2พงศ์​กษัตริย์
Chapter 19

2พงศ์​กษัตริย์

Freedom Bible (Thai)
vs Smith–Van Dyck Ara…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

2พงศ์​กษัตริย์ 19

Freedom Bible (Thai)
Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)
1เมื่อ​กษัตริย์เฮเซคียาห์ได้ยินเรื่องนั้น​ก็ฉีกเสื้อผ้า​ของตน เอาผ้ากระสอบคลุมตัว และเข้าไป​ในพระนิเวศ​ของพระยาห์เวห์
1فَلَمَّا سَمِعَ ٱلْمَلِكُ حَزَقِيَّا ذَلِكَ، مَزَّقَ ثِيَابَهُ وَتَغَطَّى بِمِسْحٍ وَدَخَلَ بَيْتَ ٱلرَّبِّ.
2เขา​ส่งเอลียาคิมผู้ดูแลราชสำนัก เชบนา อาลักษณ์ และบรรดาผู้อาวุโส​ในหมู่ปุโรหิต​ซึ่งต่าง​ก็คลุมตัวด้วยผ้ากระสอบ​ไปหาอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ​บุตรอาโมส
2وَأَرْسَلَ أَلِيَاقِيمَ ٱلَّذِي عَلَى ٱلْبَيْتِ وَشِبْنَةَ ٱلْكَاتِبَ وَشُيُوخَ ٱلْكَهَنَةِ مُتَغَطِّينَ بِمِسْحٍ إِلَى إِشَعْيَا ٱلنَّبِيِّ ٱبْنِ آمُوصَ،
3พวกเขาพูด​กับอิสยาห์​ว่า “เฮเซคียาห์พูดดังนี้‘วันนี้​เป็นวันแห่งความทุกข์ การตำหนิ และการถูกปฏิเสธ ทารก​ถึงเวลาคลอด​แล้ว แต่มารดาไม่มีแรงเบ่งคลอด
3فَقَالُوا لَهُ: «هَكَذَا يَقُولُ حَزَقِيَّا: هَذَا ٱلْيَوْمُ يَوْمُ شِدَّةٍ وَتَأْدِيبٍ وَإِهَانَةٍ، لِأَنَّ ٱلْأَجِنَّةَ قَدْ دَنَتْ إِلَى ٱلْمَوْلِدِ وَلَا قُوَّةَ لِلْوِلَادَةِ.
4บางทีพระยาห์เวห์พระเจ้า​ของ​ท่านอาจ​ทรงได้ยินถ้อยคำทั้งหมด​ของ​รับชาเคห์ผู้ซึ่ง​กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย​เจ้านาย​ของ​เขา​ส่ง​มาท้าทายพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และอาจ​ทรงตำหนิถ้อยคำ​ที่พระยาห์เวห์พระเจ้า​ของ​ท่าน​ทรงได้ยิน ดังนั้นขอ​ท่านอธิษฐานเผื่อคน​ที่เหลือ​อยู่ด้วย’”
4لَعَلَّ ٱلرَّبَّ إِلَهَكَ يَسْمَعُ جَمِيعَ كَلَامِ رَبْشَاقَى ٱلَّذِي أَرْسَلَهُ مَلِكُ أَشُّورَ سَيِّدُهُ لِيُعَيِّرَ ٱلْإِلَهَ ٱلْحَيَّ، فَيُوَبِّخَ عَلَى ٱلْكَلَامِ ٱلَّذِي سَمِعَهُ ٱلرَّبُّ إِلَهُكَ. فَٱرْفَعْ صَلَاةً مِنْ أَجْلِ ٱلْبَقِيَّةِ ٱلْمَوْجُودَةِ».
5บรรดาผู้รับใช้​ของ​กษัตริย์เฮเซคียาห์​จึง​มาหาอิสยาห์
5فَجَاءَ عَبِيدُ ٱلْمَلِكِ حَزَقِيَّا إِلَى إِشَعْيَا،
6อิสยาห์พูด​กับ​พวกเขา​ว่า “จง​บอก​เจ้านาย​ของ​พวกท่านดังนี้ ‘พระยาห์เวห์​ตรัส​ว่า “อย่ากลัวถ้อยคำ​ที่​เจ้าได้ยิน​ซึ่ง​พวกผู้รับใช้​ของ​กษัตริย์แห่งอัสซีเรียใช้หมิ่นประมาท​เรา
6فَقَالَ لَهُمْ إِشَعْيَا: «هَكَذَا تَقُولُونَ لِسَيِّدِكُمْ: هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ: لَا تَخَفْ بِسَبَبِ ٱلْكَلَامِ ٱلَّذِي سَمِعْتَهُ، ٱلَّذِي جَدَّفَ عَلَيَّ بِهِ غِلْمَانُ مَلِكِ أَشُّورَ.
7ดูสิ เรา​จะดลใจ​เขา เขา​จะได้ยินข่าว แล้วกลับ​ไป​ยังแผ่นดิน​ของตน และ​เรา​จะทำให้​เขาล้ม​ลงด้วยดาบ​ในแผ่นดิน​ของตน”’”
7هَأَنَذَا أَجْعَلُ فِيهِ رُوحًا فَيَسْمَعُ خَبَرًا وَيَرْجِعُ إِلَى أَرْضِهِ، وَأُسْقِطُهُ بِٱلسَّيْفِ فِي أَرْضِهِ».
8รับชาเคห์​จึง​กลับ​ไป และ​พบ​กษัตริย์แห่งอัสซีเรียกำลัง​ทำสงคราม​กับลิบนาห์ เพราะ​เขาได้ยิน​ว่า​กษัตริย์​ออก​จากลาคีช​แล้ว
8فَرَجَعَ رَبْشَاقَى وَوَجَدَ مَلِكَ أَشُّورَ يُحَارِبُ لِبْنَةَ، لِأَنَّهُ سَمِعَ أَنَّهُ ٱرْتَحَلَ عَنْ لَخِيشَ.
9เมื่อ​กษัตริย์ได้ยินข่าวเกี่ยว​กับทิรหาคาห์​กษัตริย์แห่งเอธิโอเปีย​ว่า “ดูสิ​เขายกทัพ​ออก​มาสู้​กับ​ท่าน” กษัตริย์​ก็​ส่งผู้นำสาร​ไปหาเฮเซคียาห์อีกครั้ง​ว่า
9وَسَمِعَ عَنْ تُرْهَاقَةَ مَلِكِ كُوشٍ قَوْلًا: «قَدْ خَرَجَ لِيُحَارِبَكَ». فَعَادَ وَأَرْسَلَ رُسُلًا إِلَى حَزَقِيَّا قَائِلًا:
10“จง​บอกเฮเซคียาห์​กษัตริย์แห่งยูดาห์ดังนี้ ‘อย่า​ให้พระเจ้า​ของ​เจ้า​ที่​เจ้าวางใจหลอก​เจ้า​ว่าเยรูซาเล็ม​จะ​ไม่ถูกมอบไว้​ในอำนาจ​ของ​กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย
10«هَكَذَا تُكَلِّمُونَ حَزَقِيَّا مَلِكَ يَهُوذَا قَائِلِينَ: لَا يَخْدَعْكَ إِلَهُكَ ٱلَّذِي أَنْتَ مُتَّكِلٌ عَلَيْهِ قَائِلًا: لَا تُدْفَعُ أُورُشَلِيمُ إِلَى يَدِ مَلِكِ أَشُّورَ.
11ดูสิ​เจ้าได้ยิน​แล้ว​ว่าบรรดา​กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย​ทำอะไร​กับแผ่นดิน​ทั้งปวง​คือทำลาย​พวกเขาจนหมด​สิ้น แล้ว​เจ้า​จะรอดพ้น​หรือ
11إِنَّكَ قَدْ سَمِعْتَ مَا فَعَلَ مُلُوكُ أَشُّورَ بِجَمِيعِ ٱلْأَرَاضِي لِإِهْلَاكِهَا، وَهَلْ تَنْجُو أَنْتَ؟
12เทพเจ้า​ของชนชาติ​ที่บรรพบุรุษ​ของข้าทำลาย​คือโกซาน ฮาราน เรเซฟ และลูกหลาน​ของเอเดน​ที่​อยู่​ในเทลอัสซาร์ช่วย​พวกเขา​ได้​หรือ
12هَلْ أَنْقَذَتْ آلِهَةُ ٱلْأُمَمِ هَؤُلَاءِ ٱلَّذِينَ أَهْلَكَهُمْ آبَائِي، جُوزَانَ وَحَارَانَ وَرَصْفَ وَبَنِي عَدَنَ ٱلَّذِينَ فِي تَلَاسَّارَ؟
13กษัตริย์แห่งฮามัทอยู่ที่ไหน กษัตริย์แห่งอารปัด และ​กษัตริย์แห่งเมืองเสฟารวาอิม เฮนา และอิฟวาห์​อยู่ที่ไหน’”
13أَيْنَ مَلِكُ حَمَاةَ وَمَلِكُ أَرْفَادَ وَمَلِكُ مَدِينَةِ سَفْرَوَايِمَ وَهَيْنَعَ وَعِوَّا؟».
14เฮเซคียาห์​รับจดหมาย​จากมือ​ของผู้นำสาร และอ่าน​แล้ว เฮเซคียาห์​ก็​ขึ้น​ไป​ยังพระนิเวศ​ของพระยาห์เวห์ และคลี่จดหมายนั้น​ออก​ต่อหน้าพระยาห์เวห์
14فَأَخَذَ حَزَقِيَّا ٱلرَّسَائِلَ مِنْ أَيْدِي ٱلرُّسُلِ وَقَرَأَهَا، ثُمَّ صَعِدَ إِلَى بَيْتِ ٱلرَّبِّ، وَنَشَرَهَا حَزَقِيَّا أَمَامَ ٱلرَّبِّ.
15เฮเซคียาห์อธิษฐาน​ต่อหน้าพระยาห์เวห์​ว่า “ข้า​แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลผู้ประทับเหนือเครูบ พระองค์​ทรง​เป็นพระเจ้า​แต่เพียงพระองค์เดียวเหนืออาณาจักร​ทั้งปวงบนแผ่นดินโลก พระองค์​ทรงสร้างฟ้า และแผ่นดิน
15وَصَلَّى حَزَقِيَّا أَمَامَ ٱلرَّبِّ وَقَالَ: «أَيُّهَا ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ، ٱلْجَالِسُ فَوْقَ ٱلْكَرُوبِيمَ، أَنْتَ هُوَ ٱلْإِلَهُ وَحْدَكَ لِكُلِّ مَمَالِكِ ٱلْأَرْضِ. أَنْتَ صَنَعْتَ ٱلسَّمَاءَ وَٱلْأَرْضَ.
16ข้า​แต่พระยาห์เวห์โปรดเงี่ยหูฟังโปรดลืมตาดู และโปรดฟังถ้อยคำ​ของเซนนาเคอริบที่​เขา​ส่ง​มาท้าทายพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
16أَمِلْ يَارَبُّ أُذُنَكَ وَٱسْمَعْ. اِفْتَحْ يَارَبُّ عَيْنَيْكَ وَٱنْظُرْ، وَٱسْمَعْ كَلَامَ سَنْحَارِيبَ ٱلَّذِي أَرْسَلَهُ لِيُعَيِّرَ ٱللهَ ٱلْحَيَّ.
17ข้า​แต่พระยาห์เวห์​เป็นความจริง​ที่บรรดา​กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย​ได้ทำลายชนชาติต่างๆ และแผ่นดิน​ของ​พวกเขา
17حَقًّا يَارَبُّ إِنَّ مُلُوكَ أَشُّورَ قَدْ خَرَّبُوا ٱلْأُمَمَ وَأَرَاضِيَهُمْ،
18และ​ได้โยนเทพเจ้า​ของ​พวกเขา​ลง​ในไฟ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่พระเจ้า แต่​เป็นผลงาน​จากมือมนุษย์​คือไม้ และหิน พวกเขา​จึงทำลายมัน​ได้
18وَدَفَعُوا آلِهَتَهُمْ إِلَى ٱلنَّارِ. وَلِأَنَّهُمْ لَيْسُوا آلِهَةً، بَلْ صَنْعَةُ أَيْدِي ٱلنَّاسِ: خَشَبٌ وَحَجَرٌ، فَأَبَادُوهُمْ.
19บัดนี้ข้า​แต่พระยาห์เวห์พระเจ้า​ของ​พวกเราขอโปรดช่วย​พวกเรา​ให้พ้น​จากอำนาจ​ของ​เขา​เพื่ออาณาจักร​ทั้งปวงบนแผ่นดินโลก​จะ​ได้รู้​ว่าพระองค์พระยาห์เวห์​ทรง​เป็นพระเจ้า​แต่ผู้เดียว”
19وَٱلْآنَ أَيُّهَا ٱلرَّبُّ إِلَهُنَا خَلِّصْنَا مِنْ يَدِهِ، فَتَعْلَمَ مَمَالِكُ ٱلْأَرْضِ كُلُّهَا أَنَّكَ أَنْتَ ٱلرَّبُّ ٱلْإِلَهُ وَحْدَكَ».
20แล้วอิสยาห์​บุตรอาโมส​ส่งข่าว​ไป​ยังเฮเซคียาห์​ว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล​ตรัส​ว่า ‘เรื่อง​ที่​เจ้าอธิษฐาน​ต่อ​เราเกี่ยว​กับเซนนาเคอริบกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เราได้ยิน​แล้ว
20فَأَرْسَلَ إِشَعْيَا بْنُ آمُوصَ إِلَى حَزَقِيَّا قَائِلًا: «هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ إِلَهُ إِسْرَائِيلَ ٱلَّذِي صَلَّيْتَ إِلَيْهِ مِنْ جِهَةِ سَنْحَارِيبَ مَلِكِ أَشُّورَ: قَدْ سَمِعْتُ.
21นี่​คือพระดำรัส​ที่พระยาห์เวห์​ตรัสเกี่ยว​กับ​เขา​ว่า “ธิดาพรหมจารีแห่งศิโยน ดูหมิ่น และเยาะเย้ย​เจ้า ธิดาแห่งเยรูซาเล็มส่ายศีรษะเยาะเย้ย​เจ้า
21هَذَا هُوَ ٱلْكَلَامُ ٱلَّذِي تَكَلَّمَ بِهِ ٱلرَّبُّ عَلَيْهِ: ٱحْتَقَرَتْكَ وَٱسْتَهْزَأَتْ بِكَ ٱلْعَذْرَاءُ ٱبْنَةُ صِهْيَوْنَ، وَنَحْوَكَ أَنْغَضَتِ ٱبْنَةُ أُورُشَلِيمَ رَأْسَهَا.
22เจ้าท้าทาย และหมิ่นประมาทใคร? เจ้า​ขึ้นเสียงใส่ใคร และเงยหน้ามองอย่างหยิ่งผยอง​ต่อใคร? ก็​ต่อองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
22مَنْ عَيَّرْتَ وَجَدَّفْتَ؟ وَعَلَى مَنْ عَلَّيْتَ صَوْتًا؟ وَقَدْ رَفَعْتَ إِلَى ٱلْعَلَاءِ عَيْنَيْكَ عَلَى قُدُّوسِ إِسْرَائِيلَ!
23เจ้าใช้ผู้นำสาร​ของ​เจ้าท้าทายองค์เจ้า และพูด​ว่า ‘ด้วยรถศึกจำนวนมาก​ของข้า ข้า​ขึ้น​ไป​ถึงยอดภูเขา​ถึงส่วนลึกที่สุด​ของเลบานอน ข้า​จะโค่นต้นซีดาร์สูง และต้นไซเปรสชั้นดี​ของมัน ข้า​จะเข้าไปถึงที่พักอันไกลที่สุด​ของมัน​ถึงป่าแห่งทุ่งอุดมสมบูรณ์​ของมัน
23عَلَى يَدِ رُسُلِكَ عَيَّرْتَ ٱلسَّيِّدَ، وَقُلْتَ: بِكَثْرَةِ مَرْكَبَاتِي قَدْ صَعِدْتُ إِلَى عُلْوِ ٱلْجِبَالِ، إِلَى عِقَابِ لُبْنَانَ وَأَقْطَعُ أَرْزَهُ ٱلطَّوِيلَ وَأَفْضَلَ سَرْوِهِ، وَأَدْخُلُ أَقْصَى عُلْوِهِ، وَعْرَ كَرْمَلِهِ.
24ข้าขุดบ่อ และดื่มน้ำ​ในดินแดนต่างถิ่น และข้า​จะทำให้แม่น้ำทั้งหมด​ของอียิปต์แห้งด้วยฝ่าเท้า​ของข้า’
24أَنَا قَدْ حَفَرْتُ وَشَرِبْتُ مِيَاهًا غَرِيبَةً، وَأُنَشِّفُ بِأَسْفَلِ قَدَمَيَّ جَمِيعَ خُلْجَانِ مِصْرَ.
25เจ้า​ไม่เคยได้ยิน​หรือ​ว่า​เรากำหนดเรื่องนี้ไว้นาน​แล้ว และวางรูปแบบไว้​แต่โบราณกาล บัดนี้​เราทำให้มัน​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​เจ้าทำลายเมือง​ที่มีป้อมจนกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
25أَلَمْ تَسْمَعْ؟ مُنْذُ ٱلْبَعِيدِ صَنَعْتُهُ، مُنْذُ ٱلْأَيَّامِ ٱلْقَدِيمَةِ صَوَّرْتُهُ. ٱلْآنَ أَتَيْتُ بِهِ. فَتَكُونُ لِتَخْرِيبِ مُدُنٍ مُحَصَّنَةٍ حَتَّى تَصِيرَ رَوَابِيَ خَرِبَةً.
26เพราะฉะนั้นชาวเมืองเหล่านั้น​จึงมีกำลังน้อย พวกเขาหวาดกลัว และสับสน พวกเขา​เป็นเหมือนหญ้า​ในทุ่งเหมือนพืชเขียวเหมือนหญ้าบนหลังคา และเหมือนธัญพืช​ที่เหี่ยวแห้งก่อน​จะโตเต็ม​ที่
26فَسُكَّانُهَا قِصَارُ ٱلْأَيْدِي قَدِ ٱرْتَاعُوا وَخَجِلُوا، صَارُوا كَعُشْبِ ٱلْحَقْلِ وَكَالنَّبَاتِ ٱلْأَخْضَرِ، كَحَشِيشِ ٱلسُّطُوحِ وَكَمَلْفُوحٍ قَبْلَ نُمُوِّهِ.
27แต่​เรารู้การนั่ง​ลง​ของ​เจ้า การ​ออก​ไป​และ​กลับ​มา​ของ​เจ้า และความเดือดดาล​ของ​เจ้า​ต่อ​เรา
27وَلَكِنِّي عَالِمٌ بِجُلُوسِكَ وَخُرُوجِكَ وَدُخُولِكَ وَهَيَجَانِكَ عَلَيَّ.
28เพราะ​เจ้าเดือดดาล​ต่อ​เรา และความหยิ่งยโส​ของ​เจ้า​ขึ้น​มา​ถึงหู​เรา ดังนั้น​เรา​จะเอาขอเกี่ยวจมูก​ของ​เจ้า และบังเหียนใส่ริมฝีปาก​ของ​เจ้า​แล้ว​เรา​จะพา​เจ้า​กลับ​ไปทางเดิม​ที่​เจ้า​มา”
28لِأَنَّ هَيَجَانَكَ عَلَيَّ وَعَجْرَفَتَكَ قَدْ صَعِدَا إِلَى أُذُنَيَّ، أَضَعُ خِزَامَتِي فِي أَنْفِكَ وَلِجَامِي فِي شَفَتَيْكَ، وَأَرُدُّكَ فِي ٱلطَّرِيقِ ٱلَّذِي جِئْتَ فِيهِ.
29“นี่​จะ​เป็นหมายสำคัญสำหรับ​เจ้า ปีนี้​พวกเจ้า​จะกินสิ่ง​ที่งอก​ขึ้นเอง ปี​ที่สอง​จะกินสิ่ง​ที่งอก​ต่อ​จากนั้น และ​ในปี​ที่สามจงหว่าน และเก็บเกี่ยวปลูกสวนองุ่น และกินผล​ของมัน
29«وَهَذِهِ لَكَ عَلَامَةٌ: تَأْكُلُونَ هَذِهِ ٱلسَّنَةَ زِرِّيعًا، وَفِي ٱلسَّنَةِ ٱلثَّانِيَةِ خِلْفَةً. وَأَمَّا ٱلسَّنَةُ ٱلثَّالِثَةُ فَفِيهَا تَزْرَعُونَ وَتَحْصِدُونَ وَتَغْرِسُونَ كُرُومًا وَتَأْكُلُونَ أَثْمَارَهَا.
30คน​ที่เหลือรอด​จากวงศ์ยูดาห์​จะหยั่งราก​ลงข้างล่างอีกครั้ง และ​ออกผลข้างบน
30وَيَعُودُ ٱلنَّاجُونَ مِنْ بَيْتِ يَهُوذَا، ٱلْبَاقُونَ، يَتَأَصَّلُونَ إِلَى أَسْفَلُ وَيَصْنَعُونَ ثَمَرًا إِلَى مَا فَوْقُ.
31เพราะคน​ที่เหลือ​จะ​ออก​มา​จากเยรูซาเล็ม และคน​ที่รอดพ้น​จะ​ออก​มา​จากภู​เขาศิโยน ความมุ่งมั่นแรงกล้า​ของพระยาห์เวห์​จะทำให้สิ่งนี้สำเร็จ
31لِأَنَّهُ مِنْ أُورُشَلِيمَ تَخْرُجُ ٱلْبَقِيَّةُ، وَٱلنَّاجُونَ مِنْ جَبَلِ صِهْيَوْنَ. غَيْرَةُ رَبِّ ٱلْجُنُودِ تَصْنَعُ هَذَا.
32“ดังนั้นพระยาห์เวห์​ตรัสเกี่ยว​กับ​กษัตริย์แห่งอัสซีเรีย​ว่า ‘เขา​จะ​ไม่​เข้า​มา​ในเมืองนี้ และ​จะ​ไม่ยิงลูกธนู​เข้า​มา​ที่นี่ เขา​จะ​ไม่​เข้า​มาประชิดเมืองพร้อมโล่ และ​จะ​ไม่สร้างเนินล้อมเมือง
32«لِذَلِكَ هَكَذَا قَالَ ٱلرَّبُّ عَنْ مَلِكِ أَشُّورَ: لَا يَدْخُلُ هَذِهِ ٱلْمَدِينَةَ، وَلَا يَرْمِي هُنَاكَ سَهْمًا، وَلَا يَتَقَدَّمُ عَلَيْهَا بِتُرْسٍ، وَلَا يُقِيمُ عَلَيْهَا مِتْرَسَةً.
33เขา​มาทางไหน​ก็​จะ​กลับ​ไปทางนั้น และ​จะ​ไม่​เข้า​มา​ในเมืองนี้’ พระยาห์เวห์​ตรัส
33فِي ٱلطَّرِيقِ ٱلَّذِي جَاءَ فِيهِ يَرْجِعُ، وَإِلَى هَذِهِ ٱلْمَدِينَةِ لَا يَدْخُلُ، يَقُولُ ٱلرَّبُّ.
34‘เพราะ​เรา​จะป้องกันเมืองนี้​เพื่อช่วยเมืองนี้​ให้รอด เพราะ​เห็น​แก่ตัว​เราเอง และ​เพราะ​เห็น​แก่ดาวิดผู้รับใช้​ของ​เรา’”
34وَأُحَامِي عَنْ هَذِهِ ٱلْمَدِينَةِ لِأُخَلِّصَهَا مِنْ أَجْلِ نَفْسِي وَمِنْ أَجْلِ دَاوُدَ عَبْدِي».
35คืนนั้นทูตสวรรค์​ของพระยาห์เวห์​ออก​ไป และสังหารคนหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันคนในค่าย​ของชาวอัสซีเรีย เมื่อผู้คนตื่น​ขึ้น​แต่เช้า ดูสิคนเหล่านั้นกลาย​เป็นศพทั้งหมด
35وَكَانَ فِي تِلْكَ ٱللَّيْلَةِ أَنَّ مَلَاكَ ٱلرَّبِّ خَرَجَ وَضَرَبَ مِنْ جَيْشِ أَشُّورَ مِئَةَ أَلْفٍ وَخَمْسَةً وَثَمَانِينَ أَلْفًا. وَلَمَّا بَكَّرُوا صَبَاحًا إِذَا هُمْ جَمِيعًا جُثَثٌ مَيْتَةٌ.
36เซนนาเคอริบกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย​จึงถอนทัพ​กลับ​ไป และอาศัย​อยู่​ที่นีนะเวห์
36فَٱنْصَرَفَ سَنْحَارِيبُ مَلِكُ أَشُّورَ وَذَهَبَ رَاجِعًا وَأَقَامَ فِي نِينَوَى.
37ขณะ​ที่​เขากำลัง​นมัสการ​ในวิหาร​ของนิสโรคเทพเจ้า​ของ​เขา อัดรัมเมเลค และชาเรเซอร์​ก็ฟัน​เขาด้วยดาบ​แล้วหนี​ไป​ยังแผ่นดินอารารัต เอสารฮัดโดน​บุตร​ของ​เขา​ขึ้นครองราชย์แทน
37وَفِيمَا هُوَ سَاجِدٌ فِي بَيْتِ نِسْرُوخَ إِلَهِهِ، ضَرَبَهُ أَدْرَمَّلَكُ وَشَرَآصَرُ ٱبْنَاهُ بِٱلسَّيْفِ، وَنَجَوَا إِلَى أَرْضِ أَرَارَاطَ. وَمَلَكَ آسَرْحَدُّونُ ٱبْنُهُ عِوَضًا عَنْهُ.

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.