누가복음 11
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Translation
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1예수께서 한 곳에서 기도하시고 마치시매 제자 중 하나가 여짜오되 주여 요한이 자기 제자들에게 기도를 가르친 것과 같이 우리에게도 가르쳐 주옵소서
1วันหนึ่ง พระองค์กำลังอธิษฐานอยู่ที่แห่งหนึ่ง เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว สาวกคนหนึ่งกล่าวกับพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดสอนพวกเราให้อธิษฐาน เหมือนที่ยอห์นสอนสาวกของเขาด้วย”
2예수께서 이르시되 `너희는 기도할 때에 이렇게 하라 아버지여 이름이 거룩히 여김을 받으시오며 나라이 임하옵시며
2พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “เมื่อพวกคุณอธิษฐาน จงกล่าวว่า ‘พระบิดาของพวกเราผู้สถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพว่าบริสุทธิ์ ขอให้อาณาจักรของพระองค์มา ขอให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จบนแผ่นดินโลกเหมือนในสวรรค์
3우리에게 날마다 일용할 양식을 주옵시고
3ขอประทานขนมปังประจำวันแก่พวกเราทุกวัน
4우리가 우리에게 죄 지은 모든 사람을 용서하오니 우리 죄도 사하여 주옵시고 우리를 시험에 들게 하지 마옵소서 하라'
4และขอพระองค์ยกโทษบาปของพวกเรา เพราะพวกเราเองก็ยกโทษให้ทุกคนที่เป็นหนี้พวกเรา และขออย่านำพวกเราเข้าสู่การทดลอง แต่ขอช่วยพวกเราให้พ้นจากผู้ชั่วร้าย’”
5또 이르시되 `너희 중에 누가 벗이 있는데 밤중에 그에게 가서 말하기를 벗이여 떡 세 덩이를 내게 빌리라
5พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “ถ้าใครในพวกคุณมีเพื่อน และไปหาเขาตอนเที่ยงคืน พูดว่า ‘เพื่อนเอ๋ย ขอยืมขนมปังสามก้อนเถิด
6내 벗이 여행 중에 내게 왔으나 내가 먹일 것이 없노라 하면
6เพราะเพื่อนของฉันคนหนึ่งเดินทางมาหา และฉันไม่มีอะไรให้เขากิน’
7저가 안에서 대답하여 이르되 나를 괴롭게 하지 말라 문이 이미 닫혔고 아이들이 함께 나와 침소에 누웠으니 일어나 네게 줄 수가 없노라 하겠느냐 ?
7แล้วเพื่อนที่อยู่ข้างในตอบว่า ‘อย่ารบกวนฉันเลย ประตูปิดแล้ว และลูก ๆ ก็นอนอยู่กับฉัน ฉันลุกขึ้นมาให้อะไรท่านไม่ได้’
8내가 너희에게 말하노니 비록 벗됨을 인하여서는 일어나 주지 아니할지라도 그 강청함을 인하여 일어나 그 소용대로 주리라
8เราบอกพวกคุณว่า ถึงแม้เขาจะไม่ยอมลุกขึ้นให้เพราะเป็นเพื่อนกัน แต่เพราะคนนั้นรบเร้าไม่ยอมเลิก เขาก็จะลุกขึ้นให้ทุกอย่างที่ต้องการ
9내가 또 너희에게 이르노니 구하라 그러면 너희에게 주실 것이요 찾으라 그러면 찾을 것이요 문을 두드리라 그러면 너희에게 열릴 것이니
9“เราบอกพวกคุณว่า จงขอต่อไป แล้วจะได้รับ จงแสวงหาต่อไป แล้วจะพบ จงเคาะต่อไป แล้วประตูจะเปิดให้พวกคุณ
10구하는 이마다 받을 것이요 찾는 이가 찾을 것이요 두드리는 이에게 열릴 것이니라
10เพราะทุกคนที่ขอก็ได้รับ คนที่แสวงหาก็พบ และคนที่เคาะ ประตูก็จะเปิดให้เขา
11너희 중에 아비 된 자 누가 아들이 생선을 달라 하면 생선 대신에 뱀을 주며
11“ในหมู่พวกคุณที่เป็นพ่อ มีใครบ้าง ถ้าลูกชายขอขนมปัง จะให้ก้อนหินแก่เขา? หรือถ้าขอปลา จะให้งูแทนปลาหรือ?
12알을 달라 하면 전갈을 주겠느냐 ?
12หรือถ้าเขาขอไข่ จะให้แมงป่องแก่เขาหรือ?
13너희가 악할지라도 좋은 것을 자식에게 줄 줄 알거든 하물며 너희 천부께서 구하는 자에게 성령을 주시지 않겠느냐 ?' 하시니라
13ถ้าพวกคุณซึ่งเป็นคนชั่วยังรู้จักให้สิ่งดีแก่ลูก ๆ ของตน พระบิดาในสวรรค์จะยิ่งประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่คนที่ทูลขอต่อพระองค์มากกว่านั้นสักเพียงใด!”
14예수께서 한 벙어리 귀신을 쫓아내시니 귀신이 나가매 벙어리가 말하는지라 무리들이 기이히 여겼으나
14พระองค์กำลังขับปีศาจตนหนึ่งซึ่งทำให้คนเป็นใบ้ เมื่อปีศาจออกไป คนใบ้ก็พูดได้ และฝูงชนต่างประหลาดใจ
15그 중에 더러는 말하기를 `저가 귀신의 왕 바알세불을 힘입어 귀신을 쫓아낸다' 하고
15แต่บางคนในหมู่พวกเขากล่าวว่า “เขาขับปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล เจ้าแห่งปีศาจ”
16또 더러는 예수를 시험하여 하늘로서 오는 표적을 구하니
16ส่วนคนอื่น ๆ ต้องการทดสอบพระองค์ จึงขอหมายสำคัญจากสวรรค์
17예수께서 저희 생각을 아시고 이르시되 `스스로 분쟁하는 나라마다 황폐하여지며 스스로 분쟁하는 집은 무너지느니라
17แต่พระองค์รู้ความคิดของพวกเขา จึงกล่าวว่า “ทุกอาณาจักรที่แตกแยกกันเองย่อมพินาศ และบ้านที่แตกแยกกันเองก็พังลง
18너희 말이 내가 바알세불을 힘입어 귀신을 쫓아 낸다 하니 만일 사단이 스스로 분쟁하면 저의 나라가 어떻게 서겠느냐 ?
18ถ้าซาตานแตกแยกกับตัวเอง อาณาจักรของมันจะตั้งอยู่ได้อย่างไร? เพราะพวกคุณกล่าวว่าเราขับปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล
19내가 바알세불을 힘입어 귀신을 쫓아내면 너희 아들들은 누구를 힘입어 쫓아내느냐 그러므로 저희가 너희 재판장이 되리라
19แต่ถ้าเราขับปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล แล้วคนของพวกคุณเองขับปีศาจด้วยอำนาจของใคร? เพราะฉะนั้นพวกเขาเองจะเป็นผู้พิพากษาพวกคุณ
20그러나 내가 만일 하나님의 손을 힘입어 귀신을 쫓아내는 것이면 하나님의 나라가 이미 너희에게 임하였느니라
20แต่ถ้าเราขับปีศาจด้วยนิ้วของพระเจ้า อาณาจักรของพระเจ้าก็มาถึงพวกคุณแล้ว
21강한 자가 무장을 하고 자기 집을 지킬 때에는 그 소유가 안전하되
21“เมื่อชายแข็งแรงที่มีอาวุธครบมือเฝ้าบ้านของตน ทรัพย์สินของเขาก็ปลอดภัย
22더 강한 자가 와서 저를 이길 때에는 저의 믿던 무장을 빼앗고 저의 재물을 나누느니라
22แต่เมื่อมีคนที่แข็งแรงกว่าเข้ามาโจมตีและเอาชนะเขา คนนั้นก็จะเอาอาวุธทั้งชุดที่เขาไว้วางใจไป และแบ่งของที่ปล้นมาได้
23나와 함께 아니하는 자는 나를 반대하는 자요 나와 함께 모으지 아니하는 자는 헤치는 자니라
23“คนที่ไม่อยู่ฝ่ายเราก็ต่อต้านเรา และคนที่ไม่รวบรวมกับเราก็กระจัดกระจาย
24더러운 귀신이 사람에게서 나갔을 때에 물 없는 곳으로 다니며 쉬기를 구하되 얻지 못하고 이에 가로되 내가 나온 내 집으로 돌아가리라 하고
24เมื่อวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ออกจากคน มันก็ไปตามที่แห้งแล้งเพื่อหาที่พัก แต่เมื่อหาไม่พบก็พูดว่า ‘ฉันจะกลับไปยังบ้านที่ฉันออกมา’
25와 보니 그 집이 소제되고 수리 되었거늘
25เมื่อกลับไป ก็พบว่าบ้านนั้นกวาดสะอาดและจัดเรียบร้อย
26이에 가서 저보다 더 악한 귀신 일곱을 데리고 들어가서 거하니 그 사람의 나중 형편이 전보다 더 심하게 되느니라'
26มันจึงไปพาวิญญาณอื่นอีกเจ็ดตนที่ชั่วยิ่งกว่าตัวมันเองเข้ามาอยู่ที่นั่น แล้วสภาพสุดท้ายของคนนั้นก็เลวร้ายกว่าสภาพแรก”
27이 말씀을 하실 때에 무리 중에서 한 여자가 음성을 높여 가로되 `당신을 밴 태와 당신을 먹인 젖이 복이 있도소이다' 하니
27ขณะที่พระองค์กำลังกล่าวเรื่องเหล่านี้ หญิงคนหนึ่งในฝูงชนร้องขึ้นว่า “ครรภ์ที่ให้กำเนิดท่านและเต้านมที่เลี้ยงท่านมาก็เป็นสุข!”
28예수께서 가라사대 `오히려 하나님의 말씀을 듣고 지키는 자가 복이 있느니라' 하시니라
28แต่พระองค์กล่าวว่า “ตรงกันข้าม คนที่ได้ยินพระวจนะของพระเจ้าและรักษาไว้ก็เป็นสุข”
29무리가 모였을 때에 예수께서 말씀하시되 `이 세대는 악한 세대라 표적을 구하되 요나의 표적밖에는 보일 표적이 없나니
29เมื่อฝูงชนมารวมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ พระองค์เริ่มกล่าวว่า “คนยุคนี้เป็นคนชั่ว พวกเขาแสวงหาหมายสำคัญ แต่จะไม่มีหมายสำคัญใดให้แก่พวกเขา นอกจากหมายสำคัญของโยนาห์ผู้เผยพระวจนะ
30요나가 니느웨 사람들에게 표적이 됨과 같이 인자도 이 세대에 그러하리라
30เพราะโยนาห์เป็นหมายสำคัญแก่ชาวนีนะเวห์อย่างไร บุตรมนุษย์ก็จะเป็นหมายสำคัญแก่คนยุคนี้อย่างนั้น
31심판 때에 남방 여왕이 일어나 이 세대 사람을 정죄하리니 이는 그가 솔로몬의 지혜로운 말을 들으려고 땅끝에서 왔음이어니와 솔로몬보다 더 큰 이가 여기 있으며
31ราชินีแห่งแดนใต้จะลุกขึ้นในวันพิพากษาพร้อมกับคนในยุคนี้ และจะกล่าวโทษพวกเขา เพราะนางมาจากสุดปลายแผ่นดินโลกเพื่อฟังปัญญาของซาโลมอน และมีผู้หนึ่งที่ยิ่งกว่าซาโลมอนอยู่ที่นี่
32심판 때에 니느웨 사람들이 일어나 이 세대 사람을 정죄하리니 이는 그들이 요나의 전도를 듣고 회개하였음이어니와 요나보다 더 큰이가 여기 있느니라
32ชาวนีนะเวห์จะลุกขึ้นในวันพิพากษาพร้อมกับคนยุคนี้ และจะกล่าวโทษพวกเขา เพราะพวกเขากลับใจเมื่อได้ยินการประกาศของโยนาห์ และมีผู้หนึ่งที่ยิ่งกว่าโยนาห์อยู่ที่นี่
33누구든지 등불을 켜서 움 속에나 말 아래 두지 아니하고 등경 위에 두나니 이는 들어가는 자로 그 빛을 보게 하려 함이니라
33“ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอาไปไว้ในห้องใต้ดินหรือใต้ตะกร้า แต่ตั้งไว้บนเชิงตะเกียง เพื่อคนที่เข้ามาจะได้เห็นแสงสว่าง
34네 몸의 등불은 눈이라 네 눈이 성하면 온 몸이 밝을 것이요 만일 나쁘면 네 몸도 어두우리라
34ตะเกียงของร่างกายคือตา เพราะฉะนั้นเมื่อตาของท่านดี ร่างกายทั้งหมดของท่านก็เต็มไปด้วยแสงสว่าง แต่เมื่อตาของท่านชั่ว ร่างกายของท่านก็เต็มไปด้วยความมืด
35그러므로 네 속에 있는 빛이 어둡지 아니한가 보라
35เพราะฉะนั้นจงระวังว่า แสงสว่างที่อยู่ในตัวท่านอย่ากลายเป็นความมืด
36네 온 몸이 밝아 조금도 어두운 데가 없으면 등불의 광선이 너를 비출 때와 같이 온전히 밝으리라' 하시니라
36ดังนั้น ถ้าร่างกายทั้งหมดของท่านเต็มไปด้วยแสงสว่าง ไม่มีส่วนใดมืดเลย ร่างกายทั้งหมดก็จะสว่างไสว เหมือนเมื่อตะเกียงส่องแสงสว่างแก่ท่าน”
37예수께서 말씀하실 때에 한 바리새인이 자기와 함께 점심 잡수시기를 청하므로 들어가 앉으셨더니
37ขณะที่พระองค์กำลังกล่าวอยู่ ฟาริสีคนหนึ่งเชิญพระองค์ไปรับประทานอาหาร พระองค์จึงเข้าไปและนั่งลงที่โต๊ะ
38잡수시기 전에 손 씻지 아니하심을 이 바리새인이 보고 이상히 여기는지라
38เมื่อฟาริสีคนนั้นเห็นว่าพระองค์ไม่ได้ชำระตนก่อนรับประทานอาหาร ก็รู้สึกประหลาดใจ
39주께서 이르시되 `너희 바리새인은 지금 잔과 대접의 겉은 깨끗이 하나 너희 속인즉 탐욕과 악독이 가득하도다
39องค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวกับเขาว่า “พวกคุณที่เป็นฟาริสีชำระถ้วยกับจานเพียงด้านนอก แต่ภายในของพวกคุณเต็มไปด้วยการรีดไถและความชั่วร้าย
40어리석은 자들아 밖을 만드신 이가 속도 만들지 아니하셨느냐 ?
40คนโง่เอ๋ย พระองค์ผู้สร้างด้านนอกไม่ได้สร้างด้านในด้วยหรือ?
41오직 그 안에 있는 것으로 구제하라 그리하면 모든 것이 너희에게 깨끗하리라
41แต่จงให้สิ่งที่อยู่ภายในนั้นแก่คนขัดสน แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับพวกคุณ
42화 있을진저 ! 너희 바리새인이여 너희가 박하와 운향과 모든 채소의 십일조를 드리되 공의와 하나님께 대한 사랑은 버리는도다 그러나 이것도 행하고 저것도 버리지 아니하여야 할지니라
42แต่วิบัติแก่พวกคุณ ฟาริสี! เพราะพวกคุณถวายหนึ่งในสิบจากสะระแหน่ ต้นรู และผักทุกชนิด แต่กลับละเลยความยุติธรรมและความรักของพระเจ้า สิ่งเหล่านี้พวกคุณควรทำ โดยไม่ละเลยสิ่งอื่น
43화 있을진저 ! 너희 바리새인이여 너희가 회당의 높은 자리와 시장에서 문안 받는 것을 기뻐하는도다
43วิบัติแก่พวกคุณ ฟาริสี! เพราะพวกคุณชอบที่นั่งดีที่สุดในธรรมศาลา และชอบให้คนทักทายในตลาด
44화 있을진저 ! 너희여 너희는 평토장한 무덤 같아서 그 위를 밟는 사람이 알지 못하느니라'
44วิบัติแก่พวกคุณ พวกอาลักษณ์และพวกฟาริสี คนหน้าซื่อใจคด! เพราะพวกคุณเหมือนหลุมฝังศพที่มองไม่เห็น และคนที่เดินเหยียบผ่านไปก็ไม่รู้ตัว”
45한 율법사가 예수께 대답하여 가로되 `선생님 이렇게 말씀하시니 우리까지 모욕하심이니이다'
45ผู้เชี่ยวชาญธรรมบัญญัติคนหนึ่งตอบพระองค์ว่า “อาจารย์ ที่ท่านพูดอย่างนี้ก็เป็นการดูหมิ่นพวกเราด้วย”
46가라사대 `화 있을진저 ! 또 너희 율법사여 지기 어려운 짐을 사람에게 지우고 너희는 한 손가락도 이 짐에 대지 않는도다
46พระองค์กล่าวว่า “วิบัติแก่พวกคุณ ผู้เชี่ยวชาญธรรมบัญญัติด้วย! เพราะพวกคุณเอาภาระหนักที่แบกยากไปวางบนคนอื่น แต่ตัวพวกคุณเองไม่ยอมแม้แต่จะใช้นิ้วเดียวช่วยยกภาระเหล่านั้น
47화 있을진저 ! 너희는 선지자들의 무덤을 쌓는도다 저희를 죽인 자도 너희 조상들이로다
47วิบัติแก่พวกคุณ! เพราะพวกคุณสร้างอุโมงค์ฝังศพให้ผู้เผยพระวจนะ แต่บรรพบุรุษของพวกคุณเป็นคนฆ่าพวกเขา
48이와 같이 저희는 죽이고 너희는 쌓으니 너희가 너희 조상의 행한 일에 증인이 되어 옳게 여기는도다
48ดังนั้นพวกคุณจึงเป็นพยานและเห็นชอบกับการกระทำของบรรพบุรุษ เพราะพวกเขาฆ่าผู้เผยพระวจนะ ส่วนพวกคุณก็สร้างอุโมงค์ฝังศพให้พวกเขา
49이러므로 하나님의 지혜가 일렀으되 내가 선지자와 사도들을 저희에게 보내리니 그 중에 더러는 죽이며 또 핍박하리라 하였으니
49เพราะเหตุนี้ ปัญญาของพระเจ้าจึงกล่าวด้วยว่า ‘เราจะส่งผู้เผยพระวจนะและอัครทูตไปหาพวกเขา และพวกเขาจะฆ่าและข่มเหงบางคนในพวกนั้น
50창세 이후로 흘린 모든 선지자의 피를 이 세대가 담당하되
50เพื่อให้คนยุคนี้ต้องรับผิดชอบต่อเลือดของผู้เผยพระวจนะทุกคนที่หลั่งมาตั้งแต่เริ่มสร้างโลก
51곧 아벨의 피로부터 제단과 성전 사이에서 죽임을 당한 사가랴의 피까지 하리라 내가 너희에게 이르노니 과연 이 세대가 담당하리라
51ตั้งแต่เลือดของอาเบลจนถึงเลือดของเศคาริยาห์ ผู้ตายระหว่างแท่นบูชากับสถานบริสุทธิ์’ ใช่ เราบอกพวกคุณว่า คนยุคนี้จะต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้
52화 있을진저 ! 너희 율법사여 너희가 지식의 열쇠를 가져 가고 너희도 들어가지 않고 또 들어가자 하는 자도 막았느니라' 하시니라
52วิบัติแก่พวกคุณ ผู้เชี่ยวชาญธรรมบัญญัติ! เพราะพวกคุณเอากุญแจแห่งความรู้ไป ตัวพวกคุณเองก็ไม่เข้าไป และยังขัดขวางคนที่กำลังจะเข้า”
53거기서 나오실 때에 서기관과 바리새인들이 맹렬히 달라붙어 여러가지 일로 힐문하고
53ขณะที่พระองค์กล่าวเรื่องเหล่านี้แก่พวกเขา พวกอาลักษณ์และพวกฟาริสีเริ่มโกรธพระองค์อย่างรุนแรง และคาดคั้นพระองค์ในเรื่องต่าง ๆ มากมาย
54그 입에서 나오는 것을 잡고자 하여 목을 지키더라
54คอยดักจับผิดจากคำพูดของพระองค์ เพื่อจะได้กล่าวหาพระองค์
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.