ΚΑΤΑ ΙΩΑΝΝΗΝ 4
SBL Greek New TestamentOriginal language
SBL Greek New Testament
Freedom Bible (Thai)
1Ὡς οὖν ἔγνω ὁ ⸀Ἰησοῦς ὅτι ἤκουσαν οἱ Φαρισαῖοι ὅτι Ἰησοῦς πλείονας μαθητὰς ποιεῖ καὶ βαπτίζει ἢ Ἰωάννης—
1เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้ารู้ว่า พวกฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูกำลังทำให้คนเป็นสาวก และให้คนรับบัพติศมามากกว่ายอห์น
2καίτοιγε Ἰησοῦς αὐτὸς οὐκ ἐβάπτιζεν ἀλλʼ οἱ μαθηταὶ αὐτοῦ—
2(แม้ว่าพระเยซูเองไม่ได้ให้คนรับบัพติศมา แต่สาวกของพระองค์เป็นผู้ให้คนรับบัพติศมา)
3ἀφῆκεν τὴν Ἰουδαίαν καὶ ἀπῆλθεν ⸀πάλιν εἰς τὴν Γαλιλαίαν.
3พระองค์จึงออกจากยูเดีย และกลับไปยังแคว้นกาลิลี
4ἔδει δὲ αὐτὸν διέρχεσθαι διὰ τῆς Σαμαρείας.
4พระองค์จำเป็นต้องผ่านแคว้นสะมาเรีย
5ἔρχεται οὖν εἰς πόλιν τῆς Σαμαρείας λεγομένην Συχὰρ πλησίον τοῦ χωρίου ὃ ἔδωκεν Ἰακὼβ ⸀τῷ Ἰωσὴφ τῷ υἱῷ αὐτοῦ·
5พระองค์จึงมาถึงเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรียชื่อสิคาร์ อยู่ใกล้ที่ดินผืนหนึ่งที่ยาโคบยกให้โยเซฟบุตรของเขา
6ἦν δὲ ἐκεῖ πηγὴ τοῦ Ἰακώβ. ὁ οὖν Ἰησοῦς κεκοπιακὼς ἐκ τῆς ὁδοιπορίας ἐκαθέζετο οὕτως ἐπὶ τῇ πηγῇ· ὥρα ἦν ⸀ὡς ἕκτη.
6บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น พระเยซูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำ เวลานั้นประมาณชั่วโมงที่หก
7Ἔρχεται γυνὴ ἐκ τῆς Σαμαρείας ἀντλῆσαι ὕδωρ. λέγει αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· Δός μοι πεῖν·
7หญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ พระเยซูกล่าวกับนางว่า “ขอน้ำให้เราดื่มหน่อย”
8οἱ γὰρ μαθηταὶ αὐτοῦ ἀπεληλύθεισαν εἰς τὴν πόλιν, ἵνα τροφὰς ἀγοράσωσιν.
8เพราะสาวกของพระองค์เข้าไปในเมืองเพื่อซื้ออาหาร
9λέγει οὖν αὐτῷ ἡ γυνὴ ἡ Σαμαρῖτις· Πῶς σὺ Ἰουδαῖος ὢν παρʼ ἐμοῦ πεῖν αἰτεῖς ⸂γυναικὸς Σαμαρίτιδος οὔσης⸃; οὐ γὰρ συγχρῶνται Ἰουδαῖοι Σαμαρίταις.
9หญิงชาวสะมาเรียจึงถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นชาวยิว ส่วนดิฉันเป็นหญิงชาวสะมาเรีย แล้วท่านมาขอน้ำจากดิฉันดื่มได้อย่างไร?” (เพราะชาวยิวไม่คบหากับชาวสะมาเรีย)
10ἀπεκρίθη Ἰησοῦς καὶ εἶπεν αὐτῇ· Εἰ ᾔδεις τὴν δωρεὰν τοῦ θεοῦ καὶ τίς ἐστιν ὁ λέγων σοι· Δός μοι πεῖν, σὺ ἂν ᾔτησας αὐτὸν καὶ ἔδωκεν ἄν σοι ὕδωρ ζῶν.
10พระเยซูตอบนางว่า “ถ้าท่านรู้จักของประทานจากพระเจ้า และรู้ว่าใครกำลังพูดกับท่านว่า ‘ขอน้ำให้เราดื่มหน่อย’ ท่านคงขอจากผู้นั้น และผู้นั้นคงให้น้ำที่มีชีวิตแก่ท่าน”
11λέγει αὐτῷ ⸂ἡ γυνή⸃· Κύριε, οὔτε ἄντλημα ἔχεις καὶ τὸ φρέαρ ἐστὶν βαθύ· πόθεν οὖν ἔχεις τὸ ὕδωρ τὸ ζῶν;
11หญิงนั้นกล่าวกับพระองค์ว่า “ท่านคะ ท่านไม่มีอะไรใช้ตักน้ำ และบ่อก็ลึก แล้วท่านจะเอาน้ำที่มีชีวิตนั้นมาจากไหน?
12μὴ σὺ μείζων εἶ τοῦ πατρὸς ἡμῶν Ἰακώβ, ὃς ἔδωκεν ἡμῖν τὸ φρέαρ καὶ αὐτὸς ἐξ αὐτοῦ ἔπιεν καὶ οἱ υἱοὶ αὐτοῦ καὶ τὰ θρέμματα αὐτοῦ;
12ท่านยิ่งใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของพวกเราหรือ? ยาโคบเป็นผู้ให้บ่อนี้แก่พวกเรา และยาโคบเองก็ดื่มน้ำจากบ่อนี้ รวมทั้งลูก ๆ และฝูงสัตว์ของเขาด้วย”
13ἀπεκρίθη Ἰησοῦς καὶ εἶπεν αὐτῇ· Πᾶς ὁ πίνων ἐκ τοῦ ὕδατος τούτου διψήσει πάλιν·
13พระเยซูตอบนางว่า “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก
14ὃς δʼ ἂν πίῃ ἐκ τοῦ ὕδατος οὗ ἐγὼ δώσω αὐτῷ, οὐ μὴ ⸀διψήσει εἰς τὸν αἰῶνα, ἀλλὰ τὸ ὕδωρ ὃ δώσω αὐτῷ γενήσεται ἐν αὐτῷ πηγὴ ὕδατος ἁλλομένου εἰς ζωὴν αἰώνιον.
14แต่คนที่ดื่มน้ำที่เราจะให้ จะไม่กระหายอีกเลย น้ำที่เราจะให้เขาจะกลายเป็นแหล่งน้ำในตัวเขา ซึ่งพุ่งขึ้นสู่ชีวิตนิรันดร์”
15λέγει πρὸς αὐτὸν ἡ γυνή· Κύριε, δός μοι τοῦτο τὸ ὕδωρ, ἵνα μὴ διψῶ μηδὲ ⸀διέρχωμαι ἐνθάδε ἀντλεῖν.
15หญิงนั้นกล่าวกับพระองค์ว่า “ท่านคะ โปรดให้น้ำนี้แก่ดิฉัน เพื่อดิฉันจะไม่กระหาย และไม่ต้องเดินมาถึงที่นี่เพื่อตักน้ำอีก”
16Λέγει ⸀αὐτῇ· Ὕπαγε φώνησον ⸂τὸν ἄνδρα σου⸃ καὶ ἐλθὲ ἐνθάδε.
16พระเยซูกล่าวกับนางว่า “ไปเรียกสามีของท่าน แล้วกลับมาที่นี่”
17ἀπεκρίθη ἡ γυνὴ καὶ εἶπεν ⸀αὐτῷ· Οὐκ ἔχω ἄνδρα. λέγει αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· Καλῶς εἶπας ὅτι Ἄνδρα οὐκ ἔχω·
17หญิงนั้นตอบว่า “ดิฉันไม่มีสามี” พระเยซูกล่าวกับนางว่า “ท่านพูดถูกแล้วที่ว่า ‘ข้าพเจ้าไม่มีสามี’
18πέντε γὰρ ἄνδρας ἔσχες, καὶ νῦν ὃν ἔχεις οὐκ ἔστιν σου ἀνήρ· τοῦτο ἀληθὲς εἴρηκας.
18เพราะท่านเคยมีสามีมาห้าคน และผู้ชายที่อยู่กับท่านตอนนี้ก็ไม่ใช่สามีของท่าน เรื่องนี้ท่านพูดความจริง”
19λέγει αὐτῷ ἡ γυνή· Κύριε, θεωρῶ ὅτι προφήτης εἶ σύ.
19หญิงนั้นกล่าวกับพระองค์ว่า “ท่านคะ ดิฉันเห็นแล้วว่าท่านเป็นผู้เผยพระวจนะ
20οἱ πατέρες ἡμῶν ἐν τῷ ὄρει τούτῳ προσεκύνησαν· καὶ ὑμεῖς λέγετε ὅτι ἐν Ἱεροσολύμοις ἐστὶν ὁ τόπος ὅπου ⸂προσκυνεῖν δεῖ⸃.
20บรรพบุรุษของพวกเรานมัสการบนภูเขาลูกนี้ แต่พวกคุณชาวยิวบอกว่า สถานที่ที่ควรนมัสการคือกรุงเยรูซาเล็ม”
21λέγει αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· ⸂Πίστευέ μοι, γύναι⸃, ὅτι ἔρχεται ὥρα ὅτε οὔτε ἐν τῷ ὄρει τούτῳ οὔτε ἐν Ἱεροσολύμοις προσκυνήσετε τῷ πατρί.
21พระเยซูกล่าวกับนางว่า “หญิงเอ๋ย เชื่อเราเถอะ วาระกำลังมา เมื่อพวกคุณจะนมัสการพระบิดา ไม่ใช่ที่ภูเขาลูกนี้ และไม่ใช่ที่กรุงเยรูซาเล็ม
22ὑμεῖς προσκυνεῖτε ὃ οὐκ οἴδατε, ἡμεῖς προσκυνοῦμεν ὃ οἴδαμεν, ὅτι ἡ σωτηρία ἐκ τῶν Ἰουδαίων ἐστίν·
22พวกคุณนมัสการสิ่งที่พวกคุณไม่รู้จัก ส่วนพวกเรานมัสการสิ่งที่พวกเรารู้จัก เพราะความรอดมาจากชาวยิว
23ἀλλὰ ἔρχεται ὥρα καὶ νῦν ἐστιν, ὅτε οἱ ἀληθινοὶ προσκυνηταὶ προσκυνήσουσιν τῷ πατρὶ ἐν πνεύματι καὶ ἀληθείᾳ, καὶ γὰρ ὁ πατὴρ τοιούτους ζητεῖ τοὺς προσκυνοῦντας αὐτόν·
23แต่วาระกำลังมา และมาถึงแล้ว เมื่อผู้นมัสการที่แท้จริงจะนมัสการพระบิดาด้วยวิญญาณและความจริง เพราะพระบิดากำลังแสวงหาผู้ที่จะนมัสการพระองค์เช่นนี้
24πνεῦμα ὁ θεός, καὶ τοὺς προσκυνοῦντας αὐτὸν ἐν πνεύματι καὶ ἀληθείᾳ δεῖ προσκυνεῖν.
24พระเจ้าเป็นวิญญาณ และคนที่นมัสการพระองค์ต้องนมัสการด้วยวิญญาณและความจริง”
25λέγει αὐτῷ ἡ γυνή· Οἶδα ὅτι Μεσσίας ἔρχεται, ὁ λεγόμενος χριστός· ὅταν ἔλθῃ ἐκεῖνος, ἀναγγελεῖ ἡμῖν ⸀ἅπαντα.
25หญิงนั้นกล่าวกับพระองค์ว่า “ดิฉันรู้ว่าพระเมสสิยาห์กำลังมา คือผู้ที่เรียกว่า พระคริสต์ เมื่อพระองค์มา พระองค์จะบอกทุกสิ่งแก่พวกเรา”
26λέγει αὐτῇ ὁ Ἰησοῦς· Ἐγώ εἰμι, ὁ λαλῶν σοι.
26พระเยซูกล่าวกับนางว่า “เราเองคือผู้นั้น ผู้ที่กำลังพูดกับท่าน”
27Καὶ ἐπὶ τούτῳ ἦλθαν οἱ μαθηταὶ αὐτοῦ, καὶ ⸀ἐθαύμαζον ὅτι μετὰ γυναικὸς ἐλάλει· οὐδεὶς μέντοι εἶπεν· Τί ζητεῖς; ἢ τί λαλεῖς μετʼ αὐτῆς;
27ในตอนนั้นเอง สาวกของพระองค์ก็กลับมา พวกเขาประหลาดใจที่พระองค์กำลังพูดกับผู้หญิง แต่ไม่มีใครถามว่า “กำลังหาอะไรอยู่?” หรือ “ทำไมท่านจึงพูดกับนาง?”
28ἀφῆκεν οὖν τὴν ὑδρίαν αὐτῆς ἡ γυνὴ καὶ ἀπῆλθεν εἰς τὴν πόλιν καὶ λέγει τοῖς ἀνθρώποις·
28หญิงนั้นจึงทิ้งหม้อน้ำไว้ แล้วเข้าไปในเมืองและบอกผู้คนว่า
29Δεῦτε ἴδετε ἄνθρωπον ὃς εἶπέ μοι πάντα ⸀ὅσα ἐποίησα· μήτι οὗτός ἐστιν ὁ χριστός;
29“มาดูชายคนหนึ่งที่บอกทุกอย่างที่ดิฉันเคยทำ คนนี้จะเป็นพระคริสต์ได้ไหม?”
30ἐξῆλθον ἐκ τῆς πόλεως καὶ ἤρχοντο πρὸς αὐτόν.
30พวกเขาจึงออกจากเมือง และพากันมาหาพระองค์
31⸀Ἐν τῷ μεταξὺ ἠρώτων αὐτὸν οἱ μαθηταὶ λέγοντες· Ῥαββί, φάγε.
31ระหว่างนั้น สาวกคะยั้นคะยอพระองค์ว่า “รับบี โปรดกินอะไรสักหน่อย”
32ὁ δὲ εἶπεν αὐτοῖς· Ἐγὼ βρῶσιν ἔχω φαγεῖν ἣν ὑμεῖς οὐκ οἴδατε.
32แต่พระองค์กล่าวกับพวกเขาว่า “เรามีอาหารกิน ซึ่งพวกคุณไม่รู้จัก”
33ἔλεγον οὖν οἱ μαθηταὶ πρὸς ἀλλήλους· Μή τις ἤνεγκεν αὐτῷ φαγεῖν;
33สาวกจึงถามกันว่า “มีใครเอาอาหารมาให้พระองค์กินแล้วหรือ?”
34λέγει αὐτοῖς ὁ Ἰησοῦς· Ἐμὸν βρῶμά ἐστιν ἵνα ⸀ποιήσω τὸ θέλημα τοῦ πέμψαντός με καὶ τελειώσω αὐτοῦ τὸ ἔργον.
34พระเยซูกล่าวกับพวกเขาว่า “อาหารของเราคือการทำตามความประสงค์ของผู้ที่ส่งเรามา และทำงานของพระองค์ให้สำเร็จ
35οὐχ ὑμεῖς λέγετε ὅτι Ἔτι τετράμηνός ἐστιν καὶ ὁ θερισμὸς ἔρχεται; ἰδοὺ λέγω ὑμῖν, ἐπάρατε τοὺς ὀφθαλμοὺς ὑμῶν καὶ θεάσασθε τὰς χώρας ὅτι λευκαί εἰσιν πρὸς θερισμόν· ἤδη
35พวกคุณไม่ได้พูดหรือว่า ‘อีกสี่เดือนก็จะถึงฤดูเก็บเกี่ยว’? ดูสิ เราบอกพวกคุณว่า จงเงยหน้ามองทุ่งพืชผล เพราะทุ่งเหล่านั้นขาวพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว
36⸀ὁ θερίζων μισθὸν λαμβάνει καὶ συνάγει καρπὸν εἰς ζωὴν αἰώνιον, ⸀ἵνα ὁ σπείρων ὁμοῦ χαίρῃ καὶ ὁ θερίζων.
36คนที่เก็บเกี่ยวได้รับค่าจ้าง และรวบรวมผลไว้เพื่อชีวิตนิรันดร์ เพื่อทั้งคนหว่านและคนเก็บเกี่ยวจะได้ยินดีด้วยกัน
37ἐν γὰρ τούτῳ ὁ λόγος ⸀ἐστὶν ἀληθινὸς ὅτι Ἄλλος ἐστὶν ὁ σπείρων καὶ ἄλλος ὁ θερίζων·
37เพราะคำกล่าวนี้เป็นความจริงว่า ‘คนหนึ่งหว่าน อีกคนหนึ่งเก็บเกี่ยว’
38ἐγὼ ἀπέστειλα ὑμᾶς θερίζειν ὃ οὐχ ὑμεῖς κεκοπιάκατε· ἄλλοι κεκοπιάκασιν, καὶ ὑμεῖς εἰς τὸν κόπον αὐτῶν εἰσεληλύθατε.
38เราส่งพวกคุณไปเก็บเกี่ยวสิ่งที่พวกคุณไม่ได้ลงแรงทำ คนอื่นลงแรงมาก่อน และพวกคุณได้เข้ามาร่วมในงานที่พวกเขาลงแรงไว้”
39Ἐκ δὲ τῆς πόλεως ἐκείνης πολλοὶ ἐπίστευσαν εἰς αὐτὸν τῶν Σαμαριτῶν διὰ τὸν λόγον τῆς γυναικὸς μαρτυρούσης ὅτι Εἶπέν μοι πάντα ⸀ἃ ἐποίησα.
39ชาวสะมาเรียจำนวนมากจากเมืองนั้นเชื่อในพระองค์ เพราะถ้อยคำของหญิงนั้นที่เป็นพยานว่า “พระองค์บอกทุกอย่างที่ดิฉันเคยทำ”
40ὡς οὖν ἦλθον πρὸς αὐτὸν οἱ Σαμαρῖται, ἠρώτων αὐτὸν μεῖναι παρʼ αὐτοῖς· καὶ ἔμεινεν ἐκεῖ δύο ἡμέρας.
40ดังนั้น เมื่อชาวสะมาเรียมาหาพระองค์ พวกเขาขอร้องให้พระองค์พักอยู่กับพวกเขา พระองค์จึงอยู่ที่นั่นสองวัน
41καὶ πολλῷ πλείους ἐπίστευσαν διὰ τὸν λόγον αὐτοῦ,
41มีคนอีกมากยิ่งขึ้นที่เชื่อ เพราะถ้อยคำของพระองค์
42τῇ τε γυναικὶ ἔλεγον ὅτι Οὐκέτι διὰ τὴν σὴν λαλιὰν πιστεύομεν· αὐτοὶ γὰρ ἀκηκόαμεν, καὶ οἴδαμεν ὅτι οὗτός ἐστιν ἀληθῶς ὁ σωτὴρ τοῦ ⸀κόσμου.
42พวกเขากล่าวกับหญิงนั้นว่า “ตอนนี้พวกเราเชื่อแล้ว ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ท่านพูด เพราะพวกเราได้ยินด้วยตัวเอง และรู้แน่แล้วว่า พระองค์นี้คือพระคริสต์ คือพระผู้ช่วยให้รอดของโลก”
43Μετὰ δὲ τὰς δύο ἡμέρας ἐξῆλθεν ⸀ἐκεῖθεν εἰς τὴν Γαλιλαίαν·
43หลังจากสองวันนั้น พระองค์ออกจากที่นั่นไปยังแคว้นกาลิลี
44αὐτὸς ⸀γὰρ Ἰησοῦς ἐμαρτύρησεν ὅτι προφήτης ἐν τῇ ἰδίᾳ πατρίδι τιμὴν οὐκ ἔχει.
44เพราะพระเยซูเองเป็นพยานว่า ผู้เผยพระวจนะไม่ได้รับเกียรติในบ้านเมืองของตนเอง
45ὅτε οὖν ἦλθεν εἰς τὴν Γαλιλαίαν, ἐδέξαντο αὐτὸν οἱ Γαλιλαῖοι, πάντα ἑωρακότες ⸀ὅσα ἐποίησεν ἐν Ἱεροσολύμοις ἐν τῇ ἑορτῇ, καὶ αὐτοὶ γὰρ ἦλθον εἰς τὴν ἑορτήν.
45เมื่อพระองค์มาถึงแคว้นกาลิลี ชาวกาลิลีก็ต้อนรับพระองค์ เพราะพวกเขาเองก็ไปร่วมเทศกาลที่กรุงเยรูซาเล็ม และได้เห็นทุกสิ่งที่พระองค์ทำที่นั่น
46Ἦλθεν οὖν ⸀πάλιν εἰς τὴν Κανὰ τῆς Γαλιλαίας, ὅπου ἐποίησεν τὸ ὕδωρ οἶνον. καὶ ἦν τις βασιλικὸς οὗ ὁ υἱὸς ἠσθένει ἐν Καφαρναούμ.
46พระเยซูจึงมาที่เมืองคานาแห่งแคว้นกาลิลีอีก ที่ซึ่งพระองค์เคยทำให้น้ำกลายเป็นเหล้าองุ่น มีขุนนางคนหนึ่งซึ่งลูกชายกำลังป่วยอยู่ที่คาเปอรนาอุม
47οὗτος ἀκούσας ὅτι Ἰησοῦς ἥκει ἐκ τῆς Ἰουδαίας εἰς τὴν Γαλιλαίαν ἀπῆλθεν πρὸς αὐτὸν καὶ ⸀ἠρώτα ἵνα καταβῇ καὶ ἰάσηται αὐτοῦ τὸν υἱόν, ἤμελλεν γὰρ ἀποθνῄσκειν.
47เมื่อเขาได้ยินว่าพระเยซูออกจากแคว้นยูเดียมาถึงแคว้นกาลิลี เขาจึงไปหาพระองค์ และขอร้องให้พระองค์ลงไปรักษาลูกชายของเขา เพราะเด็กใกล้จะตายแล้ว
48εἶπεν οὖν ὁ Ἰησοῦς πρὸς αὐτόν· Ἐὰν μὴ σημεῖα καὶ τέρατα ἴδητε, οὐ μὴ πιστεύσητε.
48พระเยซูจึงกล่าวกับเขาว่า “ถ้าพวกคุณไม่ได้เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ พวกคุณจะไม่เชื่อเลย”
49λέγει πρὸς αὐτὸν ὁ βασιλικός· Κύριε, κατάβηθι πρὶν ἀποθανεῖν τὸ παιδίον μου.
49ขุนนางกล่าวกับพระองค์ว่า “ท่านครับ โปรดลงไปก่อนลูกของผมจะตาย”
50λέγει αὐτῷ ὁ Ἰησοῦς· Πορεύου· ὁ υἱός σου ζῇ. ⸀ἐπίστευσεν ὁ ἄνθρωπος τῷ λόγῳ ⸀ὃν εἶπεν αὐτῷ ὁ Ἰησοῦς καὶ ἐπορεύετο.
50พระเยซูกล่าวกับเขาว่า “กลับไป ลูกชายของท่านมีชีวิตอยู่” ชายนั้นเชื่อถ้อยคำที่พระเยซูกล่าวกับเขา แล้วก็กลับไป
51ἤδη δὲ αὐτοῦ καταβαίνοντος οἱ δοῦλοι αὐτοῦ ⸀ὑπήντησαν ⸀αὐτῷ λέγοντες ὅτι ὁ παῖς ⸀αὐτοῦ ζῇ.
51ขณะที่เขากำลังลงไป คนรับใช้ของเขามาพบและบอกว่า “ลูกของท่านมีชีวิตอยู่!”
52ἐπύθετο οὖν ⸂τὴν ὥραν παρʼ αὐτῶν⸃ ἐν ᾗ κομψότερον ἔσχεν· ⸂εἶπαν οὖν⸃ αὐτῷ ὅτι ⸀Ἐχθὲς ὥραν ἑβδόμην ἀφῆκεν αὐτὸν ὁ πυρετός.
52เขาจึงถามพวกเขาว่า เด็กเริ่มดีขึ้นเวลาไหน พวกเขาตอบว่า “เมื่อวานตอนชั่วโมงที่เจ็ด ไข้ก็หายไป”
53ἔγνω οὖν ὁ πατὴρ ⸀ὅτι ἐκείνῃ τῇ ὥρᾳ ἐν ᾗ εἶπεν αὐτῷ ὁ ⸀Ἰησοῦς· Ὁ υἱός σου ζῇ, καὶ ἐπίστευσεν αὐτὸς καὶ ἡ οἰκία αὐτοῦ ὅλη.
53บิดาจึงรู้ว่า เป็นเวลาเดียวกับที่พระเยซูกล่าวกับเขาว่า “ลูกชายของท่านมีชีวิตอยู่” ทั้งเขาและทุกคนในบ้านของเขาจึงเชื่อ
54τοῦτο ⸀δὲ πάλιν δεύτερον σημεῖον ἐποίησεν ὁ Ἰησοῦς ἐλθὼν ἐκ τῆς Ἰουδαίας εἰς τὴν Γαλιλαίαν.
54นี่เป็นหมายสำคัญครั้งที่สองที่พระเยซูทำ หลังจากพระองค์ออกจากแคว้นยูเดียมายังแคว้นกาลิลี
Tip: use the ← and → keys to turn chapters.