขา เพราะ​พระองค์​ทรง​รู้ใจ​เขา มี​แต่​พระองค์​เท่านั้น​ที่​ทรง​รู้ใจมนุษย์​ทุก​คน
30luister dan in de hemel, uw woonstede, en schenk vergiffenis, grijp in, en vergeld eenieder zijn werken. Want Gij kent de harten, Gij alleen kent het hart aller mensen.
31เพื่อ​พวกเขา​จะ​ยำเกรง​พระองค์​และ​ดำเนิน​ตาม​ทาง​ของ​พระองค์​ตลอดชีวิต​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ซึ่ง​พระองค์​ประทาน​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา
31Dan zullen zij U vrezen en op uw wegen wandelen, zolang ze leven op het land, dat Gij aan onze vaderen hebt geschonken.
32“เมื่อ​ชาว​ต่างชาติ​ที่​ไม่ใช่​ประชาชน​อิสราเอล​ของ​พระองค์​เดินทาง​มา​จาก​แดนไกล​เพราะ​พระนามอันยิ่งใหญ่ พระหัตถ์อัน​ทรง​ฤทธิ์​และ​พระกร​ที่​เหยียด​ออก​ของ​พระองค์ แล้ว​อธิษฐานหัน​มา​ทางพระวิหาร​นี้
32Zelfs wanneer een vreemdeling, die niet tot uw volk Israël behoort, ter wille van uw Naam uit een ver land zal komen, en in dit huis verschijnt, om te bidden, omdat hij van uw grote Naam, uw sterke hand en uw gespierde arm heeft gehoord:
33ขอ​ทรง​สดับ​จาก​สวรรค์อัน​เป็น​ที่​ประทับ และ​ทรง​ทำ​ตาม​ทุก​สิ่ง​ที่​ชาว​ต่างชาติผู้​นั้น​ทูลขอ เพื่อ​ชนชาติ​ทั้ง​ปวงบนแผ่นดิน​จะ​รู้จักพระนาม​และ​ยำเกรง​พระองค์​เหมือน​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ของ​พระองค์ ทั้ง​จะ​รู้​ว่า​พระวิหาร​ที่​ข้า​พระองค์​สร้าง​นี้​เป็น​ที่​เรียกขาน​ด้วย​พระนาม​ของ​พระองค์
33luister dan in de hemel, uw woonstede, en doe, wat deze vreemdeling U vraagt; opdat alle volkeren der aarde uw Naam mogen kennen, U vrezen, evenals Israël, uw volk, en mogen ondervinden, dat de tempel, die ik voor U heb gebouwd, uw Naam draagt.
34“หาก​ประชาชน​ของ​พระองค์​ออก​ไป​รบ​กับ​ศัตรู​ตาม​ทาง​ที่​พระองค์​ทรง​ส่ง​พวกเขา​ไป และ​อธิษฐาน​ต่อ​พระองค์​โดย​หันหน้า​มา​ทาง​เมือง​ที่​พระองค์​ทรง​เลือก และ​พระวิหาร​ที่​ข้า​พระองค์​สร้าง​เพื่อ​พระนาม​ของ​พระองค์
34Wanneer uw volk op uw bevel tegen den vijand ten strijde trekt, en zij bidden tot U in de richting van de stad, die Gij hebt uitverkoren, en van het huis, dat ik voor uw Naam heb gebouwd:
35ขอ​ทรง​สดับคำอธิษฐาน​และ​คำวิงวอน​จาก​สวรรค์ และ​ช่วย​ให้​พวกเขา​ได้​รับความ​เป็น​ธรรม
35luister dan in de hemel naar hun bidden en smeken, en verschaf hun recht.
36“หาก​พวกเขา​ทำบาป​ต่อ​พระองค์ เพราะ​ไม่มีใคร​ไม่​ทำบาป และ​พระองค์​ทรง​กริ้ว​จน​มอบ​พวกเขา​แก่​ศัตรู ซึ่ง​กวาดต้อน​พวกเขา​ไป​เป็น​เชลย​ใน​แดนใกล้​หรือ​ไกล
36Wanneer ze tegen U zondigen-want er is niemand, die niet zondigt-en Gij levert ze in uw toorn aan een vijand over, zodat ze gevangen worden weggevoerd naar het land van dien vijand, veraf of dichtbij;
37ถ้า​พวกเขา​ได้สติ​ใน​ดินแดน​ที่​ถูกกวาดต้อน​ไป กลับ​ใจ​และ​วิงวอน​ต่อ​พระองค์​ที่​นั่น​ว่า ‘พวกเราทำบาป ทำ​สิ่งผิด และ​ประพฤติชั่ว’
37wanneer ze dan in het land hunner ballingschap tot nadenken komen, zich bekeren en in het land van hen, die ze wegvoerden, smekend tot U zeggen: “Wij hebben gezondigd, en slecht en goddeloos gehandeld”;
38ถ้า​พวกเขา​กลับ​มา​หา​พระองค์​ด้วย​สุดใจสุดจิต​ใน​ดินแดน​ที่​ตก​เป็น​เชลย และ​อธิษฐานหัน​มา​ทางแผ่นดิน​ที่​พระองค์​ประทาน​แก่​บรรพบุรุษ ทาง​เมือง​ที่​พระองค์​ทรง​เลือก และ​ทางพระวิหาร​ที่​ข้า​พระองค์​สร้าง​เพื่อ​พระนาม​ของ​พระองค์
38wanneer ze zich met geheel hun hart en geheel hun ziel tot U bekeren in het land hunner vijanden, die hen hebben weggevoerd, en ze bidden tot U in de richting van het land, dat Gij aan hun vaderen hebt geschonken, in de richting van de stad, die Gij hebt uitverkoren, en van het huis, dat ik voor uw Naam heb gebouwd:
39ขอ​ทรง​สดับคำอธิษฐาน​และ​คำวิงวอน​จาก​สวรรค์อัน​เป็น​ที่​ประทับ​ของ​พระองค์ ขอ​ทรง​ให้​พวกเขา​ได้​รับความ​เป็น​ธรรม และ​อภัยบาป​ของ​ประชาชน​ของ​พระองค์
39luister dan in de hemel, uw woonstede, naar hun bidden en smeken, en verschaf hun recht. Schenk vergiffenis aan het volk, dat tegen U misdeed.
40“บัดนี้ ข้า​แต่​พระเจ้าของ​ข้า​พระองค์ ข้า​พระองค์​ขอวิงวอน ขอ​ทรง​ทอดพระเนตร​และ​สดับคำอธิษฐาน​ที่​ทูล​จาก​สถาน​ที่​นี้
40Welnu dan, mijn God, mogen uw ogen geopend zijn, en uw oren luisteren naar het gebed op deze plaats!
41“ข้า​แต่​พระยาห์เวห์องค์พระเจ้า ขอ​ทรง​ลุก​ขึ้น​มายัง​ที่​ประทับอัน​เป็น​ที่พัก​ของ​พระองค์ พร้อมหีบ​ที่​แสดง​ถึง​พระฤทธานุภาพ​ของ​พระองค์ ขอ​ให้​ความรอดพ้นห่มคลุมปุโรหิต​ของ​พระองค์ และ​ให้​ผู้​ที่​เป็น​ของ​พระองค์​ชื่นชม​ใน​ความดี
41Jahweh, God, trek thans op naar uw rustplaats, Gijzelf en de ark uwer glorie! Jahweh, God, mogen uw priesters met uw heil worden bekleed, En uw vromen zich over uw goedheid verheugen!
42“ข้า​แต่​พระยาห์เวห์องค์พระเจ้า ขออย่า​ทรง​ปฏิเสธผู้​ที่​พระองค์​เจิมไว้ ขอ​ทรง​ระลึก​ถึง​ความรักมั่นคง​ที่​ทรง​มี​ต่อ​ดาวิดผู้รับใช้​ของ​พระองค์”
42Jahweh, God, wijs het gebed van uw gezalfde niet af; Gedenk uw gunsten aan David, uw dienaar!

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.