ลูกา 8
Freedom Bible (Thai)Translation
Freedom Bible (Thai)
Freedom Bible (Thai)
1ไม่นานหลังจากนั้น พระองค์เดินทางไปตามเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ประกาศและบอกข่าวดีเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า คนทั้งสิบสองอยู่กับพระองค์
1ไม่นานหลังจากนั้น พระองค์เดินทางไปตามเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ประกาศและบอกข่าวดีเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า คนทั้งสิบสองอยู่กับพระองค์
2รวมทั้งหญิงบางคนที่เคยได้รับการรักษาจากวิญญาณชั่วและโรคต่าง ๆ คือ มารีย์ที่เรียกว่าชาวมักดาลา ซึ่งเคยมีปีศาจเจ็ดตนออกจากนาง
2รวมทั้งหญิงบางคนที่เคยได้รับการรักษาจากวิญญาณชั่วและโรคต่าง ๆ คือ มารีย์ที่เรียกว่าชาวมักดาลา ซึ่งเคยมีปีศาจเจ็ดตนออกจากนาง
3โยอันนา ภรรยาของคูซา ผู้ดูแลกิจการของเฮโรด สุสันนา และหญิงอีกหลายคน ซึ่งคอยปรนนิบัติพวกเขา ด้วยทรัพย์สินของตน
3โยอันนา ภรรยาของคูซา ผู้ดูแลกิจการของเฮโรด สุสันนา และหญิงอีกหลายคน ซึ่งคอยปรนนิบัติพวกเขา ด้วยทรัพย์สินของตน
4เมื่อฝูงชนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกัน และผู้คนจากทุกเมืองกำลังมาหาพระองค์ พระองค์จึงเล่าอุปมาว่า
4เมื่อฝูงชนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกัน และผู้คนจากทุกเมืองกำลังมาหาพระองค์ พระองค์จึงเล่าอุปมาว่า
5“คนหว่านคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ด ขณะที่เขาหว่าน เมล็ดบางส่วนตกริมทาง ถูกเหยียบย่ำ และนกในท้องฟ้ากินเสีย
5“คนหว่านคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ด ขณะที่เขาหว่าน เมล็ดบางส่วนตกริมทาง ถูกเหยียบย่ำ และนกในท้องฟ้ากินเสีย
6บางส่วนตกบนหิน เมื่องอกขึ้นก็เหี่ยวแห้ง เพราะไม่มีความชื้น
6บางส่วนตกบนหิน เมื่องอกขึ้นก็เหี่ยวแห้ง เพราะไม่มีความชื้น
7บางส่วนตกท่ามกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นพร้อมกันและรัดมันไว้
7บางส่วนตกท่ามกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นพร้อมกันและรัดมันไว้
8บางส่วนตกบนดินดี งอกขึ้น และเกิดผลร้อยเท่า” เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว พระองค์ร้องว่า “ใครมีหูที่จะฟัง ก็จงฟัง!”
8บางส่วนตกบนดินดี งอกขึ้น และเกิดผลร้อยเท่า” เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว พระองค์ร้องว่า “ใครมีหูที่จะฟัง ก็จงฟัง!”
9สาวกของพระองค์ถามว่า “อุปมานี้หมายความว่าอย่างไร?”
9สาวกของพระองค์ถามว่า “อุปมานี้หมายความว่าอย่างไร?”
10พระองค์กล่าวว่า “พวกคุณได้รับความรู้เรื่องความลับของอาณาจักรของพระเจ้า แต่สำหรับคนอื่นจะกล่าวเป็นอุปมา เพื่อว่า ‘เมื่อมอง พวกเขาจะไม่เห็น และเมื่อฟัง พวกเขาจะไม่เข้าใจ’
10พระองค์กล่าวว่า “พวกคุณได้รับความรู้เรื่องความลับของอาณาจักรของพระเจ้า แต่สำหรับคนอื่นจะกล่าวเป็นอุปมา เพื่อว่า ‘เมื่อมอง พวกเขาจะไม่เห็น และเมื่อฟัง พวกเขาจะไม่เข้าใจ’
11“อุปมานี้หมายถึงดังนี้ เมล็ดคือพระวจนะของพระเจ้า
11“อุปมานี้หมายถึงดังนี้ เมล็ดคือพระวจนะของพระเจ้า
12เมล็ดที่อยู่ริมทาง หมายถึงคนที่ได้ยิน แล้วมารก็มาเอาพระวจนะไปจากใจของพวกเขา เพื่อไม่ให้พวกเขาเชื่อและได้รับความรอด
12เมล็ดที่อยู่ริมทาง หมายถึงคนที่ได้ยิน แล้วมารก็มาเอาพระวจนะไปจากใจของพวกเขา เพื่อไม่ให้พวกเขาเชื่อและได้รับความรอด
13เมล็ดบนหิน หมายถึงคนที่เมื่อได้ยินพระวจนะ ก็รับไว้ด้วยความยินดี แต่คนเหล่านี้ไม่มีราก พวกเขาเชื่ออยู่ชั่วระยะหนึ่ง และในเวลาที่ถูกทดลอง ก็ถอยห่างไป
13เมล็ดบนหิน หมายถึงคนที่เมื่อได้ยินพระวจนะ ก็รับไว้ด้วยความยินดี แต่คนเหล่านี้ไม่มีราก พวกเขาเชื่ออยู่ชั่วระยะหนึ่ง และในเวลาที่ถูกทดลอง ก็ถอยห่างไป
14เมล็ดที่ตกท่ามกลางต้นหนาม หมายถึงคนที่ได้ยิน แต่เมื่อดำเนินชีวิตต่อไป พวกเขาถูกความกังวล ความร่ำรวย และความสุขเพลิดเพลินของชีวิตรัดไว้ ผลจึงไม่เจริญจนเต็มที่
14เมล็ดที่ตกท่ามกลางต้นหนาม หมายถึงคนที่ได้ยิน แต่เมื่อดำเนินชีวิตต่อไป พวกเขาถูกความกังวล ความร่ำรวย และความสุขเพลิดเพลินของชีวิตรัดไว้ ผลจึงไม่เจริญจนเต็มที่
15ส่วนเมล็ดในดินดี หมายถึงคนที่ได้ยินพระวจนะด้วยใจที่ซื่อตรงและดี ยึดพระวจนะไว้มั่น และเกิดผลด้วยความอดทน
15ส่วนเมล็ดในดินดี หมายถึงคนที่ได้ยินพระวจนะด้วยใจที่ซื่อตรงและดี ยึดพระวจนะไว้มั่น และเกิดผลด้วยความอดทน
16“ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอาภาชนะครอบ หรือวางไว้ใต้เตียง แต่เขาจะวางไว้บนเชิงตะเกียง เพื่อคนที่เข้ามาจะเห็นแสงสว่าง
16“ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอาภาชนะครอบ หรือวางไว้ใต้เตียง แต่เขาจะวางไว้บนเชิงตะเกียง เพื่อคนที่เข้ามาจะเห็นแสงสว่าง
17เพราะไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนไว้แล้วจะไม่ถูกเปิดเผย และไม่มีสิ่งลับใดที่จะไม่เป็นที่รู้และปรากฏออกมา
17เพราะไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนไว้แล้วจะไม่ถูกเปิดเผย และไม่มีสิ่งลับใดที่จะไม่เป็นที่รู้และปรากฏออกมา
18เพราะฉะนั้น จงระวังว่าพวกคุณฟังอย่างไร เพราะคนที่มี จะได้รับเพิ่ม ส่วนคนที่ไม่มี แม้สิ่งที่เขาคิดว่าตนมี ก็จะถูกเอาไปจากเขา”
18เพราะฉะนั้น จงระวังว่าพวกคุณฟังอย่างไร เพราะคนที่มี จะได้รับเพิ่ม ส่วนคนที่ไม่มี แม้สิ่งที่เขาคิดว่าตนมี ก็จะถูกเอาไปจากเขา”
19มารดาและพี่น้องของพระองค์มาหาพระองค์ แต่เข้าไปใกล้พระองค์ไม่ได้เพราะฝูงชน
19มารดาและพี่น้องของพระองค์มาหาพระองค์ แต่เข้าไปใกล้พระองค์ไม่ได้เพราะฝูงชน
20มีคนบอกพระองค์ว่า “มารดาและพี่น้องของท่านยืนอยู่ข้างนอก อยากพบท่าน”
20มีคนบอกพระองค์ว่า “มารดาและพี่น้องของท่านยืนอยู่ข้างนอก อยากพบท่าน”
21แต่พระองค์ตอบพวกเขาว่า “มารดาและพี่น้องของเรา คือคนเหล่านี้ที่ฟังพระวจนะของพระเจ้าและทำตาม”
21แต่พระองค์ตอบพวกเขาว่า “มารดาและพี่น้องของเรา คือคนเหล่านี้ที่ฟังพระวจนะของพระเจ้าและทำตาม”
22วันหนึ่ง พระองค์ลงเรือพร้อมกับสาวก และกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเราข้ามไปอีกฝั่งของทะเลสาบกันเถิด” พวกเขาจึงออกเรือ
22วันหนึ่ง พระองค์ลงเรือพร้อมกับสาวก และกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเราข้ามไปอีกฝั่งของทะเลสาบกันเถิด” พวกเขาจึงออกเรือ
23ขณะที่กำลังแล่นเรือ พระองค์หลับไป แล้วเกิดพายุลมแรงพัดลงมาบนทะเลสาบ น้ำทะลักเข้าเรือจนเรือตกอยู่ในอันตราย
23ขณะที่กำลังแล่นเรือ พระองค์หลับไป แล้วเกิดพายุลมแรงพัดลงมาบนทะเลสาบ น้ำทะลักเข้าเรือจนเรือตกอยู่ในอันตราย
24พวกเขาเข้ามาปลุกพระองค์และพูดว่า “อาจารย์ อาจารย์ พวกเรากำลังจะตาย!” พระองค์ตื่นขึ้น และตำหนิลมกับคลื่นที่กำลังโหมกระหน่ำ แล้วมันก็สงบลง และเกิดความสงบนิ่ง
24พวกเขาเข้ามาปลุกพระองค์และพูดว่า “อาจารย์ อาจารย์ พวกเรากำลังจะตาย!” พระองค์ตื่นขึ้น และตำหนิลมกับคลื่นที่กำลังโหมกระหน่ำ แล้วมันก็สงบลง และเกิดความสงบนิ่ง
25พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “ความเชื่อของพวกคุณอยู่ที่ไหน?” พวกเขาทั้งกลัวและประหลาดใจ จึงพูดกันว่า “คนนี้เป็นใครกัน ถึงกับสั่งลมและน้ำ และมันก็เชื่อฟังเขา?”
25พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “ความเชื่อของพวกคุณอยู่ที่ไหน?” พวกเขาทั้งกลัวและประหลาดใจ จึงพูดกันว่า “คนนี้เป็นใครกัน ถึงกับสั่งลมและน้ำ และมันก็เชื่อฟังเขา?”
26แล้วพวกเขาแล่นเรือมาถึงดินแดนของชาวกาดารา ซึ่งอยู่ตรงข้ามแคว้นกาลิลี
26แล้วพวกเขาแล่นเรือมาถึงดินแดนของชาวกาดารา ซึ่งอยู่ตรงข้ามแคว้นกาลิลี
27เมื่อพระเยซูขึ้นฝั่ง มีชายคนหนึ่งจากเมืองนั้น ซึ่งมีปีศาจอยู่ในตัวมานานแล้ว มาพบพระองค์ เขาไม่สวมเสื้อผ้า และไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่อยู่ตามอุโมงค์ฝังศพ
27เมื่อพระเยซูขึ้นฝั่ง มีชายคนหนึ่งจากเมืองนั้น ซึ่งมีปีศาจอยู่ในตัวมานานแล้ว มาพบพระองค์ เขาไม่สวมเสื้อผ้า และไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่อยู่ตามอุโมงค์ฝังศพ
28เมื่อเห็นพระเยซู เขาก็ร้องเสียงดัง ทรุดตัวลงต่อหน้าพระองค์ และตะโกนว่า “พระเยซู พระบุตรของพระเจ้าองค์ผู้สูงสุด ท่านมายุ่งอะไรกับข้า? ข้าขอร้อง อย่าทรมานข้าเลย!”
28เมื่อเห็นพระเยซู เขาก็ร้องเสียงดัง ทรุดตัวลงต่อหน้าพระองค์ และตะโกนว่า “พระเยซู พระบุตรของพระเจ้าองค์ผู้สูงสุด ท่านมายุ่งอะไรกับข้า? ข้าขอร้อง อย่าทรมานข้าเลย!”
29เพราะพระเยซูกำลังสั่งวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ให้ออกจากชายคนนั้น วิญญาณนั้นเคยเข้ายึดเขาหลายครั้ง เขาถูกคุมตัวไว้ และถูกล่ามด้วยโซ่กับตรวน แต่เขาก็หักเครื่องพันธนาการ และปีศาจขับเขาไปในถิ่นทุรกันดาร
29เพราะพระเยซูกำลังสั่งวิญญาณที่ไม่บริสุทธิ์ให้ออกจากชายคนนั้น วิญญาณนั้นเคยเข้ายึดเขาหลายครั้ง เขาถูกคุมตัวไว้ และถูกล่ามด้วยโซ่กับตรวน แต่เขาก็หักเครื่องพันธนาการ และปีศาจขับเขาไปในถิ่นทุรกันดาร
30พระเยซูถามเขาว่า “ท่านชื่ออะไร?” เขาตอบว่า “เลกิโอน” เพราะมีปีศาจจำนวนมากเข้าไปในตัวเขา
30พระเยซูถามเขาว่า “ท่านชื่ออะไร?” เขาตอบว่า “เลกิโอน” เพราะมีปีศาจจำนวนมากเข้าไปในตัวเขา
31พวกมันวิงวอนพระองค์ไม่ให้สั่งพวกมันลงไปในเหวลึก
31พวกมันวิงวอนพระองค์ไม่ให้สั่งพวกมันลงไปในเหวลึก
32ที่นั่นมีฝูงหมูจำนวนมากกำลังหากินอยู่บนภูเขา พวกปีศาจจึงวิงวอนพระองค์ให้อนุญาตพวกมันเข้าไปในหมูเหล่านั้น พระองค์ก็อนุญาต
32ที่นั่นมีฝูงหมูจำนวนมากกำลังหากินอยู่บนภูเขา พวกปีศาจจึงวิงวอนพระองค์ให้อนุญาตพวกมันเข้าไปในหมูเหล่านั้น พระองค์ก็อนุญาต
33พวกปีศาจออกจากชายคนนั้น และเข้าไปในหมู ฝูงหมูก็วิ่งพรวดลงตามทางลาดชันสู่ทะเลสาบ และจมน้ำตาย
33พวกปีศาจออกจากชายคนนั้น และเข้าไปในหมู ฝูงหมูก็วิ่งพรวดลงตามทางลาดชันสู่ทะเลสาบ และจมน้ำตาย
34เมื่อคนเลี้ยงหมูเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็หนีไปบอกเรื่องนี้ในเมืองและตามชนบท
34เมื่อคนเลี้ยงหมูเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็หนีไปบอกเรื่องนี้ในเมืองและตามชนบท
35ผู้คนจึงออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขามาหาพระเยซู และพบชายที่พวกปีศาจออกจากตัวแล้ว นั่งอยู่ที่เท้าของพระเยซู สวมเสื้อผ้า และมีสติเป็นปกติ พวกเขาก็กลัว
35ผู้คนจึงออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขามาหาพระเยซู และพบชายที่พวกปีศาจออกจากตัวแล้ว นั่งอยู่ที่เท้าของพระเยซู สวมเสื้อผ้า และมีสติเป็นปกติ พวกเขาก็กลัว
36คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้พวกเขาฟังว่า ชายที่เคยถูกปีศาจสิงได้หายดีอย่างไร
36คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้พวกเขาฟังว่า ชายที่เคยถูกปีศาจสิงได้หายดีอย่างไร
37ประชาชนทั้งหมดจากบริเวณโดยรอบดินแดนของชาวกาดาราขอให้พระองค์ไปจากพวกเขา เพราะพวกเขาหวาดกลัวอย่างยิ่ง พระองค์จึงลงเรือและกลับไป
37ประชาชนทั้งหมดจากบริเวณโดยรอบดินแดนของชาวกาดาราขอให้พระองค์ไปจากพวกเขา เพราะพวกเขาหวาดกลัวอย่างยิ่ง พระองค์จึงลงเรือและกลับไป
38แต่ชายที่พวกปีศาจออกจากตัวแล้ววิงวอนขอไปกับพระองค์ แต่พระเยซูให้เขากลับไป โดยกล่าวว่า
38แต่ชายที่พวกปีศาจออกจากตัวแล้ววิงวอนขอไปกับพระองค์ แต่พระเยซูให้เขากลับไป โดยกล่าวว่า
39“จงกลับไปบ้านของท่าน และเล่าว่าพระเจ้าได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่อะไรให้ท่านบ้าง” เขาจึงไป และประกาศทั่วทั้งเมืองว่าพระเยซูได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่อะไรให้เขาบ้าง
39“จงกลับไปบ้านของท่าน และเล่าว่าพระเจ้าได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่อะไรให้ท่านบ้าง” เขาจึงไป และประกาศทั่วทั้งเมืองว่าพระเยซูได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่อะไรให้เขาบ้าง
40เมื่อพระเยซูกลับมา ฝูงชนก็ต้อนรับพระองค์ เพราะทุกคนกำลังรอพระองค์อยู่
40เมื่อพระเยซูกลับมา ฝูงชนก็ต้อนรับพระองค์ เพราะทุกคนกำลังรอพระองค์อยู่
41มีชายคนหนึ่งชื่อไยรัสมา เขาเป็นหัวหน้าธรรมศาลา เขาทรุดลงที่เท้าของพระเยซู และวิงวอนให้พระองค์มาที่บ้านของเขา
41มีชายคนหนึ่งชื่อไยรัสมา เขาเป็นหัวหน้าธรรมศาลา เขาทรุดลงที่เท้าของพระเยซู และวิงวอนให้พระองค์มาที่บ้านของเขา
42เพราะเขามีบุตรสาวคนเดียว อายุประมาณสิบสองปี และนางกำลังจะตาย ขณะที่พระองค์กำลังไป ฝูงชนก็เบียดเสียดพระองค์
42เพราะเขามีบุตรสาวคนเดียว อายุประมาณสิบสองปี และนางกำลังจะตาย ขณะที่พระองค์กำลังไป ฝูงชนก็เบียดเสียดพระองค์
43มีหญิงคนหนึ่งซึ่งมีอาการเลือดออกเรื้อรังมาสิบสองปี นางใช้ทรัพย์สินทั้งหมดกับหมอ แต่ไม่มีใครรักษานางให้หายได้
43มีหญิงคนหนึ่งซึ่งมีอาการเลือดออกเรื้อรังมาสิบสองปี นางใช้ทรัพย์สินทั้งหมดกับหมอ แต่ไม่มีใครรักษานางให้หายได้
44นางเข้ามาข้างหลังพระองค์ และแตะชายเสื้อ ของพระองค์ ทันใดนั้น เลือดที่ไหลก็หยุด
44นางเข้ามาข้างหลังพระองค์ และแตะชายเสื้อ ของพระองค์ ทันใดนั้น เลือดที่ไหลก็หยุด
45พระเยซูถามว่า “ใครแตะเรา?” เมื่อทุกคนปฏิเสธ เปโตรกับคนที่อยู่กับเขากล่าวว่า “อาจารย์ ฝูงชนกำลังเบียดและชนท่าน แล้วท่านยังถามว่า ‘ใครแตะเรา?’ ”
45พระเยซูถามว่า “ใครแตะเรา?” เมื่อทุกคนปฏิเสธ เปโตรกับคนที่อยู่กับเขากล่าวว่า “อาจารย์ ฝูงชนกำลังเบียดและชนท่าน แล้วท่านยังถามว่า ‘ใครแตะเรา?’ ”
46แต่พระเยซูกล่าวว่า “มีคนแตะเรา เพราะเรารู้สึกว่าพลังได้ออกจากเรา”
46แต่พระเยซูกล่าวว่า “มีคนแตะเรา เพราะเรารู้สึกว่าพลังได้ออกจากเรา”
47เมื่อหญิงนั้นเห็นว่าตนซ่อนตัวไม่ได้ ก็เข้ามาด้วยตัวสั่นเทา และทรุดลงต่อหน้าพระองค์ นางบอกต่อหน้าประชาชนทั้งหมดว่าเหตุใดจึงแตะพระองค์ และนางหายทันทีอย่างไร
47เมื่อหญิงนั้นเห็นว่าตนซ่อนตัวไม่ได้ ก็เข้ามาด้วยตัวสั่นเทา และทรุดลงต่อหน้าพระองค์ นางบอกต่อหน้าประชาชนทั้งหมดว่าเหตุใดจึงแตะพระองค์ และนางหายทันทีอย่างไร
48พระองค์กล่าวกับนางว่า “ลูกเอ๋ย จงชื่นใจเถิด ความเชื่อของท่านทำให้ท่านหายดีแล้ว จงไปอย่างสงบ”
48พระองค์กล่าวกับนางว่า “ลูกเอ๋ย จงชื่นใจเถิด ความเชื่อของท่านทำให้ท่านหายดีแล้ว จงไปอย่างสงบ”
49ขณะที่พระองค์ยังกล่าวอยู่ มีคนจากบ้านของหัวหน้าธรรมศาลามา และบอกเขาว่า “ลูกสาวของท่านตายแล้ว อย่ารบกวนอาจารย์อีกเลย”
49ขณะที่พระองค์ยังกล่าวอยู่ มีคนจากบ้านของหัวหน้าธรรมศาลามา และบอกเขาว่า “ลูกสาวของท่านตายแล้ว อย่ารบกวนอาจารย์อีกเลย”
50แต่เมื่อพระเยซูได้ยิน ก็ตอบเขาว่า “อย่ากลัว เพียงเชื่อเท่านั้น แล้วนางจะหายดี”
50แต่เมื่อพระเยซูได้ยิน ก็ตอบเขาว่า “อย่ากลัว เพียงเชื่อเท่านั้น แล้วนางจะหายดี”
51เมื่อพระองค์มาถึงบ้าน ก็ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้วย นอกจากเปโตร ยอห์น ยากอบ บิดาของเด็ก และมารดาของนาง
51เมื่อพระองค์มาถึงบ้าน ก็ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้วย นอกจากเปโตร ยอห์น ยากอบ บิดาของเด็ก และมารดาของนาง
52ทุกคนกำลังร้องไห้และคร่ำครวญถึงนาง แต่พระองค์กล่าวว่า “อย่าร้องไห้ นางไม่ได้ตาย แต่กำลังหลับอยู่”
52ทุกคนกำลังร้องไห้และคร่ำครวญถึงนาง แต่พระองค์กล่าวว่า “อย่าร้องไห้ นางไม่ได้ตาย แต่กำลังหลับอยู่”
53พวกเขาหัวเราะเยาะพระองค์ เพราะรู้ว่านางตายแล้ว
53พวกเขาหัวเราะเยาะพระองค์ เพราะรู้ว่านางตายแล้ว
54แต่พระองค์ให้ทุกคนออกไป แล้วจับมือนาง และเรียกว่า “เด็กเอ๋ย จงลุกขึ้น!”
54แต่พระองค์ให้ทุกคนออกไป แล้วจับมือนาง และเรียกว่า “เด็กเอ๋ย จงลุกขึ้น!”
55วิญญาณของนางก็กลับมา และนางลุกขึ้นทันที พระองค์สั่งให้เอาอาหารมาให้นางกิน
55วิญญาณของนางก็กลับมา และนางลุกขึ้นทันที พระองค์สั่งให้เอาอาหารมาให้นางกิน
56บิดามารดาของนางต่างประหลาดใจ แต่พระองค์กำชับพวกเขาไม่ให้บอกใครถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
56บิดามารดาของนางต่างประหลาดใจ แต่พระองค์กำชับพวกเขาไม่ให้บอกใครถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.