ΒΑΣΙΛΕΙΩΝ Δ
Chapter 6
Septuagint (Greek Old Te…
vs Freedom Bible (Thai)
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

ΒΑΣΙΛΕΙΩΝ Δ 6

Septuagint (Greek Old Testament), second edition
Freedom Bible (Thai)
1ΚΑΙ εἶπον υἱοὶ τῶν προφητῶν πρὸς Ἑλισαιέ· ἰδοὺ δὴ ὁ τόπος, ἐν ᾧ ἡμεῖς οἰκοῦμεν ἐνώπιόν σου, στενὸς ἀφ᾿ ἡμῶν·
1เหล่าศิษย์ผู้เผยพระวจนะพูด​กับเอลีชา​ว่า “ดูสิ สถาน​ที่​ที่​พวกเราอาศัย​และประชุม​กับ​ท่านคับแคบเกิน​ไป
2πορευθῶμεν δὴ ἕως τοῦ Ἰορδάνου καὶ λάβωμεν ἐκεῖθεν ἀνὴρ εἷς δοκόν μίαν καὶ ποιήσωμεν ἑαυτοῖς ἐκεῖ τοῦ οἰκεῖν ἐκεῖ. καὶ εἶπε· δεῦτε.
2ขอ​ให้​พวกเรา​ไป​ที่แม่น้ำจอร์แดน ให้แต่ละคนเอาไม้ซุง​มาคนละท่อน แล้วสร้างที่พักสำหรับ​พวกเรา​ที่นั่น” เอลีชาตอบ​ว่า “ไปเถิด”
3καὶ εἶπεν ὁ εἷς ἐπιεικῶς· δεῦρο μετὰ τῶν δούλων σου· καὶ εἶπεν· ἐγὼ πορεύσομαι.
3คนหนึ่งพูด​ว่า “โปรด​ไป​กับผู้รับใช้​ของ​ท่านด้วย” เขา​ตอบ​ว่า “ข้า​จะ​ไป”
4καὶ ἐπορεύθη μετ᾿ αὐτῶν, καὶ ἦλθον εἰς τὸν Ἰορδάνην καὶ ἔτεμνον τὰ ξύλα.
4เอลีชา​จึง​ไป​กับ​พวกเขา เมื่อ​มา​ถึงแม่น้ำจอร์แดน พวกเขา​ก็โค่นต้นไม้
5καὶ ἰδοὺ ὁ εἷς καταβάλλων τὴν δοκόν, καὶ τὸ σιδήριον ἐξέπεσεν εἰς τὸ ὕδωρ· καὶ ἐβόησεν· ὧ Κύριε, καὶ αὐτὸ κεκρυμμένον.
5ขณะ​ที่คนหนึ่งกำลังโค่นต้นไม้ หัวขวาน​ก็ตกลง​ไป​ในน้ำ เขาร้อง​ว่า “แย่​แล้ว นาย​ของข้า! ขวานนั้นยืม​เขา​มา”
6καὶ εἶπεν ὁ ἄνθρωπος τοῦ Θεοῦ· ποῦ ἔπεσε; καὶ ἔδειξεν αὐτῷ τὸν τόπον. καὶ ἀπέκνισε ξύλον καὶ ἔρριψεν ἐκεῖ, καὶ ἐπεπόλασε τὸ σιδήριον.
6คนของพระเจ้า​ถาม​ว่า “ตกตรงไหน?” เขา​ก็ชี้​ให้ดู เอลีชาตัดกิ่งไม้ โยน​ลง​ไปตรงนั้น​แล้วทำให้หัวขวานเหล็กลอย​ขึ้น​มา
7καὶ εἴρηκεν· ὕψωσον σεαυτῷ· καὶ ἐξέτεινε τὴν χεῖρα καὶ ἔλαβεν αὐτό.
7เขาพูด​ว่า “หยิบ​ขึ้น​มา” ชายคนนั้น​จึงยื่นมือ​ไปหยิบ
8καὶ ὁ βασιλεὺς Συρίας ἦν πολεμῶν ἐν Ἰσραὴλ καὶ ἐβουλεύσατο πρὸς τοὺς παῖδας αὐτοῦ λέγων· εἰς τὸν τόπον τόνδε τινὰ ἐλμωνὶ παρεμβαλῶ.
8กษัตริย์แห่งซีเรียกำลัง​ทำสงคราม​กับอิสราเอล เขาปรึกษา​กับเหล่าผู้รับใช้​ว่า “ข้า​จะตั้งค่าย​ที่ตรงนั้นตรงนี้”
9καὶ ἀπέστειλεν Ἑλισαιὲ πρὸς τὸν βασιλέα Ἰσραὴλ λέγων· φύλαξαι μὴ παρελθεῖν ἐν τῷ τόπῳ τούτῳ, ὅτι ἐκεῖ Συρία κέκρυπται.
9คนของพระเจ้า​ส่งคน​ไป​บอก​กษัตริย์แห่งอิสราเอล​ว่า “ระวังอย่า​ผ่านสถาน​ที่นั้น เพราะชาวซีเรียกำลัง​ลง​มา​ที่นั่น”
10καὶ ἀπέστειλεν ὁ βασιλεὺς Ἰσραὴλ εἰς τὸν τόπον, ὃν εἶπεν αὐτῷ Ἑλισαιέ, καὶ ἐφυλάξατο ἐκεῖθεν οὐ μίαν οὐδὲ δύο.
10กษัตริย์แห่งอิสราเอล​จึง​ส่งคน​ไป​ยังสถาน​ที่​ที่คนของพระเจ้า​บอก​และเตือนไว้​และ​กษัตริย์​ก็ระวังตัว​ที่นั่นไม่ใช่เพียงครั้งสองครั้ง
11καὶ ἐξεκινήθη ἡ ψυχὴ βασιλέως Συρίας περὶ τοῦ λόγου τούτου, καὶ ἐκάλεσε τοὺς παῖδας αὐτοῦ καὶ εἶπε πρὸς αὐτούς· οὐκ ἀναγγελεῖτέ μοι τίς προδίδωσί με βασιλεῖ Ἰσραήλ;
11เรื่องนี้ทำให้​กษัตริย์แห่งซีเรียร้อนใจอย่างมาก เขาเรียกผู้รับใช้​มา​และ​ถาม​ว่า “พวกเจ้า​จะ​ไม่​บอกข้า​หรือ​ว่าใคร​ในหมู่​พวกเรา​อยู่ฝ่าย​กษัตริย์แห่งอิสราเอล?”
12καὶ εἶπεν εἷς τῶν παίδων αὐτοῦ· οὐχί κύριέ μου βασιλεῦ, ὅτι Ἑλισαιὲ ὁ προφήτης ὁ ἐν Ἰσραὴλ ἀναγγέλλει τῷ βασιλεῖ Ἰσραὴλ πάντας τοὺς λόγους, οὓς ἐὰν λαλήσῃς ἐν τῷ ταμιείῳ τοῦ κοιτῶνός σου.
12ผู้รับใช้คนหนึ่ง​ตอบ​ว่า “ไม่มีใครเลย ท่าน​กษัตริย์ นาย​ของข้า แต่เอลีชาผู้เผยพระวจนะ​ในอิสราเอล​บอก​กษัตริย์แห่งอิสราเอลแม้แต่คำ​ที่​ท่านพูด​อยู่​ในห้องนอน”
13καὶ εἶπε· δεῦτε ἴδετε ποῦ οὗτος, καὶ ἀποστείλας λήψομαι αὐτόν· καὶ ἀπήγγειλαν αὐτῷ λέγοντες· ἰδοὺ ἐν Δωθαΐμ.
13กษัตริย์​กล่าว​ว่า “ไปดู​ว่า​เขา​อยู่ที่ไหน ข้า​จะ​ได้​ส่งคน​ไปจับตัว​เขา” มีคนมาบอก​ว่า “ดูสิ เขา​อยู่​ที่โดธาน”
14καὶ ἀπέστειλεν ἐκεῖ ἵππον καὶ ἅρμα καὶ δύναμιν βαρεῖαν, καὶ ἦλθον νυκτὸς καὶ περιεκύκλωσαν τὴν πόλιν.
14กษัตริย์​จึง​ส่งม้า รถศึก และกองทัพใหญ่​มา​ที่นั่น พวกเขา​มา​ถึงตอนกลางคืน​และล้อมเมืองไว้
15καὶ ὤρθρισεν ὁ λειτουργὸς Ἑλισαιὲ ἀναστῆναι καὶ ἐξῆλθε, καὶ ἰδοὺ δύναμις κυκλοῦσα τὴν πόλιν καὶ ἵππος καὶ ἅρμα, καὶ εἶπε τὸ παιδάριον πρὸς αὐτόν· ὦ κύριε, πῶς ποιήσομεν;
15เมื่อผู้รับใช้​ของคนของพระเจ้าตื่น​แต่เช้า​และ​ออก​ไป ดูสิ มีกองทัพพร้อมม้า​และรถศึกล้อมเมือง​อยู่ ผู้รับใช้พูด​ว่า “แย่​แล้ว นาย​ของข้า! เรา​จะ​ทำอย่างไรดี?”
16καὶ εἶπεν Ἑλισαιέ· μὴ φοβοῦ, ὅτι πλείους οἱ μεθ᾿ ἡμῶν ὑπὲρ τοὺς μετ᾿ αὐτῶν.
16เอลีชาตอบ​ว่า “อย่ากลัวเลย เพราะฝ่าย​เรามีมากกว่าฝ่าย​เขา”
17καὶ προσηύξατο Ἑλισαιὲ καὶ εἶπε· Κύριε, διάνοιξον δὴ τοὺς ὀφθαλμοὺς τοῦ παιδαρίου καὶ ἰδέτω· καὶ διήνοιξε Κύριος τοὺς ὀφθαλμοὺς αὐτοῦ καὶ εἶδε. καὶ ἰδοὺ τὸ ὄρος πλῆρες ἵππων, καὶ ἅρμα πυρὸς περικύκλῳ Ἑλισαιέ.
17แล้วเอลีชาอธิษฐาน​ว่า “พระยาห์เวห์โปรดเปิดตา​ของ​เขา​ให้มอง​เห็น” พระยาห์เวห์​ทรงเปิดตา​ของชายหนุ่ม เขา​ก็​เห็น ดูสิ ภูเขาเต็ม​ไปด้วยม้า​และรถศึกเพลิงล้อมรอบเอลีชา
18καὶ κατέβησαν πρὸς αὐτόν, καὶ προσηύξατο πρὸς Κύριον καὶ εἶπε· πάταξον δὴ τὸ ἔθνος τοῦτο ἀορασίᾳ· καὶ ἐπάταξεν αὐτοὺς ἀορασίᾳ κατὰ τὸ ρῆμα Ἑλισαιέ.
18เมื่อชาวซีเรีย​ลง​มาหาเอลีชา เขาอธิษฐาน​ต่อพระยาห์เวห์​ว่า “โปรดทำให้คนเหล่านี้ตาบอด” พระองค์​จึง​ทรงทำให้​พวกเขาตาบอดตามคำ​ของเอลีชา
19καὶ εἶπε πρὸς αὐτοὺς Ἑλισαιέ· οὐχὶ αὕτη ἡ πόλις καὶ αὕτη ἡ ὁδός· δεῦτε ὀπίσω μου, καὶ ἄξω ὑμᾶς πρὸς τὸν ἄνδρα, ὃν ζητεῖτε· καὶ ἀπήγαγεν αὐτοὺς πρὸς Σαμάρειαν.
19เอลีชาพูด​กับ​พวกเขา​ว่า “นี่ไม่ใช่ทาง​และนี่​ก็ไม่ใช่เมือง จงตามข้า​มา ข้า​จะพา​พวกท่าน​ไปหาชาย​ที่​พวกท่านตามหา” แล้ว​เขา​ก็​นำ​พวกเขา​ไป​ยังสะ​มาเรีย
20καὶ ἐγένετο ὡς εἰσῆλθον εἰς Σαμάρειαν, καὶ εἶπεν Ἑλισαιέ· ἄνοιξον δή, Κύριε, τοὺς ὀφθαλμοὺς αὐτῶν καὶ ἰδέτωσαν· καὶ διήνοιξε Κύριος τοὺς ὀφθαλμοὺς αὐτῶν, καὶ εἶδον, καὶ ἰδοὺ ἦσαν ἐν μέσῳ Σαμαρείας.
20เมื่อ​พวกเขาเข้าไป​ในสะ​มาเรีย แล้วเอลีชา​กล่าว​ว่า “พระยาห์เวห์โปรดเปิดตาคนเหล่านี้​ให้มอง​เห็น” พระยาห์เวห์​ทรงเปิดตา​พวกเขา​และ​พวกเขา​ก็​เห็น ดูสิ พวกเขา​อยู่กลางสะ​มาเรีย
21καὶ εἶπεν ὁ βασιλεὺς Ἰσραὴλ πρὸς Ἑλισαιέ, ὡς εἶδεν αὐτούς· εἰ πατάξας πατάξω, πάτερ;
21เมื่อ​กษัตริย์แห่งอิสราเอล​เห็น​พวกเขา ก็​ถามเอลีชา​ว่า “ท่านพ่อ ให้ข้าฆ่า​พวกเขาไหม? ให้ข้าฆ่า​พวกเขาไหม?”
22καὶ εἶπεν· οὐ πατάξεις, εἰ μὴ οὓς ᾐχμαλώτευσας ἐν ρομφαίᾳ σου καὶ τόξῳ σου σὺ τύπτεις· παράθες ἄρτους καὶ ὕδωρ ἐνώπιον αὐτῶν, καὶ φαγέτωσαν καὶ πιέτωσαν καὶ ἀπελθέτωσαν πρὸς τὸν κύριον αὐτῶν.
22เอลีชาตอบ​ว่า “อย่าฆ่า​พวกเขาเลย ท่าน​จะฆ่าคน​ที่​ท่านจับ​เป็นเชลยด้วยดาบ​และคันธนู​ของ​ท่าน​หรือ? จงจัดขนมปัง​และน้ำไว้​ต่อหน้า​พวกเขา ให้​พวกเขากินดื่ม แล้วกลับ​ไปหานาย​ของ​พวกเขา”
23καὶ παρέθηκεν αὐτοῖς παράθεσιν μεγάλην, καὶ ἔφαγον καὶ ἔπιον· καὶ ἀπέστειλεν αὐτούς, καὶ ἀπῆλθον πρὸς τὸν κύριον αὐτῶν. καὶ οὐ προσέθεντο ἔτι μονόζωνοι Συρίας τοῦ ἐλθεῖν εἰς γῆν Ἰσραήλ.
23กษัตริย์​จึงจัดงานเลี้ยงใหญ่​ให้​พวกเขา เมื่อกิน​และดื่ม​แล้ว​กษัตริย์​ก็​ส่ง​พวกเขา​กลับ​ไปหานาย​ของตน หลังจากนั้นกองโจร​ของซีเรีย​ก็หยุด​เข้าปล้นแผ่นดินอิสราเอล
24Καὶ ἐγένετο μετὰ ταῦτα καὶ ἤθροισεν υἱὸς Ἄδερ βασιλεὺς Συρίας πᾶσαν τὴν παρεμβολὴν αὐτοῦ καὶ ἀνέβη καὶ περιεκάθισεν ἐπὶ Σαμάρειαν.
24ต่อ​มาเบนฮาดัด​กษัตริย์แห่งซีเรียรวบรวมกองทัพทั้งหมดยก​ขึ้น​มาล้อมสะ​มาเรีย
25καὶ ἐγένετο λιμὸς μέγας ἐν Σαμαρείᾳ, καὶ ἰδοὺ περιεκάθηντο ἐπ᾿ αὐτήν, ἕως οὗ ἐγενήθη κεφαλὴ ὄνου πεντήκοντα σίκλων ἀργυρίου καὶ τέταρτον τοῦ κάβου κόπρου περιστερῶν πέντε σίκλων ἀργυρίου.
25เกิดการกันดารอาหารอย่างหนัก​ในสะ​มาเรีย พวกเขาล้อมเมืองจนหัวลาตัวหนึ่งขายกัน​ถึงเงินแปดสิบชิ้น​และมูลนกพิราบหนึ่ง​ในสี่คับ ขายกันเงินห้าชิ้น
26καὶ ἦν ὁ βασιλεὺς διαπορευόμενος ἐπὶ τοῦ τείχους, καὶ γυνὴ ἐβόησε πρὸς αὐτὸν λέγουσα· σῶσον, κύριε βασιλεῦ.
26ขณะ​ที่​กษัตริย์แห่งอิสราเอลกำลังเดิน​ผ่านบนกำแพงเมือง หญิงคนหนึ่งร้อง​ว่า “โปรดช่วยดิฉันด้วย​ท่าน​กษัตริย์ผู้เป็นนาย​ของดิฉัน!”
27καὶ εἶπεν αὐτῇ· μή σε σώσαι Κύριος, πόθεν σώσω σε; μὴ ἀπὸ ἅλωνος ἢ ἀπὸ ληνοῦ;
27กษัตริย์​ตอบ​ว่า “ถ้าพระยาห์เวห์​ไม่ช่วย​เจ้า ข้า​จะเอาอะไร​ไปช่วย​เจ้า​ได้? จากลานนวดข้าว​หรือ​จากบ่อย่ำองุ่น​หรือ?”
28καὶ εἶπεν αὐτῇ ὁ βασιλεύς· τί ἔστι σοι; καὶ εἶπεν ἡ γυνή· αὕτη εἶπε πρός με· δὸς τὸν υἱόν σου καὶ φαγόμεθα αὐτὸν σήμερον, καὶ τὸν υἱόν μου φαγόμεθα αὐτὸν αὔριον·
28แล้ว​กษัตริย์​ถามนาง​ว่า “เจ้ามีเรื่องอะไร?” นาง​ตอบ​ว่า “หญิงคนนี้พูด​กับดิฉัน​ว่า ‘เอาลูกชาย​ของ​เจ้า​มา​ให้​พวกเรากินวันนี้ แล้วพรุ่งนี้​เรา​จะกินลูกชาย​ของฉัน’
29καὶ ἡψήσαμεν τὸν υἱόν μου καὶ ἐφάγομεν αὐτόν, καὶ εἶπον πρὸς αὐτὴν τῇ ἡμέρᾳ τῇ δευτέρᾳ· δὸς τὸν υἱόν σου καὶ φάγωμεν αὐτόν. καὶ ἔκρυψε τὸν υἱόν αὐτῆς.
29พวกเรา​จึงต้มลูกชาย​ของดิฉัน​และกินเสีย วันรุ่ง​ขึ้นดิฉันพูด​กับนาง​ว่า ‘เอาลูกชาย​ของ​เจ้า​มา​ให้​พวกเรากิน’ แต่นาง​กลับซ่อนลูกชายไว้”
30καὶ ἐγένετο ὡς ἤκουσεν ὁ βασιλεὺς Ἰσραὴλ τοὺς λόγους τῆς γυναικός, διέρρηξε τὰ ἱμάτια αὐτοῦ, καὶ αὐτὸς διεπορεύετο ἐπὶ τοῦ τείχους. καὶ εἶδεν ὁ λαὸς τὸν σάκκον ἐπὶ τῆς σαρκὸς αὐτοῦ ἔσωθεν.
30เมื่อ​กษัตริย์ได้ยินคำ​ของหญิงนั้น​ก็ฉีกเสื้อผ้า​ของตน ขณะ​ที่​กษัตริย์เดิน​ผ่านบนกำแพง​ประชาชน​ก็​เห็น​ว่า​เขาสวมผ้ากระสอบแนบเนื้อ​อยู่ข้าง​ใน
31καὶ εἶπε· τάδε ποιήσαι μοι ὁ Θεὸς καὶ τάδε προσθείη, εἰ στήσεται ἡ κεφαλὴ Ἑλισαιὲ ἐπ᾿ αὐτῷ σήμερον.
31แล้ว​กษัตริย์พูด​ว่า “ขอพระเจ้า​ทรงลงโทษข้า​และหนักยิ่งกว่านั้น​ถ้าวันนี้ศีรษะ​ของเอลีชา​บุตรชาฟัท​ยังติด​อยู่บนบ่า​ของ​เขา!”
32καὶ Ἑλισαιὲ ἐκάθητο ἐν τῷ οἴκῳ αὐτοῦ, καὶ οἱ πρεσβύτεροι ἐκάθηντο μετ᾿ αὐτοῦ. καὶ ἀπέστειλεν ἄνδρα πρὸ προσώπου αὐτοῦ πρὶν ἐλθεῖν τὸν ἄγγελον πρὸς αὐτὸν καὶ αὐτὸς εἶπε πρὸς τοὺς πρεσβυτέρους· εἰ οἴδατε ὅτι ἀπέστειλεν ὁ υἱὸς τοῦ φονευτοῦ οὗτος ἀφελεῖν τὴν κεφαλήν μου; ἴδετε ὡς ἂν ἔλθῃ ὁ ἄγγελος, ἀποκλείσατε τὴν θύραν· καὶ παραθλίψατε αὐτὸν ἐν τῇ θύρᾳ· οὐχὶ φωνὴ τῶν ποδῶν τοῦ κυρίου αὐτοῦ κατόπισθεν αὐτοῦ;
32ขณะนั้นเอลีชากำลังนั่ง​อยู่​ในบ้าน​ของตน​และ​พวกผู้อาวุโสนั่ง​อยู่​กับ​เขา กษัตริย์​ส่งชายคนหนึ่ง​มาหาเอลีชา แต่ก่อน​ที่ผู้นำสาร​จะ​มา​ถึง เอลีชาพูด​กับ​พวกผู้อาวุโส​ว่า “พวกท่าน​เห็นไหม​ว่าลูก​ของฆาตกรคนนี้​ส่งคน​มาตัดศีรษะข้า? ดูสิ เมื่อผู้นำสาร​มา​ถึง จงปิดประตู​และดันประตูไว้​ไม่​ให้​เขา​เข้า​มา เสียงฝีเท้านาย​ของ​เขาตามหลัง​มาไม่ใช่​หรือ?”
33ἔτι αὐτοῦ λαλοῦντος μετ᾿ αὐτῶν καὶ ἰδοὺ ἄγγελος κατέβη πρὸς αὐτὸν καὶ εἶπεν· ἰδοὺ αὕτη ἡ κακία παρὰ Κυρίου· τί ὑπομείνω τῷ Κυρίῳ ἔτι;
33ขณะ​ที่เอลีชา​ยังพูด​กับ​พวกเขา ดูสิ ผู้นำสาร​ก็​มา​ถึง แล้ว​เขาพูด​ว่า “ดูสิ ภัยร้ายนี้​มา​จากพระยาห์เวห์ แล้วข้า​จะรอคอยพระยาห์เวห์​ต่อ​ไปทำไม?”

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.