예레미야 34
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Translation
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
Freedom Bible (Thai)
1바벨론 왕 느부갓네살과 그 모든 군대와 그 통치하에 있는 땅의 모든 나라와 모든 백성이 예루살렘과 그 모든 성읍을 칠 때에 말씀이 여호와께로서 예레미야에게 임하니라 가라사대
1คำจากพระยาห์เวห์มาถึงเยเรมีย์ เมื่อเนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์บาบิโลน พร้อมกับกองทัพทั้งหมด อาณาจักรทั้งหมดบนแผ่นดินที่อยู่ใต้อำนาจของเขา และชนชาติทั้งปวง กำลังต่อสู้กับเยรูซาเล็มและทุกเมืองของเยรูซาเล็ม โดยกล่าวว่า
2이스라엘의 하나님 나 여호와가 이같이 말하노라 너는 가서 유다 왕 시드기야에게 고하여 이르기를 여호와의 말씀에 보라 내가 이 성을 바벨론 왕의 손에 붙이리니 그가 이 성을 불사를 것이라
2“พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล กล่าวดังนี้ ‘จงไปพูดกับเศเดคียาห์ กษัตริย์ยูดาห์ บอกเขาว่า พระยาห์เวห์กล่าวดังนี้ “จงฟัง เราจะมอบเมืองนี้ไว้ในมือกษัตริย์บาบิโลน และเขาจะเผาเมืองด้วยไฟ
3네가 그 손에서 벗어나지 못하고 반드시 사로잡혀 그 손에 붙임을 입고 네 눈은 바벨론 왕의 눈을 볼 것이며 그 입은 네 입을 마주 대하여 말할 것이요 너는 바벨론으로 가리라
3เจ้าจะหนีไม่พ้นมือเขา แต่จะถูกจับและมอบไว้ในมือเขาแน่ เจ้าจะสบตากษัตริย์บาบิโลน และเขาจะพูดกับเจ้าซึ่งหน้า เจ้าจะไปบาบิโลน”’
4그러나 유다 왕 시드기야여, 나 여호와의 말을 들으라 나 여호와가 네게 대하여 이같이 말하노라 네가 칼에 죽지 아니하고
4“แต่เศเดคียาห์ กษัตริย์ยูดาห์ จงฟังคำจากพระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์กล่าวถึงเจ้าว่า ‘เจ้าจะไม่ตายด้วยดาบ
5평안히 죽을 것이며 사람이 너보다 먼저 있은 네 열조 선왕에게 분향하던 일례로 네게 분향하며 너를 위하여 애통하기를 슬프다 주여 하리니 이는 내가 말하였음이니라 여호와의 말이니라
5เจ้าจะตายอย่างสงบ พวกเขาจะก่อไฟให้เจ้าเหมือนที่ก่อให้บรรพบุรุษของเจ้า คือกษัตริย์รุ่นก่อนเจ้า พวกเขาจะคร่ำครวญให้เจ้าว่า “โอ้ นายเหนือหัวเอ๋ย!” เพราะเราได้กล่าวคำนี้แล้ว’ พระยาห์เวห์กล่าว”
6선지자 예레미야가 이 모든 말씀을 예루살렘에서 유다 왕 시드기야에게 고하니라
6เยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะจึงกล่าวถ้อยคำทั้งหมดนี้กับเศเดคียาห์ กษัตริย์ยูดาห์ ที่เยรูซาเล็ม
7때에 바벨론 왕의 군대가 예루살렘과 유다의 남은 모든 성을 쳤으니 곧 라기스와 아세가라 유다의 견고한 성읍 중에 이것들만 남았음이더라
7ขณะที่กองทัพของกษัตริย์บาบิโลนกำลังต่อสู้กับเยรูซาเล็ม และทุกเมืองของยูดาห์ที่ยังเหลืออยู่ คือกับลาคีชและอาเซคาห์ เพราะในบรรดาเมืองของยูดาห์ มีเพียงสองเมืองนี้ที่ยังเหลือเป็นเมืองที่มีป้อมปราการ
8시드기야 왕이 예루살렘에 있는 모든 백성과 언약하고 자유를 선언한 후에 여호와께로서 말씀이 예레미야에게 임하니라
8คำจากพระยาห์เวห์มาถึงเยเรมีย์ หลังจากกษัตริย์เศเดคียาห์ทำพันธสัญญากับประชาชนทั้งหมดที่เยรูซาเล็ม เพื่อประกาศอิสรภาพแก่พวกเขา
9그 언약은 곧 사람으로 각기 히브리 남녀 노비를 놓아 자유케 하고 그 동족 유다인으로 종을 삼지 못하게 한 것이라
9ว่าแต่ละคนต้องปล่อยทาสชายและทาสหญิงของตนที่เป็นชาวฮีบรูให้เป็นอิสระ ไม่มีใครจับพวกเขาเป็นทาส คือจับพี่น้องชาวยิวของตนเป็นทาส
10이 언약에 참가한 방백들과 모든 백성이 각기 노비를 자유케하고 다시는 종을 삼지 말라 함을 듣고 순복하여 놓았더니
10ขุนนางทั้งหมดและประชาชนทั้งหมดที่เข้าร่วมพันธสัญญาเชื่อฟัง โดยแต่ละคนปล่อยทาสชายและทาสหญิงของตนให้เป็นอิสระ ไม่จับพวกเขาเป็นทาสอีก พวกเขาเชื่อฟังและปล่อยคนเหล่านั้นไป
11후에 그들의 뜻이 변하여 자유케 하였던 노비를 끌어다가 다시 복종시켜 노비를 삼았더라
11แต่ภายหลังพวกเขาหันกลับ บังคับทาสชายและทาสหญิงที่ปล่อยเป็นอิสระไปแล้วให้กลับมา และกดให้เป็นทาสชายและทาสหญิงอีก
12그러므로 여호와의 말씀이 여호와께로서 예레미야에게 임하니라 가라사대
12ดังนั้นคำจากพระยาห์เวห์จึงมาถึงเยเรมีย์จากพระยาห์เวห์ว่า
13이스라엘 하나님 나 여호와가 이같이 말하노라 내가 너희 선조를 애굽 땅 종 되었던 집에서 인도하여 낼 때에 그들과 언약을 세워 이르기를
13“พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล กล่าวดังนี้ ‘เราทำพันธสัญญากับบรรพบุรุษของพวกเจ้า ในวันที่เรานำพวกเขาออกจากดินแดนอียิปต์ ออกจากเรือนทาสว่า
14너희 형제 히브리 사람이 네게 팔렸거든 칠 년만에 너희는 각기 놓으라 그가 육 년을 너를 섬겼은즉 그를 놓아 자유케할지라 하였으나 너희 선조가 나를 듣지 아니하며 귀를 기울이지도 아니하였느니라
14เมื่อสิ้นเจ็ดปี แต่ละคนในพวกเจ้าต้องปล่อยพี่น้องชาวฮีบรูที่ถูกขายให้เจ้าและรับใช้เจ้ามาหกปี จงปล่อยเขาให้เป็นอิสระจากเจ้า แต่บรรพบุรุษของพวกเจ้าไม่ฟังเรา และไม่เงี่ยหูรับฟัง
15그러나 너희는 이제 돌이켜 내 목전에 정당히 행하여 각기 이웃에게 자유를 선언하되 내 이름으로 일컬음을 받는 집에서 내 앞에서 언약을 세웠거늘
15บัดนี้พวกเจ้าหันกลับและทำสิ่งถูกต้องในสายตาเรา แต่ละคนประกาศอิสรภาพให้เพื่อนบ้าน พวกเจ้าทำพันธสัญญาต่อหน้าเราในพระนิเวศที่เรียกตามนามของเรา
16너희가 뜻을 변하여 내 이름을 더럽히고 각기 놓아 그들의 마음대로 자유케 하였던 노비를 끌어다가 다시 너희에게 복종시켜서 너희 노비를 삼았도다
16แต่พวกเจ้าหันกลับอีก ทำให้นามเราเสื่อมเกียรติ แต่ละคนบังคับทาสชายและทาสหญิงของตนที่ปล่อยให้เป็นอิสระตามความปรารถนาของพวกเขาแล้วให้กลับมา พวกเจ้ากดพวกเขาให้เป็นทาสชายและทาสหญิงของพวกเจ้า’”
17그러므로 나 여호와가 이같이 말하노라 너희가 나를 듣지 아니하고 각기 형제와 이웃에게 자유를 선언한 것을 실행치 아니하였은즉 내가 너희에게 자유를 선언하여 너희를 칼과 염병과 기근에 붙이리라 나 여호와의 말이니라 내가 너희를 세계 열방 중에 흩어지게 할 것이며
17ดังนั้นพระยาห์เวห์จึงกล่าวว่า “พวกเจ้าไม่ฟังเรา ที่ให้แต่ละคนประกาศอิสรภาพแก่พี่น้องและเพื่อนบ้านของตน จงฟัง เราประกาศอิสรภาพให้พวกเจ้า” พระยาห์เวห์กล่าว “อิสรภาพต่อดาบ ต่อโรคระบาด และต่อความอดอยาก เราจะให้พวกเจ้าถูกโยนไปมาท่ามกลางอาณาจักรทั้งหมดบนแผ่นดิน
18송아지를 둘에 쪼개고 그 두 사이로 지나서 내 앞에 언약을 세우고 그 말을 실행치 아니하여 내 언약을 범한 너희를
18เราจะมอบคนที่ล่วงละเมิดพันธสัญญาของเรา ที่ไม่ทำตามถ้อยคำของพันธสัญญาซึ่งพวกเขาทำต่อหน้าเรา เมื่อผ่าลูกวัวออกเป็นสองส่วนและเดินผ่านระหว่างสองส่วนนั้น
19곧 쪼갠 송아지 사이로 지난 유다 방백들과 예루살렘 백성들과 환관들과 제사장들과 이 땅 모든 백성을
19คือขุนนางของยูดาห์ ขุนนางของเยรูซาเล็ม ขันที ปุโรหิต และประชาชนทั้งหมดของดินแดน ที่เดินผ่านระหว่างสองส่วนของลูกวัว
20내가 너희 원수의 손과 너희 생명을 찾는 자의 손에 붙이리니 너희 시체가 공중의 새들과 땅 짐승의 식물이 될것이며
20เราจะมอบพวกเขาไว้ในมือศัตรูและในมือผู้ที่มุ่งเอาชีวิตพวกเขา ศพของพวกเขาจะเป็นอาหารของนกในท้องฟ้าและสัตว์บนแผ่นดิน
21또 내가 유다 왕 시드기야와 그 방백들을 그 원수의 손과 그 생명을 찾는 자의 손과 너희에게서 떠나간 바벨론 왕의 군대의 손에 붙이리라
21“เราจะมอบเศเดคียาห์ กษัตริย์ยูดาห์ และขุนนางของเขา ไว้ในมือศัตรู ในมือผู้ที่มุ่งเอาชีวิตพวกเขา และในมือกองทัพของกษัตริย์บาบิโลนที่ถอยไปจากพวกเจ้าแล้ว
22나 여호와가 말하노라 보라, 내가 그들에게 명하여 이 성에 다시 오게 하리니 그들이 이 성을 쳐서 취하여 불사를 것이라 내가 유다 성읍들로 황무하여 거민이 없게 하리라
22จงฟัง เราจะออกคำสั่ง” พระยาห์เวห์กล่าว “และให้พวกเขากลับมาที่เมืองนี้ พวกเขาจะต่อสู้กับเมือง ยึดเมือง และเผาเมืองด้วยไฟ เราจะทำให้เมืองต่าง ๆ ของยูดาห์รกร้างไม่มีคนอาศัย”
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.