โรม
Chapter 9
Freedom Bible (Thai)
vs Korean Bible, 1910…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

โรม 9

Freedom Bible (Thai)
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
1ข้าพเจ้า​พูด​ความจริง​ใน​พระคริสต์ ข้าพเจ้า​ไม่​ได้​โกหก มโนธรรม​ของ​ข้าพเจ้า​เป็นพยาน​ร่วม​กับ​ข้าพเจ้า​ใน​พระวิญญาณบริสุทธิ์
1내가 그리스도 안에서 참말을 하고 거짓말을 아니하노라 내게 큰 근심이 있는 것과 마음에 그치지 않는 고통이 있는 것을 내 양심이 성령 안에서 나로 더불어 증거하노니
2ว่า ข้าพเจ้า​มี​ความเศร้า​อย่างมาก และ​มี​ความเจ็บปวด​ใน​ใจ​อย่าง​ไม่​หยุดหย่อน
2( 1절과 같음 )
3เพราะ​ข้าพเจ้า​เอง​ถึงกับ​ปรารถนา​ให้​ตน​ต้อง​คำสาป​และ​แยก​จาก​พระคริสต์ เพื่อ​เห็นแก่​พี่น้อง​ของ​ข้าพเจ้า คือ​ญาติพี่น้อง​ทาง​สายเลือด​ของ​ข้าพเจ้า
3나의 형제 곧 골육의 친척을 위하여 내 자신이 저주를 받아 그리스도에게서 끊어질지라도 원하는 바로라
4พวกเขา​เป็น​ชาวอิสราเอล การรับเป็นบุตร พระสิริ พันธสัญญา​ทั้งหลาย การ​ประทาน​ธรรมบัญญัติ การนมัสการ และ​พระสัญญา​ทั้งหลาย ล้วน​เป็น​ของ​พวกเขา
4저희는 이스라엘 사람이라 저희에게는 양자 됨과 영광과 언약들과 율법을 세우신 것과 예배와 약속들이 있고
5บรรพบุรุษ​ก็​เป็น​ของ​พวกเขา และ​ใน​ทาง​มนุษย์ พระคริสต์​ก็​มา​จาก​พวกเขา พระองค์​ทรง​อยู่​เหนือ​ทุกสิ่ง เป็น​พระเจ้า ผู้​ทรง​เป็น​ที่​สรรเสริญ​ตลอดไป อาเมน
5조상들도 저희 것이요 육신으로하면 그리스도가 저희에게서 나셨으니 저는 만물 위에 계셔 세세에 찬양을 받으실 하나님이시니라 아멘
6แต่​ไม่ได้​หมายความ​ว่า ถ้อยคำ​ของ​พระเจ้า​ล้มเหลว เพราะ​คน​ที่​สืบเชื้อสาย​จาก​อิสราเอล ไม่ได้​เป็น​อิสราเอล​ทุกคน
6또한 하나님의 말씀이 폐하여진것 같지 않도다 이스라엘에게서 난 그들이 다 이스라엘이 아니요
7และ​แม้​พวกเขา​จะ​เป็น​เชื้อสาย​ของ​อับราฮัม ก็​ไม่ได้​หมายความ​ว่า​พวกเขา​ทุกคน​เป็น​ลูก แต่​มี​คำ​ว่า “เชื้อสาย​ของ​เจ้า​จะ​นับ​ว่า​เป็น​เชื้อสาย​ทาง​อิสอัค”
7또한 아브라함의 씨가 다 그 자녀가 아니라 오직 이삭으로부터 난 자라야 네 씨라 칭하리라 하셨으니
8กล่าว​คือ ลูก​ตาม​สายเลือด​ไม่ใช่​ลูก​ของ​พระเจ้า แต่​ลูก​ตาม​พระสัญญา​ต่างหาก​ที่​ถูก​นับ​ว่า​เป็น​ทายาท
8곧 육신의 자녀가 하나님의 자녀가 아니라 오직 약속의 자녀가 씨로 여기심을 받느니라
9เพราะ​นี่​คือ​ถ้อยคำ​แห่ง​พระสัญญา “เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​กำหนด เรา​จะ​มา และ​ซาราห์​จะ​มี​บุตรชาย​คนหนึ่ง”
9약속의 말씀은 이것이라 명년 이때에 내가 이르리니 사라에게 아들이 있으리라 하시니라
10ไม่​เพียง​เท่านั้น เรเบคาห์​ก็​ตั้งครรภ์​โดย​ชาย​คนเดียว คือ​อิสอัค บรรพบุรุษ​ของ​เรา
10이뿐 아니라 또한 리브가가 우리 조상 이삭 한 사람으로 말미암아 잉태하였는데
11ทั้ง​ที่​ยัง​ไม่​เกิด และ​ยัง​ไม่ได้​ทำ​สิ่ง​ดี​หรือ​ชั่ว เพื่อ​ให้​ความมุ่งหมาย​ของ​พระเจ้า​ตาม​การทรงเลือก​ดำรง​อยู่ ไม่ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​การกระทำ แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระองค์​ผู้​ทรง​เรียก
11그 자식들이 아직 나지도 아니하고 무슨 선이나 악을 행하지 아니 한 때에 택하심을 따라 되는 하나님의 뜻이 행위로 말미암지 않고 오직 부르시는 이에게로 말미암아 서게 하려 하사
12พระองค์​จึง​กล่าว​กับ​นาง​ว่า “คนพี่​จะ​รับใช้​คนน้อง”
12리브가에게 이르시되 큰 자가 어린 자를 섬기리라 하셨나니
13ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า “เรา​รัก​ยาโคบ แต่​เรา​เกลียด​เอซาว”
13기록된 바 내가 야곱은 사랑하고 에서는 미워하였다 하심과 같으니라
14ถ้า​เช่นนั้น เรา​จะ​ว่า​อย่างไร พระเจ้า​ทรง​ไม่​ชอบธรรม​หรือ ไม่มี​ทาง​เป็น​อย่างนั้น!
14그런즉 우리가 무슨 말 하리요 하나님께 불의가 있느뇨 그럴 수 없느니라
15เพราะ​พระองค์​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​จะ​เมตตา​คน​ที่​เรา​เมตตา และ​จะ​สงสาร​คน​ที่​เรา​สงสาร”
15모세에게 이르시되 내가 긍휼히 여길 자를 긍휼히 여기고 불쌍히 여길 자를 불쌍히 여기리라 하셨으니
16เพราะ​ฉะนั้น เรื่อง​นี้​ไม่ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​คน​ที่​ต้องการ หรือ​คน​ที่​วิ่ง แต่​ขึ้น​อยู่​กับ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​เมตตา
16그런즉 원하는 자로 말미암음도 아니요 달음박질하는 자로 말미암음도 아니요 오직 긍휼히 여기시는 하나님으로 말미암음이니라
17เพราะ​พระคัมภีร์​กล่าว​กับ​ฟาโรห์​ว่า “เพราะ​เหตุนี้​เอง เรา​ได้​ยก​เจ้า​ขึ้น เพื่อ​เรา​จะ​แสดง​พลัง​ของ​เรา​ใน​ตัว​เจ้า และ​เพื่อ​ชื่อ​ของ​เรา​จะ​ถูก​ประกาศ​ไป​ทั่ว​แผ่นดินโลก”
17성경이 바로에게 이르시되 내가 이 일을 위하여 너를 세웠으니 곧 너로 말미암아 내 능력을 보이고 내 이름이 온 땅에 전파되게 하려 함이로라 하셨으니
18เพราะ​ฉะนั้น พระองค์​ทรง​เมตตา​คน​ที่​พระองค์​ต้องการ​เมตตา และ​ทรง​ทำ​ให้​ใจ​ของ​คน​ที่​พระองค์​ต้องการ​แข็งกระด้าง
18그런즉 하나님께서 하고자 하시는 자를 긍휼히 여기시고 하고자 하시는 자를 강퍅케 하시느니라
19ถ้า​อย่างนั้น ท่าน​จะ​พูด​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า “แล้ว​ทำไม​พระองค์​ยัง​ทรง​ตำหนิ​มนุษย์ เพราะ​ใคร​จะ​ขัดขืน​ความประสงค์​ของ​พระองค์​ได้”
19혹 네가 내게 말하기를 그러면 하나님이 어찌하여 허물하시느뇨 누가 그 뜻을 대적하느뇨 하리니
20แต่​มนุษย์​เอ๋ย ท่าน​เป็น​ใคร​จึง​โต้แย้ง​พระเจ้า สิ่ง​ที่​ถูก​ปั้น​จะ​ถาม​ผู้​ที่​ปั้น​มัน​หรือ​ว่า “ทำไม​ท่าน​จึง​ทำ​ข้าพเจ้า​เป็น​แบบนี้”
20이 사람아 ! 네가 뉘기에 감히 하나님을 힐문하느뇨 지음을 받은 물건이 지은 자에게 어찌 나를 이같이 만들었느냐 말하겠느뇨
21หรือ​ช่างปั้นหม้อ​ไม่มี​สิทธิ์​เหนือ​ดินเหนียว​หรือ ที่​จะ​ใช้​ดิน​ก้อน​เดียวกัน​ทำ​ภาชนะ​ใบหนึ่ง​สำหรับ​งาน​ที่​มี​เกียรติ และ​อีก​ใบหนึ่ง​สำหรับ​งาน​ที่​ไม่มี​เกียรติ
21토기장이가 진흙 한 덩이로 하나는 귀히 쓸 그릇을 하나는 천히 쓸 그릇을 만드는 권이 없느냐
22แล้ว​จะ​ว่า​อย่างไร ถ้า​พระเจ้า ผู้​ทรง​ต้องการ​แสดง​ความโกรธ​ของ​พระองค์ และ​ทำ​ให้​พลัง​ของ​พระองค์​เป็น​ที่​รู้จัก ทรง​อดทน​อย่างมาก​ต่อ​ภาชนะ​แห่ง​ความโกรธ​ที่​เตรียม​ไว้​เพื่อ​ความพินาศ
22만일 하나님이 그 진노를 보이시고 그 능력을 알게 하고자 하사 멸하기로 준비된 진노의 그릇을 오래 참으심으로 관용하시고
23เพื่อ​พระองค์​จะ​ทรง​ทำ​ให้​ความมั่งคั่ง​แห่ง​พระสิริ​ของ​พระองค์​เป็น​ที่​รู้จัก​แก่​ภาชนะ​แห่ง​ความเมตตา ซึ่ง​พระองค์​ทรง​เตรียม​ไว้​ล่วงหน้า​เพื่อ​พระสิริ
23또한 영광 받기로 예비하신 바 긍휼의 그릇에 대하여 그 영광의 부요함을 알게 하고자 하셨을지라도 무슨 말 하리요
24คือ​แก่​พวกเรา ผู้​ที่​พระองค์​ทรง​เรียก ไม่ใช่​จาก​ชาวยิว​เท่านั้น แต่​จาก​คนต่างชาติ​ด้วย
24이 그릇은 우리니 곧 유대인 중에서뿐 아니라 이방인 중에서도 부르신 자니라
25ดัง​ที่​พระองค์​กล่าว​ไว้​ใน​โฮเชยา​ด้วย​ว่า “คน​ที่​ไม่ใช่​ประชากร​ของ​เรา เรา​จะ​เรียก​ว่า ‘ประชากร​ของ​เรา’ และ​คน​ที่​ไม่ได้​เป็น​ที่รัก เรา​จะ​เรียก​ว่า ‘ผู้​เป็น​ที่รัก’”
25호세아 글에도 이르기를 내가 내 백성 아닌 자를 내 백성이라 사랑치 아니한 자를 사랑한 자라 부르리라
26“และ​ใน​ที่​ซึ่ง​เคย​กล่าว​กับ​พวกเขา​ว่า ‘พวกเจ้า​ไม่ใช่​ประชากร​ของ​เรา’ ที่​นั่น​พวกเขา​จะ​ถูก​เรียก​ว่า ‘ลูก​ของ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​มีชีวิต’”
26너희는 내 백성이 아니라 한 그곳에서 저희가 살아계신 하나님의 아들이라 부름을 얻으리라 함과 같으니라
27อิสยาห์​ร้อง​กล่าว​ถึง​อิสราเอล​ว่า “แม้​จำนวน​ลูกหลาน​ของ​อิสราเอล​จะ​มาก​เหมือน​เม็ดทราย​ที่​ทะเล ผู้​ที่​เหลือ​อยู่​เท่านั้น​จะ​ได้รับ​ความรอด
27또 이사야가 이스라엘에 관하여 외치되 이스라엘 뭇 자손의 수가 비록 바다의 모래 같을지라도 남은 자만 구원을 얻으리니
28เพราะ​พระองค์​จะ​ทรง​ทำ​งาน​ให้​สำเร็จ และ​ตัด​ให้​สั้น​ลง​ด้วย​ความชอบธรรม เพราะ​องค์พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ทรง​ทำ​งาน​บน​แผ่นดินโลก​ให้​สั้น​ลง”
28주께서 땅 위에서 그 말씀을 이루사 필하시고 끝내시리라 하셨느니라
29และ​ดัง​ที่​อิสยาห์​เคย​กล่าว​ไว้​ก่อน​แล้ว​ว่า “ถ้า​องค์พระผู้เป็นเจ้า​แห่ง​กองทัพ ไม่ได้​ทรง​เหลือ​เชื้อสาย​ไว้​ให้​เรา เรา​ก็​คง​เป็น​เหมือน​เมือง​โสโดม และ​คง​ถูก​ทำ​ให้​เหมือน​เมือง​โกโมราห์”
29또한 이사야가 미리 말한 바 만일 만군의 주께서 우리에게 씨를 남겨 두시지 아니하셨더면 우리가 소돔과 같이 되고 고모라와 같았으리로다 함과 같으니라
30ถ้า​เช่นนั้น เรา​จะ​ว่า​อย่างไร คนต่างชาติ ซึ่ง​ไม่ได้​มุ่ง​แสวงหา​ความชอบธรรม กลับ​ได้รับ​ความชอบธรรม คือ​ความชอบธรรม​ที่​มา​จาก​ความเชื่อ
30그런즉 우리가 무슨 말 하리요 의를 좇지 아니한 이방인들이 의를 얻었으니 곧 믿음에서 난 의요
31แต่​อิสราเอล ซึ่ง​มุ่ง​แสวงหา​ธรรมบัญญัติ​แห่ง​ความชอบธรรม กลับ​ไป​ไม่​ถึง​ธรรมบัญญัติ​แห่ง​ความชอบธรรม
31의의 법을 좇아간 이스라엘은 법에 이르지 못하였으니
32เพราะ​อะไร เพราะ​พวกเขา​ไม่ได้​แสวงหา​โดย​ความเชื่อ แต่​ราวกับ​ว่า​จะ​ได้​มา​โดย​การกระทำ​ตาม​ธรรมบัญญัติ พวกเขา​สะดุด​เข้า​กับ​ก้อนหิน​ที่​เป็น​เหตุ​ให้​สะดุด
32어찌 그러하뇨 이는 저희가 믿음에 의지하지 않고 행위에 의지함이라 부딪힐 돌에 부딪혔느니라
33ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า “ดูสิ เรา​วาง​ก้อนหิน​ที่​เป็น​เหตุ​ให้​สะดุด​ไว้​ใน​ศิโยน และ​ศิลา​ที่​เป็น​เหตุ​ให้​ขุ่นเคือง และ​ผู้​ที่​เชื่อ​ใน​พระองค์​จะ​ไม่​ผิดหวัง”
33기록된바 보라 내가 부딪히는 돌과 거치는 반석을 시온에 두노니 저를 믿는 자는 부끄러움을 당치 아니 하리라 함과 같으니라

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.