요한복음 20
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Translation
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1안식 후 첫날 이른 아침 아직 어두울 때에 막달라 마리아가 무덤에 와서 돌이 무덤에서 옮겨간 것을 보고
1ในวันแรกของสัปดาห์ มารีย์ชาวมักดาลามายังที่ฝังศพแต่เช้า ขณะที่ยังมืดอยู่ และเห็นว่าก้อนหินถูกเอาออกจากที่ฝังศพแล้ว
2시몬 베드로와 예수의 사랑하시던 그 다른 제자에게 달려가서 말하되 사람이 주를 무덤에서 가져다가 어디 두었는지 우리가 알지 못하겠다 하니
2นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตร และสาวกอีกคนหนึ่งซึ่งพระเยซูรัก แล้วบอกพวกเขาว่า “พวกเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าออกจากที่ฝังศพแล้ว และพวกเราไม่รู้ว่าเขาเอาพระองค์ไปวางไว้ที่ไหน!”
3베드로와 그 다른 제자가 나가서 무덤으로 갈쌔
3เปโตรกับสาวกอีกคนนั้นจึงออกไปมุ่งหน้าสู่ที่ฝังศพ
4둘이 같이 달음질하더니 그 다른 제자가 베드로보다 더 빨리 달아나서 먼저 무덤에 이르러
4ทั้งสองวิ่งไปด้วยกัน แต่สาวกอีกคนหนึ่งวิ่งเร็วกว่าเปโตร และไปถึงที่ฝังศพก่อน
5구푸려 세마포 놓인 것을 보았으나 들어가지는 아니하였더니
5เขาก้มลงมองเข้าไป เห็นผ้าลินินวางอยู่ แต่ยังไม่ได้เข้าไปข้างใน
6시몬 베드로도 따라 와서 무덤에 들어가 보니 세마포가 놓였고
6แล้วซีโมนเปโตรซึ่งตามมาก็มาถึง และเข้าไปในที่ฝังศพ เขาเห็นผ้าลินินวางอยู่
7또 머리를 쌌던 수건은 세마포와 함께 놓이지 않고 딴 곳에 개켜 있더라
7ส่วนผ้าที่เคยอยู่บนศีรษะของพระองค์ ไม่ได้วางรวมกับผ้าลินิน แต่ม้วนไว้ต่างหากในอีกที่หนึ่ง
8그 때에야 무덤에 먼저 왔던 그 다른 제자도 들어가 보고 믿더라
8จากนั้น สาวกอีกคนหนึ่งซึ่งมาถึงที่ฝังศพก่อนก็เข้าไปด้วย เขาเห็น และเชื่อ
9(저희는 성경에 그가 죽은 자 가운데서 다시 살아나야 하리라 하신 말씀을 아직 알지 못하더라)
9เพราะตอนนั้นพวกเขายังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องฟื้นขึ้นจากความตาย
10이에 두 제자가 자기 집으로 돌아가니라
10แล้วสาวกทั้งสองก็กลับไปที่พักของตน
11마리아는 무덤 밖에 서서 울고 있더니 울면서 구푸려 무덤 속을 들여다보니
11แต่มารีย์ยืนร้องไห้อยู่ข้างนอกใกล้ที่ฝังศพ ขณะที่ร้องไห้ นางก้มลงมองเข้าไปในอุโมงค์
12흰 옷 입은 두 천사가 예수의 시체 뉘었던 곳에 하나는 머리 편에 하나는 발 편에 앉았더라
12และเห็นทูตสวรรค์สององค์สวมชุดสีขาวนั่งอยู่ องค์หนึ่งตรงศีรษะ และอีกองค์หนึ่งตรงเท้า ณ ที่ซึ่งร่างกายของพระเยซูเคยวางอยู่
13천사들이 가로되 `여자여, 어찌하여 우느냐 ?' 가로되 `사람이 내 주를 가져다가 어디 두었는지 내가 알지 못함이니이다'
13พวกเขาถามนางว่า “หญิงเอ๋ย ทำไมท่านจึงร้องไห้?” นางตอบว่า “เพราะพวกเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าของดิฉันไป และดิฉันไม่รู้ว่าเขาเอาพระองค์ไปวางไว้ที่ไหน”
14이 말을 하고 뒤로 돌이켜 예수의 서신 것을 보나 예수신줄 알지 못하더라
14เมื่อพูดอย่างนั้นแล้ว นางก็หันกลับมา และเห็นพระเยซูยืนอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นพระเยซู
15예수께서 가라사대 `여자여, 어찌하여 울며 누구를 찾느냐 ?' 하시니 마리아는 그가 동산지기인줄로 알고 가로되 `주여, 당신이 옮겨 갔거든 어디 두었는지 내게 이르소서 그리하면 내가 가져가리이다'
15พระเยซูกล่าวกับนางว่า “หญิงเอ๋ย ทำไมท่านจึงร้องไห้? ท่านกำลังหาใคร?” นางคิดว่าพระองค์เป็นคนสวน จึงพูดกับพระองค์ว่า “ท่านคะ ถ้าท่านเป็นคนย้ายเขาไป โปรดบอกดิฉันว่าท่านเอาเขาไปวางไว้ที่ไหน แล้วดิฉันจะนำเขาไปเอง”
16예수께서 `마리아야' 하시거늘 마리아가 돌이켜 히브리 말로 `랍오니여' 하니 (이는 선생님이라)
16พระเยซูกล่าวกับนางว่า “มารีย์” นางหันมาพูดกับพระองค์ว่า “รับโบนี!” ซึ่งหมายความว่า “อาจารย์!”
17예수께서 이르시되 `나를 만지지 말라 내가 아직 아버지께로 올라가지 못하였노라 너는 내 형제들에게 가서 이르되 내가 내 아버지 곧 너희 아버지 내 하나님 곧 너희 하나님께로 올라간다 하라' 하신대
17พระเยซูกล่าวกับนางว่า “อย่าเกาะเราไว้ เพราะเรายังไม่ได้ขึ้นไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพี่น้องของเรา และบอกพวกเขาว่า ‘เรากำลังขึ้นไปหาพระบิดาของเรา และพระบิดาของพวกคุณ ไปหาพระเจ้าของเรา และพระเจ้าของพวกคุณ’”
18막달라 마리아가 가서 제자들에게 내가 주를 보았다 하고 또 주께서 자기에게 이렇게 말씀하셨다 이르니라
18มารีย์ชาวมักดาลาจึงไปบอกสาวกว่า นางได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์ได้กล่าวสิ่งเหล่านี้กับนาง
19이날 곧 안식 후 첫날 저녁때에 제자들이 유대인들을 두려워하여 모인 곳에 문들을 닫았더니 예수께서 오사 가운데 서서 가라사대 `너희에게 평강이 있을지어다 !'
19เย็นวันนั้น ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ ประตูของสถานที่ที่สาวกรวมตัวกันอยู่ปิดไว้แน่นหนา เพราะพวกเขากลัวชาวยิว พระเยซูมายืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา และกล่าวว่า “ขอสันติสุขจงมีแก่พวกคุณ”
20이 말씀을 하시고 손과 옆구리를 보이시니 제자들이 주를 보고 기뻐하더라
20เมื่อกล่าวอย่างนั้นแล้ว พระองค์ก็ให้พวกเขาดูมือและสีข้างของพระองค์ สาวกจึงยินดีเมื่อเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
21예수께서 또 가라사대 `너희에게 평강이 있을지어다 ! 아버지께서 나를 보내신 것같이 나도 너희를 보내노라'
21พระเยซูจึงกล่าวกับพวกเขาอีกว่า “ขอสันติสุขจงมีแก่พวกคุณ พระบิดาส่งเรามาอย่างไร เราก็ส่งพวกคุณไปอย่างนั้น”
22이 말씀을 하시고 저희를 향하사 숨을 내쉬며 가라사대 `성령을 받으라 !
22เมื่อกล่าวอย่างนั้นแล้ว พระองค์เป่าลมหายใจไปยังพวกเขา และกล่าวว่า “จงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์!
23너희가 뉘 죄든지 사하면 사하여질 것이요 뉘 죄든지 그대로 두면 그대로 있으리라' 하시니라
23ถ้าพวกคุณยกโทษบาปของใคร บาปของเขาก็ได้รับการยกโทษแล้ว ถ้าพวกคุณไม่ยกโทษบาปของใคร บาปของเขาก็ยังไม่ได้รับการยกโทษ”
24열 두 제자 중에 하나인 디두모라 하는 도마는 예수 오셨을 때에 함께 있지 아니한지라
24แต่โธมัส หนึ่งในสาวกสิบสองคน ซึ่งเรียกว่าดิดิมัสไม่ได้อยู่กับพวกเขาตอนที่พระเยซูมา
25다른 제자들이 그에게 이르되 `우리가 주를 보았노라' 하니 도마가 가로되 `내가 그 손의 못자국을 보며 내 손가락을 그 못자국에 넣으며 내 손을 그 옆구리에 넣어 보지 않고는 믿지 아니하겠노라' 하니라
25สาวกคนอื่น ๆ จึงบอกเขาว่า “พวกเราได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว!” แต่เขาตอบว่า “ถ้าผมไม่เห็นรอยตะปูที่มือของพระองค์ ไม่ได้สอดนิ้วลงในรอยตะปู และไม่ได้สอดมือเข้าในสีข้างของพระองค์ ผมจะไม่เชื่อ”
26여드레를 지나서 제자들이 다시 집안에 있을 때에 도마도 함께 있고 문들이 닫혔는데 예수께서 오사 가운데 서서 가라사대 `너희에게 평강이 있을지어다 !' 하시고
26แปดวันต่อมา สาวกของพระองค์อยู่ข้างในอีกครั้ง และโธมัสก็อยู่กับพวกเขา ประตูปิดไว้แน่นหนา แต่พระเยซูมายืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา และกล่าวว่า “ขอสันติสุขจงมีแก่พวกคุณ”
27도마에게 이르시되 `네 손가락을 이리 내밀어 내 손을 보고 네 손을 내밀어 내 옆구리에 넣어보라 그리하고 믿음 없는 자가 되지 말고 믿는 자가 되라'
27จากนั้น พระองค์กล่าวกับโธมัสว่า “เอานิ้วของท่านมาที่นี่ แล้วดูมือของเรา เอามือของท่านมาสอดเข้าในสีข้างของเรา อย่าเป็นคนไม่เชื่อ แต่จงเชื่อ”
28도마가 대답하여 가로되 `나의 주시며 ! 나의 하나님이시니이다 !'
28โธมัสตอบพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของผม และพระเจ้าของผม!”
29예수께서 가라사대 `너는 나를 본 고로 믿느냐 보지 못하고 믿는 자들은 복되도다' 하시니라
29พระเยซูกล่าวกับเขาว่า “เพราะท่านได้เห็นเรา ท่านจึงเชื่อ คนที่ไม่ได้เห็น แต่ยังเชื่อ ก็เป็นสุข”
30예수께서 제자들 앞에서 이책에 기록되지 아니한 다른 표적도 많이 행하셨으나
30พระเยซูทำหมายสำคัญอื่น ๆ อีกมากต่อหน้าสาวก ซึ่งไม่ได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้
31오직 이것을 기록함은 너희로 예수께서 하나님의 아들 그리스도이심을 믿게 하려 함이요 또 너희로 믿고 그 이름을 힘입어 생명을 얻게 하려 함이니라
31แต่สิ่งเหล่านี้เขียนไว้เพื่อให้พวกคุณเชื่อว่า พระเยซูคือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า และเพื่อว่า เมื่อเชื่อแล้ว พวกคุณจะมีชีวิตในพระนามของพระองค์
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.