2พงศ์​กษัตริย์
Chapter 2

2พงศ์​กษัตริย์

Freedom Bible (Thai)
vs Korean Bible, 1910…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

2พงศ์​กษัตริย์ 2

Freedom Bible (Thai)
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
1เมื่อพระยาห์เวห์กำลัง​จะ​รับเอลียาห์​ขึ้นสู่สวรรค์ด้วยลมหมุน เอลียาห์​กับเอลีชา​ออกจากกิลกาลด้วยกัน
1여호와께서 회리바람으로 엘리야를 하늘에 올리고자 하실 때에 엘리야가 엘리사로 더불어 길갈에서 나가더니
2เอลียาห์พูด​กับเอลีชา​ว่า “โปรด​อยู่​ที่นี่เถิด เพราะพระยาห์เวห์​ส่งข้าพเจ้า​ไป​ถึงเบธเอล” เอลีชาตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​ทรงพระชนม์​อยู่จริง และ​ท่าน​ก็มีชีวิต​อยู่จริง ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​จาก​ท่าน​ไป” แล้ว​ทั้งสอง​ก็​ลง​ไป​ยังเบธเอล
2엘리야가 엘리사에게 이르되 `청컨대 너는 여기 머물라 여호와께서 나를 벧엘로 보내시느니라' 엘리사가 가로되 `여호와의 사심과 당신의 혼의 삶을 가리켜 맹세하노니 내가 당신을 떠나지 아니하겠나이다' 이에 두 사람이 벧엘로 내려가니
3เหล่าศิษย์ผู้เผยพระวจนะ​ที่เบธเอลออกมาหาเอลีชา​และพูด​กับ​เขา​ว่า “ท่านรู้​หรือ​ไม่​ว่า วันนี้พระยาห์เวห์​จะ​รับอาจารย์​ของ​ท่าน​ไป​จาก​ท่าน?” เขา​ตอบ​ว่า “รู้ ข้าพเจ้ารู้​แล้ว เงียบไว้เถิด”
3벧엘에 있는 선지자의 생도들이 엘리사에게로 나아와 이르되 `여호와께서 오늘날 당신의 선생을 당신의 머리 위로 취하실 줄을 아나이까' 가로되 `나도 아노니 너희는 잠잠하라'
4เอลียาห์พูด​กับ​เขา​ว่า “เอลีชา โปรด​อยู่​ที่นี่เถิด เพราะพระยาห์เวห์​ส่งข้าพเจ้า​ไปเยรีโค” เขา​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​ทรงพระชนม์​อยู่จริง และ​ท่าน​ก็มีชีวิต​อยู่จริง ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​จาก​ท่าน​ไป” แล้ว​ทั้งสอง​ก็​มา​ถึงเยรีโค
4엘리야가 저에게 이르되 `엘리사야 청컨대 너는 여기 머물라 여호와께서 나를 여리고로 보내시느니라' 엘리사가 가로되 `여호와의 사심과 당신의 혼의 삶을 가리켜 맹세하노니 내가 당신을 떠나지아니하겠나이다' 하니라 저희가 여리고에 이르매
5เหล่าศิษย์ผู้เผยพระวจนะ​ที่เยรีโค​เข้า​มาหาเอลีชา​และพูด​กับ​เขา​ว่า “ท่านรู้​หรือ​ไม่​ว่า วันนี้พระยาห์เวห์​จะ​รับอาจารย์​ของ​ท่าน​ไป​จาก​ท่าน?” เขา​ตอบ​ว่า “รู้ ข้าพเจ้ารู้​แล้ว เงียบไว้เถิด”
5여리고에 있는 선지자의 생도들이 엘리사에게 나아와 이르되 `여호와께서 오늘날 당신의 선생을 당신의 머리 위로 취하실 줄을 아나이까' 엘리사가 가로되 `나도 아노니 너희는 잠잠하라'
6เอลียาห์พูด​กับ​เขา​ว่า “โปรด​อยู่​ที่นี่เถิด เพราะพระยาห์เวห์​ส่งข้าพเจ้า​ไปแม่น้ำจอร์แดน” เขา​ตอบ​ว่า “พระยาห์เวห์​ทรงพระชนม์​อยู่จริง และ​ท่าน​ก็มีชีวิต​อยู่จริง ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​จาก​ท่าน​ไป” แล้ว​ทั้งสอง​ก็เดิน​ต่อ​ไป
6엘리야가 또 엘리사에게 이르되 `청컨대 너는 여기 머물라 여호와께서 나를 요단으로 보내시느니라' 저가 가로되 `여호와의 사심과 당신의 혼의 삶을 가리켜 맹세하노니 내가 당신을 떠나지 아니하겠나이다' 이에 두 사람이 행하니라
7ชายห้าสิบคน​จากเหล่าศิษย์ผู้เผยพระวจนะตาม​ไป​และยืน​อยู่ห่าง ๆ ตรงข้าม​กับ​ทั้งสองคน ส่วนเอลียาห์​กับเอลีชายืน​อยู่ริมแม่น้ำจอร์แดน
7선지자의 생도 오십인이 가서 멀리 서서 바라보매 그 두 사람이 요단가에 섰더니
8เอลียาห์เอาเสื้อคลุม​ของตน​มาม้วน แล้วฟาด​ลงบนผิวน้ำ น้ำ​ก็แยก​ออก​ไปคนละด้าน ทั้งสอง​จึงข้าม​ไปบนพื้นแห้ง
8엘리야가 겉옷을 취하여 말아 물을 치매 물이 이리 저리 갈라지고 두 사람이 육지 위로 건너더라
9เมื่อข้าม​ไป​แล้ว เอลียาห์พูด​กับเอลีชา​ว่า “จงขอ​มาเถิด​ว่าอยาก​ให้ข้าพเจ้า​ทำอะไร​ให้​เจ้า ก่อน​ที่ข้าพเจ้า​จะถูก​รับ​ไป​จาก​เจ้า” เอลีชาตอบ​ว่า “ขอ​ให้ข้าพเจ้า​ได้​รับส่วนแบ่ง​จากจิตวิญญาณ​ของ​ท่าน​เป็นสองเท่า”
9건너매 엘리야가 엘리사에게 이르되 `나를 네게서 취하시기 전에 내가 네게 어떻게 할 것을 구하라' 엘리사가 가로되 `당신의 영감이 갑절이나 내게 있기를 구하나이다'
10เอลียาห์​ตอบ​ว่า “เจ้าขอสิ่ง​ที่ยาก หาก​เจ้า​เห็นข้าพเจ้าตอน​ที่ข้าพเจ้าถูก​รับ​ไป​จาก​เจ้า เจ้า​จะ​ได้​รับตาม​ที่ขอ แต่​ถ้า​เจ้า​ไม่​เห็น ก็​จะ​ไม่​ได้”
10가로되 `네가 어려운 일을 구하는도다 그러나 나를 네게서 취하시는 것을 네가 보면 그 일이 네게 이루려니와 그렇지 않으면 이루지 아니하리라' 하고
11ขณะ​ที่​ทั้งสองเดิน​และพูดคุยกัน​ต่อ​ไป ดูสิ มีรถรบเพลิงคันหนึ่ง​กับม้าเพลิง​มาแยก​ทั้งสองคน​ออก​จากกัน แล้วเอลียาห์​ก็​ขึ้นสู่สวรรค์ด้วยลมหมุน
11두 사람이 행하며 말하더니 홀연히 불수레와 불말들이 두 사람을 격하고 엘리야가 회리바람을 타고 승천하더라
12เอลีชา​เห็นเหตุการณ์นั้น​จึงร้อง​ว่า “บิดา​ของข้าพเจ้า บิดา​ของข้าพเจ้า รถรบ​ของอิสราเอล​และพลม้า​ของอิสราเอล!” แล้ว​เขา​ก็​ไม่​เห็นเอลียาห์อีก เอลีชา​จึงจับเสื้อผ้า​ของตนฉีก​ออก​เป็นสองชิ้น
12엘리사가 보고 소리 지르되 `내 아버지여 내 아버지여 이스라엘의 병거와 그 마병이여' 하더니 다시 보이지 아니하는지라 이에 엘리사가 자기의 옷을 잡아 둘에 찢고
13เขาหยิบเสื้อคลุม​ของเอลียาห์​ที่ตกลง​มา​จากตัวเอลียาห์​ขึ้น แล้วกลับ​ไปยืน​ที่ริมแม่น้ำจอร์แดน
13엘리야의 몸에서 떨어진 겉옷을 주워가지고 돌아와서 요단 언덕에 서서
14เขาเอาเสื้อคลุม​ของเอลียาห์​ที่ตกลง​มานั้นฟาด​ลงบนผิวน้ำ แล้วพูด​ว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้า​ของเอลียาห์ อยู่ที่ไหน?” น้ำ​ก็แยก​ออก​จากกัน และเอลีชา​ก็ข้าม​ไป
14엘리야의 몸에서 떨어진 그 겉옷을 가지고 물을 치며 가로되 `엘리야의 하나님 여호와는 어디 계시니이까' 하고 저도 물을 치매 물이 이리 저리 갈라지고 엘리사가 건너니라
15เมื่อเหล่าศิษย์ผู้เผยพระวจนะ​ที่เยรีโค​ซึ่ง​อยู่ฝั่งตรงข้าม​เห็น​เขา พวกเขาพูด​ว่า “จิตวิญญาณ​ของเอลียาห์​มา​อยู่​กับเอลีชา​แล้ว” แล้ว​พวกเขา​ก็​มา​พบเอลีชา​และก้มกราบ​ลง​กับพื้น​ต่อหน้า​เขา
15맞은편 여리고에 있는 선지자의 생도들이 저를 보며 말하기를 `엘리야의 영감(靈感)이 엘리사의 위에 머물렀다' 하고 가서 저를 영접하여 그 앞에서 땅에 엎드리고
16พวกเขาพูด​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ ในหมู่ผู้รับใช้​ของ​ท่านมีชายแข็งแรงห้าสิบคน โปรด​ให้​พวกเขา​ไปตามหาอาจารย์​ของ​ท่านเถิด บางทีพระวิญญาณ​ของพระยาห์เวห์อาจยก​เขา​ขึ้น​แล้ววางไว้บนภูเขาลูกใดลูกหนึ่ง​หรือ​ในหุบเขาแห่งใดแห่งหนึ่ง” เขา​ตอบ​ว่า “อย่า​ส่ง​ไปเลย”
16가로되 `당신의 종들에게 용사 오십인이 있으니 청컨대 저희로 가서 당신의 주를 찾게 하소서 염려컨대 여호와의 신이 저를 들어 가다가 어느 산에나 어느 골짜기에 던지셨을까 하나이다' 엘리사가 가로되 `보내지 말라' 하나
17แต่​พวกเขารบเร้า​เขาจนเอลีชารู้สึกกระดากใจ เขา​จึงพูด​ว่า “ส่ง​ไปเถิด” พวกเขา​จึง​ส่งชายห้าสิบคน​ไปค้นหา​อยู่สามวัน แต่​ก็​ไม่​พบเอลียาห์
17무리가 저로 부끄러워 하도록 강청하매 보내라 한지라 저희가 오십인을 보내었더니 사흘을 찾되 발견하지 못하고
18พวกเขา​กลับ​มาหาเอลีชาขณะ​ที่​เขา​ยัง​อยู่​ที่เยรีโค เขา​จึงพูด​ว่า “ข้าพเจ้า​บอก​แล้วไม่ใช่​หรือ​ว่า ‘อย่า​ไป’?”
18엘리사가 여리고에 머무는 중에 무리가 저에게 돌아오니 엘리사가 저희에게 이르되 `내가 가지 말라고 너희에게 이르지 아니하였느냐' 하였더라
19ชาวเมืองพูด​กับเอลีชา​ว่า “ดูสิ ทำเล​ของเมืองนี้ดีอย่าง​ที่​ท่าน​เห็น แต่น้ำ​ไม่ดี​และแผ่นดิน​ไม่​เกิดผล”
19그 성 사람들이 엘리사에게 고하되 `우리 주께서 보시는 바와 같이 이 성읍의 터는 아름다우나 물이 좋지 못하므로 토산이 익지 못하고 떨어지나이다'
20เขาพูด​ว่า “เอาโถใบใหม่​มา​ให้ข้าพเจ้า แล้วใส่เกลือ​ลง​ไป” พวกเขา​จึง​นำ​มา​ให้
20엘리사가 가로되 `새 그릇에 소금을 담아 내게로 가져오라' 하매 곧 가져온지라
21เอลีชา​ออก​ไป​ที่ตาน้ำ โยนเกลือ​ลง​ไป แล้วพูด​ว่า “พระยาห์เวห์​ตรัส​ว่า ‘เรา​ได้รักษาน้ำนี้​แล้ว จากนี้​ไปน้ำนี้​จะ​ไม่ทำให้มีคน​ตาย​หรือทำให้แผ่นดิน​ไม่​เกิดผลอีก’”
21엘리사가 물 근원으로 나아가서 소금을 그 가운데 던지며 가로되 `여호와의 말씀이 내가 이 물을 고쳤으니 이로 좇아 다시는 죽음이나 토산이 익지 못하고 떨어짐이 없을지니라 하셨느니라' 하니
22น้ำนั้น​จึง​ได้​รับการรักษาจนถึงทุกวันนี้ ตามคำ​ที่เอลีชา​กล่าวไว้
22그 물이 엘리사의 말과 같이 고쳐져서 오늘날에 이르렀더라
23เอลีชา​ขึ้น​จาก​ที่นั่น​ไป​ยังเบธเอล ขณะ​ที่กำลังเดิน​ขึ้น​ไปตามทาง มีเด็กหนุ่มบางคน​ออก​มา​จากเมือง​และเยาะเย้ย​เขา​ว่า “ขึ้น​ไปสิ เจ้าหัวล้าน! ขึ้น​ไปสิ เจ้าหัวล้าน!”
23엘리사가 거기서 벧엘로 올라가더니 길에 행할 때에 젊은 아이들이 성에서 나와서 저를 조롱하여 가로되 `대머리여 올라가라 대머리여 올라가라' 하는지라
24เขาหัน​กลับ​ไปมอง​พวกนั้น​และสาปแช่ง​พวกเขา​ในพระนาม​ของพระยาห์เวห์ แล้วมีหมีตัวเมียสองตัว​ออก​มา​จากป่า​และขย้ำเด็กหนุ่มเหล่านั้นสี่สิบสองคน
24엘리사가 돌이켜 저희를 보고 여호와의 이름으로 저주하매 곧 수풀에서 암콤 둘이 나와서 아이들 중에 사십 이명을 찢었더라
25เอลีชา​ไป​จาก​ที่นั่น​ยังภู​เขาคารเมล แล้ว​จาก​ที่นั่น​ก็​กลับ​ไปสะ​มาเรีย
25엘리사가 거기서부터 갈멜산으로 가고 거기서 사마리아로 돌아왔더라

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.