เอ​เส​เคี​ยล​
Chapter 20
Freedom Bible (Thai)
vs Smith–Van Dyck Ara…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

เอ​เส​เคี​ยล​ 20

Freedom Bible (Thai)
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
1ใน​ปี​ที่​เจ็ด​ เดือน​ที่​ห้า​ วัน​ที่​สิบ​ของ​เดือน​ ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​บาง​คน​มา​ขอ​ถาม​พระ​ยาห์เวห์​ และ​นั่ง​ลง​ตรง​หน้า​ข้าพเจ้า​
1وَكَانَ فِي ٱلسَّنَةِ ٱلسَّابِعَةِ، فِي ٱلشَّهْرِ ٱلْخَامِسِ، فِي ٱلْعَاشِرِ مِنَ ٱلشَّهْرِ، أَنَّ أُنَاسًا مِنْ شُيُوخِ إِسْرَائِيلَ جَاءُوا لِيَسْأَلُوا ٱلرَّبَّ، فَجَلَسُوا أَمَامِي.
2พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
2فَكَانَ إِلَيَّ كَلَامُ ٱلرَّبِّ قَائِلًا:
3“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​พวก​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​มา​เพื่อ​ถาม​เรา​หรือ​? เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​ถาม​เรา​’ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​
3«يَا ٱبْنَ آدَمَ، كَلِّمْ شُيُوخَ إِسْرَائِيلَ وَقُلْ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: هَلْ أَنْتُمْ آتُونَ لِتَسْأَلُونِي؟ حَيٌّ أَنَا، لَا أُسْأَلُ مِنْكُمْ، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ.
4“มนุษย์​เอ๋ย​ เจ้า​จะ​พิพากษา​พวก​เขา​ไหม​? เจ้า​จะ​พิพากษา​พวก​เขา​ไหม​? จง​ทำให้​พวก​เขา​รู้​ถึง​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ของ​บรรพบุรุษ​
4هَلْ تَدِينُهُمْ؟ هَلْ تَدِينُ يَا ٱبْنَ آدَمَ؟ عَرِّفْهُمْ رَجَاسَاتِ آبَائِهِمْ،
5จง​บอก​พวก​เขา​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ ใน​วัน​ที่​เรา​เลือก​อิสราเอล​ เรา​ได้​ปฏิญาณ​ต่อ​เชื้อ​สาย​ของ​ชนชาติ​ยา​โคบ​ และ​สำแดง​ตัว​แก่​พวก​เขา​ใน​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ เรา​ปฏิญาณ​ว่า​ “เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
5وَقُلْ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: فِي يَوْمِ ٱخْتَرْتُ إِسْرَائِيلَ وَرَفَعْتُ يَدِي لِنَسْلِ بَيْتِ يَعْقُوبَ، وَعَرَّفْتُهُمْ نَفْسِي فِي أَرْضِ مِصْرَ، وَرَفَعْتُ لَهُمْ يَدِي قَائِلًا: أَنَا ٱلرَّبُّ إِلَهُكُمْ،
6ใน​วัน​นั้น​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ ไป​ยัง​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​เลือก​ไว้​ให้​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์​ งดงาม​เหนือ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​ปวง​
6فِي ذَلِكَ ٱلْيَوْمِ رَفَعْتُ لَهُمْ يَدِي لِأُخْرِجَهُمْ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي تَجَسَّسْتُهَا لَهُمْ، تَفِيضُ لَبَنًا وَعَسَلًا، هِيَ فَخْرُ كُلِّ ٱلْأَرَاضِي،
7เรา​บอก​พวก​เขา​ว่า​ “ทุก​คน​จง​โยน​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ตา​ของ​พวก​เจ้า​หลงใหล​ทิ้ง​ไป​ อย่า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ของ​อียิปต์​ เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
7وَقُلْتُ لَهُمُ: ٱطْرَحُوا كُلُّ إِنْسَانٍ مِنْكُمْ أَرْجَاسَ عَيْنَيْهِ، وَلَا تَتَنَجَّسُوا بِأَصْنَامِ مِصْرَ. أَنَا ٱلرَّبُّ إِلَهُكُمْ.
8“‘“แต่​พวก​เขา​กบฏ​ต่อ​เรา​และ​ไม่​ยอม​ฟัง​ พวก​เขา​ไม่​ได้​ทิ้ง​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ตา​ของ​ตน​หลงใหล​กัน​ทุก​คน​ และ​ไม่​ละทิ้ง​รูป​เคารพ​ของ​อียิปต์​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ ระบาย​ความ​โกรธ​ให้​หมด​ท่ามกลาง​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
8فَتَمَرَّدُوا عَلَيَّ وَلَمْ يُرِيدُوا أَنْ يَسْمَعُوا لِي، وَلَمْ يَطْرَحِ ٱلْإِنْسَانُ مِنْهُمْ أَرْجَاسَ عَيْنَيْهِ، وَلَمْ يَتْرُكُوا أَصْنَامَ مِصْرَ. فَقُلْتُ: إِنِّي أَسْكُبُ رِجْزِي عَلَيْهِمْ لِأُتِمَّ عَلَيْهِمْ سَخَطِي فِي وَسْطِ أَرْضِ مِصْرَ.
9แต่​เรา​ได้​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ที่​พวก​เขา​อาศัย​อยู่​ท่ามกลาง​ เพราะ​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​เหล่า​นั้น​ เรา​ได้​สำแดง​ตัว​แก่​พวก​เขา​ด้วย​การนำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​
9لَكِنْ صَنَعْتُ لِأَجْلِ ٱسْمِي لِكَيْلَا يَتَنَجَّسَ أَمَامَ عُيُونِ ٱلْأُمَمِ ٱلَّذِينَ هُمْ فِي وَسْطِهِمِ، ٱلَّذِينَ عَرَّفْتُهُمْ نَفْسِي أَمَامَ عُيُونِهِمْ بِإِخْرَاجِهِمْ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ.
10เรา​จึง​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​อียิปต์​และ​พา​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​
10فَأَخْرَجْتُهُمْ مِنْ أَرْضِ مِصْرَ وَأَتَيْتُ بِهِمْ إِلَى ٱلْبَرِّيَّةِ.
11เรา​ให้​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ทำให้​พวก​เขา​รู้​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​
11وَأَعْطَيْتُهُمْ فَرَائِضِي وَعَرَّفْتُهُمْ أَحْكَامِي ٱلَّتِي إِنْ عَمِلَهَا إِنْسَانٌ يَحْيَا بِهَا.
12เรา​ยัง​ให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​แก่​พวก​เขา​ เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เขา​ เพื่อ​พวก​เขา​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ผู้​ทำให้​พวก​เขา​ศักดิ์สิทธิ์​
12وَأَعْطَيْتُهُمْ أَيْضًا سُبُوتِي لِتَكُونَ عَلَامَةً بَيْنِي وَبَيْنَهُمْ، لِيَعْلَمُوا أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ مُقَدِّسُهُمْ.
13“‘“แต่​ชน​อิสราเอล​กบฏ​ต่อ​เรา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ปฏิเสธ​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​อย่าง​ยิ่ง​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เพื่อ​ทำลาย​พวก​เขา​
13«فَتَمَرَّدَ عَلَيَّ بَيْتُ إِسْرَائِيلَ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ. لَمْ يَسْلُكُوا فِي فَرَائِضِي وَرَفَضُوا أَحْكَامِي ٱلَّتِي إِنْ عَمِلَهَا إِنْسَانٌ يَحْيَا بِهَا، وَنَجَّسُوا سُبُوتِي كَثِيرًا. فَقُلْتُ: إِنِّي أَسْكُبُ رِجْزِي عَلَيْهِمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ لِإِفْنَائِهِمْ.
14แต่​เรา​ได้​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ ซึ่ง​เห็น​เรา​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา​
14لَكِنْ صَنَعْتُ لِأَجْلِ ٱسْمِي لِكَيْلَا يَتَنَجَّسَ أَمَامَ عُيُونِ ٱلْأُمَمِ ٱلَّذِينَ أَخْرَجْتُهُمْ أَمَامَ عُيُونِهِمْ.
15ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เรา​ยัง​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ไม่​นำ​พวก​เขา​เข้าไป​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​ให้​ไว้​ เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​มี​น้ำนม​และ​น้ำ​ผึ้ง​ไหล​บริบูรณ์​ งดงาม​เหนือ​แผ่น​ดิน​ทั้ง​ปวง​
15وَرَفَعْتُ أَيْضًا يَدِي لَهُمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ بِأَنِّي لَا آتِي بِهِمْ إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي أَعْطَيْتُهُمْ إِيَّاهَا تَفِيضُ لَبَنًا وَعَسَلًا، هِيَ فَخْرُ كُلِّ ٱلْأَرَاضِي.
16เพราะ​พวก​เขา​ปฏิเสธ​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ และ​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ เพราะ​ใจ​ของ​พวก​เขา​ตาม​รูป​เคารพ​ไป​
16لِأَنَّهُمْ رَفَضُوا أَحْكَامِي وَلَمْ يَسْلُكُوا فِي فَرَائِضِي، بَلْ نَجَّسُوا سُبُوتِي، لِأَنَّ قَلْبَهُمْ ذَهَبَ وَرَاءَ أَصْنَامِهِمْ.
17ถึง​กระนั้น​เรา​ยัง​ปรานี​พวก​เขา​ ไม่​ทำลาย​และ​ไม่​กวาดล้าง​จน​หมด​สิ้น​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​
17لَكِنَّ عَيْنِي أَشْفَقَتْ عَلَيْهِمْ عَنْ إِهْلَاكِهِمْ، فَلَمْ أُفْنِهِمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ.
18เรา​บอก​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ว่า​ “อย่า​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​บรรพบุรุษ​ อย่า​รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​พวก​เขา​ และ​อย่า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ของ​พวก​เขา​
18وَقُلْتُ لِأَبْنَائِهِمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ: لَا تَسْلُكُوا فِي فَرَائِضِ آبَائِكُمْ، وَلَا تَحْفَظُوا أَحْكَامَهُمْ، وَلَا تَتَنَجَّسُوا بِأَصْنَامِهِمْ.
19เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​ จง​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ และ​ปฏิบัติ​ตาม​
19أَنَا ٱلرَّبُّ إِلَهُكُمْ، فَٱسْلُكُوا فِي فَرَائِضِي وَٱحْفَظُوا أَحْكَامِي وَٱعْمَلُوا بِهَا،
20จง​รักษา​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ให้​บริสุทธิ์​ วัน​เหล่า​นี้​จะ​เป็น​หมาย​สำคัญ​ระหว่าง​เรา​กับ​พวก​เจ้า​ เพื่อ​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​พระเจ้า​ของ​พวก​เจ้า​”
20وَقَدِّسُوا سُبُوتِي فَتَكُونَ عَلَامَةً بَيْنِي وَبَيْنَكُمْ، لِتَعْلَمُوا أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ إِلَهُكُمْ.
21“‘“แต่​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา​ก็​กบฏ​ต่อ​เรา​ ไม่​ดำเนิน​ตาม​ข้อ​กำหนด​ และ​ไม่​รักษา​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​เพื่อ​ปฏิบัติ​ตาม​ ซึ่ง​ถ้า​คน​ใด​ทำ​ตาม​ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​โดย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ พวก​เขา​ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ เรา​จึง​คิด​จะ​เท​ความ​เดือดดาล​เหนือ​พวก​เขา​ ระบาย​ความ​โกรธ​ให้​หมด​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​
21فَتَمَرَّدَ ٱلْأَبْنَاءُ عَلَيَّ. لَمْ يَسْلُكُوا فِي فَرَائِضِي وَلَمْ يَحْفَظُوا أَحْكَامِي لِيَعْمَلُوهَا، ٱلَّتِي إِنْ عَمِلَهَا إِنْسَانٌ يَحْيَا بِهَا، وَنَجَّسُوا سُبُوتِي. فَقُلْتُ: إِنِّي أَسْكُبُ رِجْزِي عَلَيْهِمْ لِأُتِمَّ سَخَطِي عَلَيْهِمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ.
22ถึง​กระนั้น​เรา​ยั้ง​มือ​ไว้​ และ​กระทำ​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ เพื่อ​ไม่​ให้​พระนาม​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​ ซึ่ง​เห็น​เรา​เป็น​ผู้นำ​พวก​เขา​ออก​มา​
22ثُمَّ كَفَفْتُ يَدِي وَصَنَعْتُ لِأَجْلِ ٱسْمِي لِكَيْلَا يَتَنَجَّسَ أَمَامَ عُيُونِ ٱلْأُمَمِ ٱلَّذِينَ أَخْرَجْتُهُمْ أَمَامَ عُيُونِهِمْ.
23ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​เรา​ยัง​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​กระจาย​พวก​เขา​ไป​ท่ามกลาง​ประชาชาติ​ และ​ทำให้​กระจัดกระจาย​ตาม​ดิน​แดน​ต่าง​ ๆ
23وَرَفَعْتُ أَيْضًا يَدِي لَهُمْ فِي ٱلْبَرِّيَّةِ لِأُفَرِّقَهُمْ فِي ٱلْأُمَمِ وَأُذَرِّيَهُمْ فِي ٱلْأَرَاضِي،
24เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ทำ​ตาม​คำ​ตัดสิน​ของ​เรา​ ปฏิเสธ​ข้อ​กำหนด​ของ​เรา​ ทำให้​วัน​พัก​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ และ​ตา​ของ​พวก​เขา​ตาม​รูป​เคารพ​ของ​บรรพบุรุษ​
24لِأَنَّهُمْ لَمْ يَصْنَعُوا أَحْكَامِي، بَلْ رَفَضُوا فَرَائِضِي، وَنَجَّسُوا سُبُوتِي، وَكَانَتْ عُيُونُهُمْ وَرَاءَ أَصْنَامِ آبَائِهِمْ.
25เรา​ยัง​ให้​ข้อ​กำหนด​ที่​ไม่​ดี​แก่​พวก​เขา​ และ​คำ​ตัดสิน​ที่​ทำ​ตาม​แล้ว​ไม่​อาจ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​
25وَأَعْطَيْتُهُمْ أَيْضًا فَرَائِضَ غَيْرَ صَالِحَةٍ، وَأَحْكَامًا لَا يَحْيَوْنَ بِهَا،
26เรา​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​เป็น​มลทิน​ด้วย​ของ​ถวาย​ของ​ตน​ เมื่อ​พวก​เขา​ให้​บุตร​หัวปี​ทุก​คน​ผ่าน​ไฟ​ เพื่อ​เรา​จะ​ทำให้​พวก​เขา​พินาศ​ร้าง​เปล่า​ และ​ให้​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​”’
26وَنَجَّسْتُهُمْ بِعَطَايَاهُمْ إِذْ أَجَازُوا فِي ٱلنَّارِ كُلَّ فَاتِحِ رَحْمٍ، لِأُبِيدَهُمْ، حَتَّى يَعْلَمُوا أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ.
27“เพราะ​ฉะนั้น​ มนุษย์​เอ๋ย​ จง​พูด​กับ​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​ยัง​ดู​หมิ่น​เรา​ใน​เรื่อง​นี้​ด้วย​ คือ​ประพฤติ​ไม่​ซื่อสัตย์​ต่อ​เรา​
27«لِأَجْلِ ذَلِكَ كَلِّمْ بَيْتَ إِسْرَائِيلَ يَا ٱبْنَ آدَمَ، وَقُلْ لَهُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: فِي هَذَا أَيْضًا جَدَّفَ عَلَيَّ آبَاؤُكُمْ، إِذْ خَانُونِي خِيَانَةً
28เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เขา​เข้า​สู่​แผ่น​ดิน​ที่​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ให้​ พวก​เขา​เห็น​เนิน​เขา​สูง​ทุก​แห่ง​และ​ต้นไม้​ใบ​ดก​ทุก​ต้น​ ก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ที่​นั่น​ นำ​ของ​ถวาย​ซึ่ง​ยั่ว​ยุ​เรา​ไป​วาง​ที่​นั่น​ ทำ​กลิ่น​หอม​ที่​นั่น​ และ​เท​เครื่อง​ดื่ม​บูชา​ที่​นั่น​
28لَمَّا أَتَيْتُ بِهِمْ إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي رَفَعْتُ لَهُمْ يَدِي لِأُعْطِيَهُمْ إِيَّاهَا، فَرَأَوْا كُلَّ تَلٍّ عَالٍ وَكُلَّ شَجَرَةٍ غَبْيَاءَ، فَذَبَحُوا هُنَاكَ ذَبَائِحَهُمْ، وَقَرَّبُوا هُنَاكَ قَرَابِينَهُمُ ٱلْمُغِيظَةَ، وَقَدَّمُوا هُنَاكَ رَوَائِحَ سُرُورِهِمْ، وَسَكَبُوا هُنَاكَ سَكَائِبَهُمْ.
29เรา​จึง​ถาม​ว่า​ “สถาน​บูชา​บน​ที่​สูง​ที่​พวก​เจ้า​ไป​นั้น​คือ​อะไร​?” จึง​เรียก​ที่​นั้น​ว่า​ บา​มาห์​ มา​จนถึง​ทุก​วัน​นี้​’
29فَقُلْتُ لَهُمْ: مَا هَذِهِ ٱلْمُرْتَفَعَةُ ٱلَّتِي تَأْتُونَ إِلَيْهَا؟ فَدُعِيَ ٱسْمُهَا «مُرْتَفَعَةً» إِلَى هَذَا ٱلْيَوْمِ.
30“เพราะ​ฉะนั้น​จง​บอก​ชน​อิสราเอล​ว่า​ ‘พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ พวก​เจ้า​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ตาม​ทาง​ของ​บรรพบุรุษ​ และ​ทำตัว​เป็น​โสเภณี​ตาม​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ของ​พวก​เขา​หรือ​?
30«لِذَلِكَ قُلْ لِبَيْتِ إِسْرَائِيلَ: هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: هَلْ تَنَجَّسْتُمْ بِطَرِيقِ آبَائِكُمْ، وَزَنَيْتُمْ وَرَاءَ أَرْجَاسِهِمْ؟
31เมื่อ​พวก​เจ้า​ถวาย​ของ​และ​ให้​ลูกชาย​ของ​ตน​ผ่าน​ไฟ​ พวก​เจ้า​ยัง​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ด้วย​รูป​เคารพ​ทั้ง​ปวง​จนถึง​วัน​นี้​ แล้ว​ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ เรา​ควร​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​มา​ถาม​เรา​หรือ​? พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พวก​เจ้า​ถาม​เรา​
31وَبِتَقْدِيمِ عَطَايَاكُمْ وَإِجَازَةِ أَبْنَائِكُمْ فِي ٱلنَّارِ، تَتَنَجَّسُونَ بِكُلِّ أَصْنَامِكُمْ إِلَى ٱلْيَوْمِ. فَهَلْ أُسْأَلُ مِنْكُمْ يَا بَيْتَ إِسْرَائِيلَ؟ حَيٌّ أَنَا، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ، لَا أُسْأَلُ مِنْكُمْ.
32“‘“สิ่ง​ที่​ผุด​ขึ้น​ใน​ใจ​พวก​เจ้า​จะ​ไม่มี​วัน​เกิด​ขึ้น​ พวก​เจ้า​พูด​ว่า​ ‘เรา​จะ​เป็น​เหมือน​ประชาชาติ​อื่น​ เหมือน​ตระกูล​ต่าง​ ๆ ใน​ดิน​แดน​ทั้ง​หลาย​ ที่​รับ​ใช้​ไม้​และ​หิน​’
32وَٱلَّذِي يَخْطُرُ بِبَالِكُمْ لَنْ يَكُونَ، إِذْ تَقُولُونَ: نَكُونُ كَٱلْأُمَمِ، كَقَبَائِلِ ٱلْأَرَاضِي فَنَعْبُدُ ٱلْخَشَبَ وَٱلْحَجَرَ.
33พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ว่า​ เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ฉันใด​ เรา​จะ​ปกครอง​พวก​เจ้า​ด้วย​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ ด้วย​แขน​ที่​เหยียด​ออก​ และ​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ที่​เท​ลง​มา​
33حَيٌّ أَنَا، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ، إِنِّي بِيَدٍ قَوِيَّةٍ وَبِذِرَاعٍ مَمْدُودَةٍ، وَبِسَخَطٍ مَسْكُوبٍ أَمْلِكُ عَلَيْكُمْ.
34เรา​จะ​นำ​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ และ​รวบรวม​จาก​ดิน​แดน​ที่​กระจัดกระจาย​ ด้วย​มือ​อัน​ทรง​พลัง​ ด้วย​แขน​ที่​เหยียด​ออก​ และ​ด้วย​ความ​เดือดดาล​ที่​เท​ลง​มา​
34وَأُخْرِجُكُمْ مِنْ بَيْنِ ٱلشُّعُوبِ، وَأَجْمَعُكُمْ مِنَ ٱلْأَرَاضِي ٱلَّتِي تَفَرَّقْتُمْ فِيهَا بِيَدٍ قَوِيَّةٍ وَبِذِرَاعٍ مَمْدُودَةٍ، وَبِسَخَطٍ مَسْكُوبٍ.
35เรา​จะ​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​สู่​ถิ่น​ทุรกันดาร​ของ​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ แล้ว​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​ต่อ​หน้า​กัน​ตรง​นั้น​
35وَآتِي بِكُمْ إِلَى بَرِّيَّةِ ٱلشُّعُوبِ، وَأُحَاكِمُكُمْ هُنَاكَ وَجْهًا لِوَجْهٍ.
36เช่น​เดียว​กับ​ที่​เรา​พิพากษา​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​แห่ง​แผ่น​ดิน​อียิปต์​ เรา​ก็​จะ​พิพากษา​พวก​เจ้า​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​
36كَمَا حَاكَمْتُ آبَاءَكُمْ فِي بَرِّيَّةِ أَرْضِ مِصْرَ، كَذَلِكَ أُحَاكِمُكُمْ، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ.
37“เรา​จะ​ให้​พวก​เจ้า​ผ่าน​ใต้​ไม้​เท้า​ และ​จะ​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​สู่​พันธะ​ของ​พันธ​สัญญา​
37وَأُمِرُّكُمْ تَحْتَ ٱلْعَصَا، وَأُدْخِلُكُمْ فِي رِبَاطِ ٱلْعَهْدِ.
38เรา​จะ​คัด​พวก​กบฏ​และ​ผู้​ไม่​เชื่อ​ฟัง​เรา​ออก​จาก​ท่ามกลาง​พวก​เจ้า​ เรา​จะ​นำ​พวก​เขา​ออก​จาก​แผ่น​ดิน​ที่​อาศัย​อยู่​ แต่​พวก​เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​ แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​
38وَأَعْزِلُ مِنْكُمُ ٱلْمُتَمَرِّدِينَ وَٱلْعُصَاةَ عَلَيَّ. أُخْرِجُهُمْ مِنْ أَرْضِ غُرْبَتِهِمْ وَلَا يَدْخُلُونَ أَرْضَ إِسْرَائِيلَ، فَتَعْلَمُونَ أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ.
39“‘ส่วน​พวก​เจ้า​ ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ ไป​เถอะ​ ทุก​คน​จง​รับ​ใช้​รูป​เคารพ​ของ​ตน​ต่อ​ไป​ ถ้า​หลัง​จาก​นี้​พวก​เจ้า​ยัง​ไม่​ยอม​ฟัง​เรา​ แต่​ต่อ​ไป​พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ทำให้​พระนาม​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​เสื่อม​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ด้วย​ของ​ถวาย​และ​รูป​เคารพ​ของ​พวก​เจ้า​อีก​
39«أَمَّا أَنْتُمْ يَا بَيْتَ إِسْرَائِيلَ، فَهَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: ٱذْهَبُوا ٱعْبُدُوا كُلُّ إِنْسَانٍ أَصْنَامَهُ. وَبَعْدُ إِنْ لَمْ تَسْمَعُوا لِي فَلَا تُنَجِّسُوا ٱسْمِي ٱلْقُدُّوسَ بَعْدُ بِعَطَايَاكُمْ وَبِأَصْنَامِكُمْ.
40เพราะ​บน​ภูเขา​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ บน​ภูเขา​สูง​แห่ง​อิสราเอล​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ “ที่​นั่น​ชน​อิสราเอล​ทั้งหมด​ ทุก​คนใน​แผ่น​ดิน​ จะ​รับ​ใช้​เรา​ ที่​นั่น​เรา​จะ​ยอมรับ​พวก​เขา​ และ​จะ​ขอรับ​เครื่อง​ถวาย​ ผล​แรก​ของ​สิ่ง​ถวาย​ และ​ของ​ศักดิ์สิทธิ์​ทั้ง​ปวง​จาก​พวก​เจ้า​
40لِأَنَّهُ فِي جَبَلِ قُدْسِي، فِي جَبَلِ إِسْرَائِيلَ ٱلْعَالِي، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ، هُنَاكَ يَعْبُدُنِي كُلُّ بَيْتِ إِسْرَائِيلَ، كُلُّهُمْ فِي ٱلْأَرْضِ. هُنَاكَ أَرْضَى عَنْهُمْ، وَهُنَاكَ أَطْلُبُ تَقْدِمَاتِكُمْ وَبَاكُورَاتِ جِزَاكُمْ مَعَ جَمِيعِ مُقَدَّسَاتِكُمْ.
41เรา​จะ​ยอมรับ​พวก​เจ้า​เหมือน​กลิ่น​หอม​ เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ชนชาติ​ต่าง​ ๆ และ​รวบรวม​จาก​ดิน​แดน​ที่​กระจัดกระจาย​ เรา​จะ​แสดง​ความ​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​เรา​ผ่าน​พวก​เจ้า​ต่อ​หน้า​ประชาชาติ​
41بِرَائِحَةِ سُرُورِكُمْ أَرْضَى عَنْكُمْ، حِينَ أُخْرِجُكُمْ مِنْ بَيْنِ ٱلشُّعُوبِ، وَأَجْمَعُكُمْ مِنَ ٱلْأَرَاضِي ٱلَّتِي تَفَرَّقْتُمْ فِيهَا، وَأَتَقَدَّسُ فِيكُمْ أَمَامَ عُيُونِ ٱلْأُمَمِ،
42พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​นำ​พวก​เจ้า​เข้า​แผ่น​ดิน​อิสราเอล​ ซึ่ง​เป็น​แผ่น​ดิน​ที่​เรา​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​ให้​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า​
42فَتَعْلَمُونَ أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ، حِينَ آتِي بِكُمْ إِلَى أَرْضِ إِسْرَائِيلَ، إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِي رَفَعْتُ يَدِي لِأُعْطِي آبَاءَكُمْ إِيَّاهَا.
43ที่​นั่น​พวก​เจ้า​จะ​ระลึก​ถึง​ทาง​ของ​ตน​และ​การก​ระ​ทำ​ทั้งหมด​ที่​ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​มลทิน​ แล้ว​จะ​รังเกียจ​ตัว​เอง​เพราะ​ความ​ชั่ว​ทั้ง​ปวง​ที่​ได้​ทำ​
43وَهُنَاكَ تَذْكُرُونَ طُرُقَكُمْ وَكُلَّ أَعْمَالِكُمُ ٱلَّتِي تَنَجَّسْتُمْ بِهَا، وَتَمْقُتُونَ أَنْفُسَكُمْ لِجَمِيعِ ٱلشُّرُورِ ٱلَّتِي فَعَلْتُمْ.
44ชน​อิสราเอล​เอ๋ย​ พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​พระ​ยาห์เวห์​ เมื่อ​เรา​ปฏิบัติ​ต่อ​พวก​เจ้า​เพื่อ​เห็น​แก่​พระนาม​ของ​เรา​ ไม่ใช่​ตาม​ทาง​ชั่ว​หรือ​การก​ระ​ทำ​อัน​เสื่อมทราม​ของ​พวก​เจ้า​” พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​’”
44فَتَعْلَمُونَ أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ إِذَا فَعَلْتُ بِكُمْ مِنْ أَجْلِ ٱسْمِي. لَا كَطُرُقِكُمُ ٱلشِّرِّيرَةِ، وَلَا كَأَعْمَالِكُمُ ٱلْفَاسِدَةِ يَا بَيْتَ إِسْرَائِيلَ، يَقُولُ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ».
45พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​มา​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​
45وَكَانَ إِلَيَّ كَلَامُ ٱلرَّبِّ قَائِلًا:
46“มนุษย์​เอ๋ย​ จง​หัน​หน้า​ไป​ทาง​ใต้​ กล่าว​ถ้อยคำ​ไป​ทาง​ใต้​ และ​พยากรณ์​กล่าว​โทษ​ป่า​ใน​แดน​ใต้​
46«يَا ٱبْنَ آدَمَ، ٱجْعَلْ وَجْهَكَ نَحْوَ ٱلتَّيْمَنِ، وَتَكَلَّمْ نَحْوَ ٱلْجَنُوبِ، وَتَنَبَّأْ عَلَى وَعْرِ ٱلْحَقْلِ فِي ٱلْجَنُوبِ،
47จง​บอก​ป่า​แห่ง​แดน​ใต้​ว่า​ ‘จง​ฟัง​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​ยาห์เวห์​ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​ตรัส​ดังนี้​ เรา​จะ​จุด​ไฟ​ใน​เจ้า​ ไฟ​จะ​เผา​ต้นไม้​เขียว​ทุก​ต้น​และ​ต้นไม้​แห้ง​ทุก​ต้น​ เปลว​ไฟ​ที่​ลุก​โชน​จะ​ไม่​ดับ​ และ​ทุก​ใบหน้า​ตั้งแต่​ใต้​จรด​เหนือ​จะ​ถูก​มัน​เผา​
47وَقُلْ لِوَعْرِ ٱلْجَنُوبِ: ٱسْمَعْ كَلَامَ ٱلرَّبِّ. هَكَذَا قَالَ ٱلسَّيِّدُ ٱلرَّبُّ: هَأَنَذَا أُضْرِمُ فِيكَ نَارًا فَتَأْكُلُ كُلَّ شَجَرَةٍ خَضْرَاءَ فِيكَ وَكُلَّ شَجَرَةٍ يَابِسَةٍ. لَا يُطْفَأُ لَهِيبُهَا ٱلْمُلْتَهِبُ، وَتُحْرَقُ بِهَا كُلُّ ٱلْوُجُوهِ مِنَ ٱلْجَنُوبِ إِلَى ٱلشِّمَالِ.
48มนุษย์​ทุก​คน​จะ​เห็น​ว่า​เรา​ พระ​ยาห์เวห์​ เป็น​ผู้​จุด​ไฟ​นั้น​ และ​มัน​จะ​ไม่​ดับ​’”
48فَيَرَى كُلُّ بَشَرٍ أَنِّي أَنَا ٱلرَّبُّ أَضْرَمْتُهَا. لَا تُطْفَأُ».
49ข้าพเจ้า​จึง​ทูล​ว่า​ “โอ พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ พระ​ยาห์เวห์​! พวก​เขา​พูด​ถึง​ข้าพเจ้า​ว่า​ ‘เขา​เอาแต่​พูด​เรื่อง​เปรียบ​ไม่ใช่​หรือ​?’”
49فَقُلْتُ: «آهِ يَا سَيِّدُ ٱلرَّبُّ! هُمْ يَقُولُونَ: أَمَا يُمَثِّلُ هُوَ أَمْثَالًا؟».

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.