ยอห์น
Chapter 5
Freedom Bible (Thai)

Read in

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Brezhoneg (Breton Gospels, 1827)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Meriam Mir GospelsOld Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Cornilescu Bible (1924), Cyrillic scriptSynodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsFreedom Bible (Thai)Tongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)
vs Freedom Bible (Thai)

Compare with

Smith–Van Dyck Arabic Bible (فان دايك)Brezhoneg (Breton Gospels, 1827)Judson Burmese Bible (1840)Chamorro: Gospels, Acts and PsalmsChinese Union Version, punctuated (Simplified)Chinese Union Version, punctuated (Traditional)Coptic New TestamentCoptic New Testament (Bohairic)Kralice Bible (1613)Testamenta Marra (Dieri New Testament)Petrus Canisius Bible, 1939 (De Heilige Schrift)Asang Khongca Bible (Eastern Khumi Chin, 2019)Berean Standard BibleDouay-Rheims Bible, American Edition (1899)King James Version with ApocryphaWorld English BibleLondona Biblio (Esperanto, 1910)Louis Segond 1910Lutherbibel 1912Greek New Testament, word by word (STEPBible TAGNT)Greek New Testament: 1904 Patriarchal Text (Byzantine)Greek New Testament: Byzantine Text (Robinson–Pierpont 2018)Greek New Testament: Textus ReceptusSBL Greek New TestamentBaibala Hemolele (Hawaiian Bible, 1868 revision)Modern Hebrew BibleDiodati Bibbia 1885Freedom Bible (フリーダム・バイブル)Korean Bible, 1910 (한국어 성경)Bible Mutal (Kosraean)Clementine Vulgate, 1598Baibal Olcim (Matupi Chin)Meriam Mir GospelsOld Persian Version (ترجمه قدیم)Kadede Kap (Pohnpeian New Testament and Psalms)Bíblia Portuguesa Mundial (Brazilian Portuguese)Cornilescu Bible (1924), Cyrillic scriptSynodal Translation (Синодальный перевод)Daničić–Karadžić Bible (1868), CyrillicReina-Valera 1909Biblia Takatifu (Swahili): New Testament portionsTongan Bible, Revised West VersionKulish and Puluj Bible (1905)Vietnamese Bible (1923 translation)Stop comparing
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

ยอห์น 5

Freedom Bible (Thai)
Freedom Bible (Thai)
1หลัง​จาก​นั้น มี​เทศกาล​หนึ่ง​ของ​ชาวยิว และ​พระเยซู​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเล็ม
1หลัง​จาก​นั้น มี​เทศกาล​หนึ่ง​ของ​ชาวยิว และ​พระเยซู​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเล็ม
2ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ใกล้​ประตู​แกะ มี​สระ​แห่ง​หนึ่ง​ซึ่ง​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เรียกว่า “เบเธสดา” มี​ระเบียง​ที่​มี​หลังคา​ห้า​แห่ง
2ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ใกล้​ประตู​แกะ มี​สระ​แห่ง​หนึ่ง​ซึ่ง​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เรียกว่า “เบเธสดา” มี​ระเบียง​ที่​มี​หลังคา​ห้า​แห่ง
3คนป่วย​จำนวน​มาก คนตาบอด คนขาพิการ และ​คน​เป็น​อัมพาต นอน​อยู่​ตาม​ระเบียง​เหล่านั้น รอ​ให้​น้ำ​กระเพื่อม
3คนป่วย​จำนวน​มาก คนตาบอด คนขาพิการ และ​คน​เป็น​อัมพาต นอน​อยู่​ตาม​ระเบียง​เหล่านั้น รอ​ให้​น้ำ​กระเพื่อม
4เพราะ​บางครั้ง​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ลง​ไป​ใน​สระ​และ​ทำ​ให้​น้ำ​กระเพื่อม หลัง​จาก​น้ำ​กระเพื่อม ใคร​ลง​ไป​ก่อน​ก็​จะ​หาย​จาก​โรค​ที่​เป็น​อยู่ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​โรค​อะไร
4เพราะ​บางครั้ง​ทูตสวรรค์​องค์​หนึ่ง​ลง​ไป​ใน​สระ​และ​ทำ​ให้​น้ำ​กระเพื่อม หลัง​จาก​น้ำ​กระเพื่อม ใคร​ลง​ไป​ก่อน​ก็​จะ​หาย​จาก​โรค​ที่​เป็น​อยู่ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​โรค​อะไร
5ที่​นั่น​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ป่วย​มา​สามสิบแปด​ปี​แล้ว
5ที่​นั่น​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ป่วย​มา​สามสิบแปด​ปี​แล้ว
6เมื่อ​พระเยซู​เห็น​เขา​นอน​อยู่​และ​รู้​ว่า​เขา​ป่วย​มา​นาน พระองค์​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​อยาก​หายดี​ไหม?”
6เมื่อ​พระเยซู​เห็น​เขา​นอน​อยู่​และ​รู้​ว่า​เขา​ป่วย​มา​นาน พระองค์​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​อยาก​หายดี​ไหม?”
7คนป่วย​ตอบ​พระองค์​ว่า “ท่าน​ครับ ผม​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​พา​ผม​ลง​สระ​ตอน​ที่​น้ำ​กระเพื่อม พอ​ผม​กำลัง​จะ​ลง คนอื่น​ก็​ลง​ไป​ก่อน​ผม”
7คนป่วย​ตอบ​พระองค์​ว่า “ท่าน​ครับ ผม​ไม่​มี​ใคร​ช่วย​พา​ผม​ลง​สระ​ตอน​ที่​น้ำ​กระเพื่อม พอ​ผม​กำลัง​จะ​ลง คนอื่น​ก็​ลง​ไป​ก่อน​ผม”
8พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ลุก​ขึ้น หยิบ​เสื่อ​ของ​ท่าน แล้ว​เดิน​ไป​เถอะ”
8พระเยซู​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ลุก​ขึ้น หยิบ​เสื่อ​ของ​ท่าน แล้ว​เดิน​ไป​เถอะ”
9ชาย​คนนั้น​ก็​หายดี​ทันที เขา​หยิบ​เสื่อ​ของ​ตน​แล้ว​เดิน​ไป วัน​นั้น​เป็น​วัน​สะบาโต
9ชาย​คนนั้น​ก็​หายดี​ทันที เขา​หยิบ​เสื่อ​ของ​ตน​แล้ว​เดิน​ไป วัน​นั้น​เป็น​วัน​สะบาโต
10ชาวยิว​จึง​พูด​กับ​ชาย​ที่​หาย​โรค​ว่า “วัน​นี้​เป็น​วัน​สะบาโต ท่าน​ไม่​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​แบก​เสื่อ”
10ชาวยิว​จึง​พูด​กับ​ชาย​ที่​หาย​โรค​ว่า “วัน​นี้​เป็น​วัน​สะบาโต ท่าน​ไม่​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​แบก​เสื่อ”
11เขา​ตอบ​ว่า “คน​ที่​ทำ​ให้​ผม​หายดี​บอก​ผม​ว่า ‘หยิบ​เสื่อ​ของ​ท่าน แล้ว​เดิน​ไป’ ”
11เขา​ตอบ​ว่า “คน​ที่​ทำ​ให้​ผม​หายดี​บอก​ผม​ว่า ‘หยิบ​เสื่อ​ของ​ท่าน แล้ว​เดิน​ไป’ ”
12พวกเขา​จึง​ถาม​เขา​ว่า “คน​ที่​บอก​ท่าน​ว่า ‘หยิบ​เสื่อ​ของ​ท่าน แล้ว​เดิน​ไป’ คือ​ใคร?”
12พวกเขา​จึง​ถาม​เขา​ว่า “คน​ที่​บอก​ท่าน​ว่า ‘หยิบ​เสื่อ​ของ​ท่าน แล้ว​เดิน​ไป’ คือ​ใคร?”
13แต่​ชาย​ที่​หายดี​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​ใคร เพราะ​พระเยซู​หลบ​ออก​ไป​ท่ามกลาง​ฝูงชน​ที่​อยู่​ตรงนั้น​แล้ว
13แต่​ชาย​ที่​หายดี​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​ใคร เพราะ​พระเยซู​หลบ​ออก​ไป​ท่ามกลาง​ฝูงชน​ที่​อยู่​ตรงนั้น​แล้ว
14ต่อมา​พระเยซู​พบ​เขา​ใน​พระวิหาร และ​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ ตอนนี้​ท่าน​หายดี​แล้ว อย่า​ทำ​บาป​อีก เพื่อ​จะ​ไม่​มี​สิ่ง​ที่​เลวร้าย​กว่า​นี้​เกิด​ขึ้น​กับ​ท่าน”
14ต่อมา​พระเยซู​พบ​เขา​ใน​พระวิหาร และ​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “ดูสิ ตอนนี้​ท่าน​หายดี​แล้ว อย่า​ทำ​บาป​อีก เพื่อ​จะ​ไม่​มี​สิ่ง​ที่​เลวร้าย​กว่า​นี้​เกิด​ขึ้น​กับ​ท่าน”
15ชาย​คนนั้น​จึง​ไป​บอก​ชาวยิว​ว่า ผู้​ที่​ทำ​ให้​เขา​หายดี​คือ​พระเยซู
15ชาย​คนนั้น​จึง​ไป​บอก​ชาวยิว​ว่า ผู้​ที่​ทำ​ให้​เขา​หายดี​คือ​พระเยซู
16ชาวยิว​จึง​ข่มเหง​พระเยซู​และ​พยายาม​จะ​ฆ่า​พระองค์ เพราะ​พระองค์​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ใน​วัน​สะบาโต
16ชาวยิว​จึง​ข่มเหง​พระเยซู​และ​พยายาม​จะ​ฆ่า​พระองค์ เพราะ​พระองค์​ทำ​สิ่ง​เหล่านี้​ใน​วัน​สะบาโต
17แต่​พระเยซู​ตอบ​พวกเขา​ว่า “พระบิดา​ของ​เรา​ยัง​ทำงาน​อยู่ เรา​ก็​ทำงาน​เช่นกัน”
17แต่​พระเยซู​ตอบ​พวกเขา​ว่า “พระบิดา​ของ​เรา​ยัง​ทำงาน​อยู่ เรา​ก็​ทำงาน​เช่นกัน”
18ชาวยิว​จึง​ยิ่ง​พยายาม​จะ​ฆ่า​พระองค์ เพราะ​พระองค์​ไม่​เพียงแต่​ละเมิด​วัน​สะบาโต แต่​ยัง​เรียก​พระเจ้า​ว่า​พระบิดา​ของ​พระองค์​เอง ทำ​ให้​ตนเอง​เสมอ​กับ​พระเจ้า
18ชาวยิว​จึง​ยิ่ง​พยายาม​จะ​ฆ่า​พระองค์ เพราะ​พระองค์​ไม่​เพียงแต่​ละเมิด​วัน​สะบาโต แต่​ยัง​เรียก​พระเจ้า​ว่า​พระบิดา​ของ​พระองค์​เอง ทำ​ให้​ตนเอง​เสมอ​กับ​พระเจ้า
19พระเยซู​จึง​ตอบ​พวกเขา​ว่า “เรา​ขอ​ยืนยัน​กับ​พวกคุณ​ว่า พระบุตร​ไม่​สามารถ​ทำ​อะไร​ด้วย​ตนเอง​ได้ นอกจาก​สิ่ง​ที่​พระองค์​เห็น​พระบิดา​ทำ เพราะ​สิ่ง​ใด​ที่​พระบิดา​ทำ พระบุตร​ก็​ทำ​สิ่ง​นั้น​เช่นเดียวกัน
19พระเยซู​จึง​ตอบ​พวกเขา​ว่า “เรา​ขอ​ยืนยัน​กับ​พวกคุณ​ว่า พระบุตร​ไม่​สามารถ​ทำ​อะไร​ด้วย​ตนเอง​ได้ นอกจาก​สิ่ง​ที่​พระองค์​เห็น​พระบิดา​ทำ เพราะ​สิ่ง​ใด​ที่​พระบิดา​ทำ พระบุตร​ก็​ทำ​สิ่ง​นั้น​เช่นเดียวกัน
20เพราะ​พระบิดา​รัก​พระบุตร และ​แสดง​ทุกสิ่ง​ที่​พระองค์​เอง​ทำ​ให้​พระบุตร​เห็น พระองค์​จะ​แสดง​งาน​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​สิ่ง​เหล่านี้​ให้​พระบุตร​เห็น เพื่อ​ให้​พวกคุณ​ประหลาดใจ
20เพราะ​พระบิดา​รัก​พระบุตร และ​แสดง​ทุกสิ่ง​ที่​พระองค์​เอง​ทำ​ให้​พระบุตร​เห็น พระองค์​จะ​แสดง​งาน​ที่​ยิ่งใหญ่​กว่า​สิ่ง​เหล่านี้​ให้​พระบุตร​เห็น เพื่อ​ให้​พวกคุณ​ประหลาดใจ
21เพราะ​พระบิดา​ทำ​ให้​คนตาย​ฟื้น​ขึ้น​และ​ประทาน​ชีวิต​แก่​พวกเขา​ฉันใด พระบุตร​ก็​ประทาน​ชีวิต​แก่​ผู้​ที่​พระองค์​ปรารถนา​ฉันนั้น
21เพราะ​พระบิดา​ทำ​ให้​คนตาย​ฟื้น​ขึ้น​และ​ประทาน​ชีวิต​แก่​พวกเขา​ฉันใด พระบุตร​ก็​ประทาน​ชีวิต​แก่​ผู้​ที่​พระองค์​ปรารถนา​ฉันนั้น
22พระบิดา​ไม่​พิพากษา​ใคร แต่​มอบ​การ​พิพากษา​ทั้งหมด​ให้​พระบุตร
22พระบิดา​ไม่​พิพากษา​ใคร แต่​มอบ​การ​พิพากษา​ทั้งหมด​ให้​พระบุตร
23เพื่อ​ให้​ทุกคน​ให้​เกียรติ​พระบุตร​เหมือน​ที่​ให้​เกียรติ​พระบิดา ผู้​ที่​ไม่​ให้​เกียรติ​พระบุตร ก็​ไม่​ให้​เกียรติ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​พระบุตร​มา
23เพื่อ​ให้​ทุกคน​ให้​เกียรติ​พระบุตร​เหมือน​ที่​ให้​เกียรติ​พระบิดา ผู้​ที่​ไม่​ให้​เกียรติ​พระบุตร ก็​ไม่​ให้​เกียรติ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​พระบุตร​มา
24“เรา​ขอ​ยืนยัน​กับ​พวกคุณ​ว่า ผู้​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เรา​และ​เชื่อ​พระองค์​ผู้​ส่ง​เรา​มา มี​ชีวิตนิรันดร์ และ​จะ​ไม่​ถูก​พิพากษา แต่​ได้​ผ่าน​พ้น​จาก​ความตาย​เข้า​สู่​ชีวิต​แล้ว
24“เรา​ขอ​ยืนยัน​กับ​พวกคุณ​ว่า ผู้​ที่​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​เรา​และ​เชื่อ​พระองค์​ผู้​ส่ง​เรา​มา มี​ชีวิตนิรันดร์ และ​จะ​ไม่​ถูก​พิพากษา แต่​ได้​ผ่าน​พ้น​จาก​ความตาย​เข้า​สู่​ชีวิต​แล้ว
25เรา​ขอ​ยืนยัน​กับ​พวกคุณ​ว่า วาระ​กำลัง​มา และ​บัดนี้​ก็​มาถึง​แล้ว เมื่อ​คนตาย​จะ​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า และ​ผู้​ที่​ได้ยิน​จะ​มี​ชีวิต
25เรา​ขอ​ยืนยัน​กับ​พวกคุณ​ว่า วาระ​กำลัง​มา และ​บัดนี้​ก็​มาถึง​แล้ว เมื่อ​คนตาย​จะ​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระบุตร​ของ​พระเจ้า และ​ผู้​ที่​ได้ยิน​จะ​มี​ชีวิต
26เพราะ​พระบิดา​มี​ชีวิต​ใน​พระองค์​เอง​ฉันใด พระองค์​ก็​ให้​พระบุตร​มี​ชีวิต​ใน​พระองค์​เอง​ฉันนั้น
26เพราะ​พระบิดา​มี​ชีวิต​ใน​พระองค์​เอง​ฉันใด พระองค์​ก็​ให้​พระบุตร​มี​ชีวิต​ใน​พระองค์​เอง​ฉันนั้น
27และ​พระบิดา​ยัง​มอบ​สิทธิอำนาจ​ให้​พระบุตร​ทำ​การ​พิพากษา เพราะ​พระองค์​เป็น​มนุษย์
27และ​พระบิดา​ยัง​มอบ​สิทธิอำนาจ​ให้​พระบุตร​ทำ​การ​พิพากษา เพราะ​พระองค์​เป็น​มนุษย์
28อย่า​ประหลาดใจ​ใน​เรื่อง​นี้ เพราะ​วาระ​กำลัง​มา เมื่อ​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​ที่​ฝังศพ​จะ​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระองค์
28อย่า​ประหลาดใจ​ใน​เรื่อง​นี้ เพราะ​วาระ​กำลัง​มา เมื่อ​ทุกคน​ที่​อยู่​ใน​ที่​ฝังศพ​จะ​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระองค์
29แล้ว​จะ​ออก​มา ผู้​ที่​ทำ​ความดี​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​เพื่อ​มี​ชีวิต ส่วน​ผู้​ที่​ทำ​ความชั่ว​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​เพื่อ​รับ​การ​พิพากษา
29แล้ว​จะ​ออก​มา ผู้​ที่​ทำ​ความดี​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​เพื่อ​มี​ชีวิต ส่วน​ผู้​ที่​ทำ​ความชั่ว​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย​เพื่อ​รับ​การ​พิพากษา
30เรา​ไม่​สามารถ​ทำ​อะไร​ด้วย​ตนเอง​ได้ เรา​พิพากษา​ตาม​ที่​เรา​ได้ยิน และ​การ​พิพากษา​ของ​เรา​ชอบธรรม เพราะ​เรา​ไม่​แสวงหา​ความประสงค์​ของ​เรา​เอง แต่​แสวงหา​ความประสงค์​ของ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​เรา​มา
30เรา​ไม่​สามารถ​ทำ​อะไร​ด้วย​ตนเอง​ได้ เรา​พิพากษา​ตาม​ที่​เรา​ได้ยิน และ​การ​พิพากษา​ของ​เรา​ชอบธรรม เพราะ​เรา​ไม่​แสวงหา​ความประสงค์​ของ​เรา​เอง แต่​แสวงหา​ความประสงค์​ของ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​เรา​มา
31“ถ้า​เรา​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​ตัว​เรา​เอง คำพยาน​ของ​เรา​ก็​ใช้​ยืนยัน​ไม่​ได้
31“ถ้า​เรา​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​ตัว​เรา​เอง คำพยาน​ของ​เรา​ก็​ใช้​ยืนยัน​ไม่​ได้
32มี​อีก​ผู้​หนึ่ง​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา และ​เรา​รู้​ว่า​คำพยาน​ที่​ผู้​นั้น​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา​นั้น​เป็น​ความจริง
32มี​อีก​ผู้​หนึ่ง​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา และ​เรา​รู้​ว่า​คำพยาน​ที่​ผู้​นั้น​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา​นั้น​เป็น​ความจริง
33พวกคุณ​ส่ง​คน​ไป​หา​ยอห์น และ​เขา​ได้​เป็นพยานยืนยัน​ถึง​ความจริง
33พวกคุณ​ส่ง​คน​ไป​หา​ยอห์น และ​เขา​ได้​เป็นพยานยืนยัน​ถึง​ความจริง
34แต่​คำพยาน​ที่​เรา​รับ​นั้น​ไม่​ได้​มา​จาก​มนุษย์ ถึงอย่างนั้น เรา​พูด​สิ่ง​เหล่านี้​เพื่อ​ให้​พวกคุณ​รอด
34แต่​คำพยาน​ที่​เรา​รับ​นั้น​ไม่​ได้​มา​จาก​มนุษย์ ถึงอย่างนั้น เรา​พูด​สิ่ง​เหล่านี้​เพื่อ​ให้​พวกคุณ​รอด
35ยอห์น​เป็น​ตะเกียง​ที่​ลุกโชน​และ​ส่องสว่าง และ​พวกคุณ​เต็มใจ​ที่​จะ​ชื่นชม​ยินดี​อยู่​ชั่วครู่​ใน​ความสว่าง​ของ​เขา
35ยอห์น​เป็น​ตะเกียง​ที่​ลุกโชน​และ​ส่องสว่าง และ​พวกคุณ​เต็มใจ​ที่​จะ​ชื่นชม​ยินดี​อยู่​ชั่วครู่​ใน​ความสว่าง​ของ​เขา
36แต่​คำพยาน​ที่​เรา​มี​นั้น​ยิ่งใหญ่​กว่า​คำพยาน​ของ​ยอห์น เพราะ​งาน​ต่าง ๆ ที่​พระบิดา​มอบ​ให้​เรา​ทำ​ให้​สำเร็จ คือ​งาน​ที่​เรา​กำลัง​ทำ​อยู่​นี้เอง เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา​ว่า​พระบิดา​ส่ง​เรา​มา
36แต่​คำพยาน​ที่​เรา​มี​นั้น​ยิ่งใหญ่​กว่า​คำพยาน​ของ​ยอห์น เพราะ​งาน​ต่าง ๆ ที่​พระบิดา​มอบ​ให้​เรา​ทำ​ให้​สำเร็จ คือ​งาน​ที่​เรา​กำลัง​ทำ​อยู่​นี้เอง เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา​ว่า​พระบิดา​ส่ง​เรา​มา
37และ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​เรา​มา ก็​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา​ด้วย พวกคุณ​ไม่​เคย​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระองค์ หรือ​เห็น​รูปลักษณ์​ของ​พระองค์
37และ​พระบิดา​ผู้​ส่ง​เรา​มา ก็​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา​ด้วย พวกคุณ​ไม่​เคย​ได้ยิน​เสียง​ของ​พระองค์ หรือ​เห็น​รูปลักษณ์​ของ​พระองค์
38และ​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์​ก็​ไม่​ได้​อยู่​ใน​พวกคุณ เพราะ​พวกคุณ​ไม่​เชื่อ​ผู้​ที่​พระองค์​ส่ง​มา
38และ​ถ้อยคำ​ของ​พระองค์​ก็​ไม่​ได้​อยู่​ใน​พวกคุณ เพราะ​พวกคุณ​ไม่​เชื่อ​ผู้​ที่​พระองค์​ส่ง​มา
39“พวกคุณ​ค้นดู​พระคัมภีร์ เพราะ​คิด​ว่า​ใน​พระคัมภีร์​นั้น​พวกคุณ​มี​ชีวิตนิรันดร์ และ​พระคัมภีร์​เหล่านี้​เอง​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา
39“พวกคุณ​ค้นดู​พระคัมภีร์ เพราะ​คิด​ว่า​ใน​พระคัมภีร์​นั้น​พวกคุณ​มี​ชีวิตนิรันดร์ และ​พระคัมภีร์​เหล่านี้​เอง​เป็นพยานยืนยัน​เรื่อง​เรา
40แต่​พวกคุณ​กลับ​ไม่​ยอม​มา​หา​เรา​เพื่อ​จะ​มี​ชีวิต
40แต่​พวกคุณ​กลับ​ไม่​ยอม​มา​หา​เรา​เพื่อ​จะ​มี​ชีวิต
41เรา​ไม่​รับ​เกียรติ​จาก​มนุษย์
41เรา​ไม่​รับ​เกียรติ​จาก​มนุษย์
42แต่​เรา​รู้จัก​พวกคุณ และ​รู้​ว่า​พวกคุณ​ไม่​มี​ความรัก​ของ​พระเจ้า​อยู่​ใน​ตัว
42แต่​เรา​รู้จัก​พวกคุณ และ​รู้​ว่า​พวกคุณ​ไม่​มี​ความรัก​ของ​พระเจ้า​อยู่​ใน​ตัว
43เรา​มา​ใน​พระนาม​ของ​พระบิดา​ของ​เรา แต่​พวกคุณ​ไม่​ยอมรับ​เรา ถ้า​คนอื่น​มา​ใน​นาม​ของ​ตนเอง พวกคุณ​กลับ​จะ​ยอมรับ​เขา
43เรา​มา​ใน​พระนาม​ของ​พระบิดา​ของ​เรา แต่​พวกคุณ​ไม่​ยอมรับ​เรา ถ้า​คนอื่น​มา​ใน​นาม​ของ​ตนเอง พวกคุณ​กลับ​จะ​ยอมรับ​เขา
44พวกคุณ​จะ​เชื่อ​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​รับ​เกียรติ​จาก​กัน​และ​กัน แต่​ไม่​แสวงหา​เกียรติ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า​องค์เดียว?
44พวกคุณ​จะ​เชื่อ​ได้​อย่างไร ใน​เมื่อ​รับ​เกียรติ​จาก​กัน​และ​กัน แต่​ไม่​แสวงหา​เกียรติ​ที่​มา​จาก​พระเจ้า​องค์เดียว?
45“อย่า​คิด​ว่า​เรา​จะ​กล่าวหา​พวกคุณ​ต่อ​พระบิดา ผู้​ที่​กล่าวหา​พวกคุณ​คือ​โมเสส ผู้​ที่​พวกคุณ​ฝาก​ความหวัง​ไว้
45“อย่า​คิด​ว่า​เรา​จะ​กล่าวหา​พวกคุณ​ต่อ​พระบิดา ผู้​ที่​กล่าวหา​พวกคุณ​คือ​โมเสส ผู้​ที่​พวกคุณ​ฝาก​ความหวัง​ไว้
46เพราะ​ถ้า​พวกคุณ​เชื่อ​โมเสส พวกคุณ​ก็​จะ​เชื่อ​เรา เพราะ​โมเสส​เขียน​ถึง​เรา
46เพราะ​ถ้า​พวกคุณ​เชื่อ​โมเสส พวกคุณ​ก็​จะ​เชื่อ​เรา เพราะ​โมเสส​เขียน​ถึง​เรา
47แต่​ถ้า​พวกคุณ​ไม่​เชื่อ​ข้อเขียน​ของ​เขา แล้ว​จะ​เชื่อ​ถ้อยคำ​ของ​เรา​ได้​อย่างไร?”
47แต่​ถ้า​พวกคุณ​ไม่​เชื่อ​ข้อเขียน​ของ​เขา แล้ว​จะ​เชื่อ​ถ้อยคำ​ของ​เรา​ได้​อย่างไร?”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.