1 โครินธ์
Chapter 14

1 โครินธ์

Freedom Bible (Thai)
vs Korean Bible, 1910…
Aa
Text size
Line width
Verse numbers

1 โครินธ์ 14

Freedom Bible (Thai)
Korean Bible, 1910 (한국어 성경)
1จง​ติดตาม​ความรัก​และ​ปรารถนา​ของประทาน​ทาง​จิตวิญญาณ​อย่าง​จริงจัง โดยเฉพาะ​การ​เผยพระวจนะ
1사랑을 따라 구하라 신령한 것을 사모하되 특별히 예언을 하려고 하라
2เพราะ​คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น​ไม่ได้​พูด​กับ​มนุษย์ แต่​พูด​กับ​พระเจ้า เนื่องจาก​ไม่มี​ใคร​เข้าใจ แต่​เขา​พูด​ความลับ​ต่าง ๆ ใน​พระวิญญาณ
2방언을 말하는 자는 사람에게 하지 아니하고 하나님께 하나니 이는 알아 듣는 자가 없고 그 영으로 비밀을 말함이니라
3ส่วน​คน​ที่​เผยพระวจนะ​พูด​กับ​มนุษย์​เพื่อ​เสริมสร้าง ให้​กำลังใจ และ​ปลอบโยน
3그러나 예언하는 자는 사람에게 말하여 덕을 세우며 권면하며 안위하는 것이요
4คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น​เสริมสร้าง​ตัวเอง แต่​คน​ที่​เผยพระวจนะ​เสริมสร้าง​ประชาคม
4방언을 말하는 자는 자기의 덕을 세우고 예언하는 자는 교회의 덕을 세우나니
5ข้าพเจ้า​อยาก​ให้​พวก​คุณ​ทุกคน​พูด​ภาษา​อื่น​ได้ แต่​ยิ่งกว่า​นั้น​ข้าพเจ้า​อยาก​ให้​พวก​คุณ​เผยพระวจนะ เพราะ​คน​ที่​เผยพระวจนะ​มี​ประโยชน์​มากกว่า​คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น เว้นแต่​เขา​จะแปล​ด้วย เพื่อ​ประชาคม​จะ​ได้รับ​การ​เสริมสร้าง
5나는 너희가 다 방언 말하기를 원하나 특별히 예언하기를 원하노라 방언을 말하는 자가 만일 교회의 덕을 세우기 위하여 통역하지 아니하면 예언하는 자만 못하니라
6พี่น้อง​ทั้งหลาย ถ้า​ข้าพเจ้า​มา​หา​พวก​คุณ​แล้ว​พูด​ภาษา​อื่น ข้าพเจ้า​จะ​เป็น​ประโยชน์​อะไร​แก่​พวก​คุณ ถ้า​ข้าพเจ้า​ไม่​พูด​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​การ​เปิดเผย ด้วย​ความรู้ ด้วย​คำ​เผยพระวจนะ หรือ​ด้วย​คำ​สอน?
6그런즉 형제들아 내가 너희에게 나아가서 방언을 말하고 계시나 지식이나 예언이나 가르치는 것이나 말하지 아니하면 너희에게 무엇이 유익하리요
7แม้​แต่​สิ่ง​ไม่มี​ชีวิต​ที่​ทำ​ให้​เกิด​เสียง เช่น​ปี่​หรือ​พิณ ถ้า​เสียง​ที่​ออก​มา​ไม่​แตกต่าง​กัน จะ​รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​กำลัง​เป่า​หรือ​ดีด​ทำนอง​อะไร?
7혹 저나 거문고와 같이 생명 없는 것이 소리를 낼 때에 그 음의 분별을 내지 아니하면 저 부는 것인지 거문고 타는 것인지 어찌 알게 되리요
8เพราะ​ถ้า​แตร​ให้​เสียง​ไม่​ชัดเจน ใคร​จะ​เตรียม​ตัว​ออก​รบ?
8만일 나팔이 분명치 못한 소리를 내면 누가 전쟁을 예비하리요
9พวก​คุณ​ก็​เช่นเดียวกัน ถ้า​ลิ้น​ของ​พวก​คุณ​ไม่​พูด​ถ้อยคำ​ที่​เข้าใจ​ง่าย จะ​รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​พวก​คุณ​พูด​อะไร? พวก​คุณ​ก็​เหมือน​พูด​ไป​ใน​อากาศ
9이와 같이 너희도 혀로서 알아 듣기 쉬운 말을 하지 아니하면 그 말하는 것을 어찌 알리요 이는 허공에다 말하는 것이라
10ใน​โลก​อาจ​มี​ภาษา​มากมาย​หลาย​ชนิด และ​ไม่มี​ภาษา​ใด​ไร้​ความหมาย
10세상에 소리의 종류가 이같이 많되 뜻 없는 소리는 없나니
11ดังนั้น ถ้า​ข้าพเจ้า​ไม่​รู้​ความหมาย​ของ​ภาษา ข้าพเจ้า​ก็​จะ​เป็น​คนต่างภาษา​สำหรับ​ผู้​ที่​พูด และ​ผู้​ที่​พูด​ก็​จะ​เป็น​คนต่างภาษา​สำหรับ​ข้าพเจ้า
11그러므로 내가 그 소리의 뜻을 알지 못하면 내가 말하는 자에게 야만(野蠻)이 되고 말하는 자도 내게 야만이 되리니
12พวก​คุณ​ก็​เช่นเดียวกัน ในเมื่อ​พวก​คุณ​กระตือรือร้น​อยาก​ได้​ของประทาน​ทาง​จิตวิญญาณ ก็​จง​พยายาม​ให้​มี​อย่าง​อุดม​เพื่อ​เสริมสร้าง​ประชาคม
12그러면 너희도 신령한 것을 사모하는 자인즉 교회의 덕 세우기를 위하여 풍성하기를 구하라
13เพราะฉะนั้น คน​ที่​พูด​ภาษา​อื่น​จง​อธิษฐาน​ขอ​ให้​ตน​สามารถ​แปล​ได้
13그러므로 방언을 말하는 자는 통역하기를 기도할지니
14เพราะ​ถ้า​ข้าพเจ้า​อธิษฐาน​เป็น​ภาษา​อื่น จิตวิญญาณ​ของ​ข้าพเจ้า​อธิษฐาน แต่​ความ​เข้าใจ​ของ​ข้าพเจ้า​ไม่​เกิดผล
14내가 만일 방언으로 기도하면 나의 영이 기도하거니와 나의 마음은 열매를 맺히지 못하리라
15แล้ว​ข้าพเจ้า​ควร​ทำ​อย่างไร? ข้าพเจ้า​จะ​อธิษฐาน​ด้วย​จิตวิญญาณ และ​จะ​อธิษฐาน​ด้วย​ความ​เข้าใจ​ด้วย ข้าพเจ้า​จะ​ร้องเพลง​ด้วย​จิตวิญญาณ และ​จะ​ร้องเพลง​ด้วย​ความ​เข้าใจ​ด้วย
15그러면 어떻게 할꼬 ? 내가 영으로 기도하고 또 마음으로 기도하며 내가 영으로 찬미하고 또 마음으로 찬미하리라
16มิฉะนั้น ถ้า​ท่าน​อวยพร​ด้วย​จิตวิญญาณ คน​ที่​อยู่​ใน​ฐานะ​ผู้​ไม่​รู้​จะ​พูด “อาเมน” ต่อ​คำ​ขอบคุณ​ของ​ท่าน​ได้​อย่างไร ในเมื่อ​เขา​ไม่​รู้​ว่า​ท่าน​พูด​อะไร?
16그렇지 아니하면 네가 영으로 축복할 때에 무식한 처지에 있는 자가 네가 무슨 말을 하는지 알지 못하고 네 감사에 어찌 아멘 하리요
17แม้​ท่าน​ขอบคุณ​พระเจ้า​ได้​ดี แต่​อีก​คนหนึ่ง​ก็​ไม่ได้​รับ​การ​เสริมสร้าง
17너는 감사를 잘하였으나 그러나 다른 사람은 덕 세움을 받지 못하리라
18ข้าพเจ้า​ขอบคุณ​พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​พูด​ภาษา​อื่น​มากกว่า​พวก​คุณ​ทุกคน
18내가 너희 모든 사람보다 방언을 더 말하므로 하나님께 감사하노라
19แต่​ใน​ประชาคม ข้าพเจ้า​อยาก​พูด​เพียง​ห้า​คำ​ด้วย​ความเข้าใจ​ของ​ข้าพเจ้า เพื่อ​จะ​สอน​คนอื่น​ด้วย มากกว่า​พูด​หนึ่ง​หมื่น​คำ​เป็น​ภาษา​อื่น
19그러나 교회에서 네가 남을 가르치기 위하여 깨달은 마음으로 다섯 마디 말을 하는 것이 일만 마디 방언으로 말하는 것보다 나으니라
20พี่น้อง​ทั้งหลาย อย่า​คิด​อย่าง​เด็ก ใน​เรื่อง​ความ​ชั่วร้าย​จง​เป็น​เหมือน​ทารก แต่​จง​คิด​อย่าง​ผู้ใหญ่
20형제들아 지혜에는 아이가 되지 말고 악에는 어린 아이가 되라 지혜에 장성한 사람이 되라
21มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​ธรรมบัญญัติ​ว่า “เรา​จะ​พูด​กับ​ชน​ชาติ​นี้​โดย​คน​ที่​พูด​ภาษา​แปลก​และ​ด้วย​ริมฝีปาก​ของ​คนต่างชาติ แต่​ถึง​อย่างนั้น พวกเขา​ก็​จะ​ไม่​ฟัง​เรา องค์พระผู้เป็นเจ้า​กล่าว”
21율법에 기록된바 주께서 가라사대 내가 다른 방언하는 자와 다른 입술로 이 백성에게 말할지라도 저희가 오히려 듣지 아니하리라 하였으니
22ดังนั้น ภาษา​อื่น ๆ จึง​เป็น​หมายสำคัญ ไม่ใช่​สำหรับ​คน​ที่​เชื่อ แต่​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ ส่วน​การ​เผยพระวจนะ​เป็น​หมายสำคัญ ไม่ใช่​สำหรับ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ แต่​สำหรับ​คน​ที่​เชื่อ
22그러므로 방언은 믿는 자들을 위하지 않고 믿지 아니하는 자들을 위하는 표적이나 예언은 믿지 아니하는 자들을 위하지 않고 믿는 자들을 위함이니
23เพราะฉะนั้น ถ้า​ประชาคม​ทั้งหมด​มา​รวมตัว​กัน และ​ทุกคน​พูด​ภาษา​อื่น แล้ว​มี​คน​ที่​ไม่​รู้​หรือ​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​เข้า​มา พวกเขา​จะ​ไม่​พูด​หรือว่า​พวก​คุณ​เสียสติ?
23그러므로 온 교회가 함께 모여 다 방언으로 말하면 무식한 자들이나 믿지 아니하는 자들이 들어와서 너희를 미쳤다 하지 아니하겠느냐 ?
24แต่​ถ้า​ทุกคน​เผยพระวจนะ แล้ว​มี​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​หรือ​คน​ที่​ไม่​รู้​เข้า​มา เขา​จะ​ถูก​ทุกคน​ชี้​ให้​เห็น​ความผิด และ​ถูก​ทุกคน​วินิจฉัย
24그러나 다 예언을 하면 믿지 아니하는 자들이나 무식한 자들이 들어와서 모든 사람에게 책망을 들으며 모든 사람에게 판단을 받고
25สิ่ง​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ใจ​ของ​เขา​ก็​จะ​ถูก​เปิดเผย แล้ว​เขา​จะ​ซบหน้า​ลง​นมัสการ​พระเจ้า และ​ประกาศ​ว่า พระเจ้า​ทรง​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​คุณ​จริง ๆ
25그 마음의 숨은 일이 드러나게 되므로 엎드리어 하나님께 경배하며 하나님이 참으로 너희 가운데 계시다 전파하리라
26ถ้า​อย่างนั้น พี่น้อง​ทั้งหลาย เมื่อ​พวก​คุณ​มา​รวมตัว​กัน แต่ละคน​มี​บทเพลง​สดุดี มี​คำ​สอน มี​การ​เปิดเผย มี​ภาษา​อื่น หรือ​มี​คำแปล ก็​จง​ให้​ทุกอย่าง​ทำ​เพื่อ​เสริมสร้าง​กัน
26그런즉 형제들아 어찌할꼬 너희가 모일 때에 각각 찬송시도 있으며 가르치는 말씀도 있으며 계시도 있으며 방언도 있으며 통역함도 있나니 모든 것을 덕을 세우기 위하여 하라
27ถ้า​มี​คน​พูด​ภาษา​อื่น ก็​ให้​มี​สอง​คน หรือ​อย่าง​มาก​สาม​คน และ​พูด​ทีละคน แล้ว​ให้​คนหนึ่ง​แปล
27만일 누가 방언으로 말하거든 두 사람이나 다불과 세 사람이 차서를 따라 하고 한 사람이 통역할 것이요
28แต่​ถ้า​ไม่มี​คน​แปล ก็​ให้​เขา​เงียบ​ใน​ประชาคม และ​พูด​กับ​ตน​เอง​และ​กับ​พระเจ้า
28만일 통역하는 자가 없거든 교회에서는 잠잠하고 자기와 및 하나님께 말할 것이요
29ให้​ผู้เผยพระวจนะ​พูด​สอง​หรือ​สาม​คน แล้ว​ให้​คนอื่น​วินิจฉัย
29예언하는 자는 둘이나 셋이나 말하고 다른 이들은 분변할 것이요
30แต่​ถ้า​มี​การ​เปิดเผย​แก่​อีก​คนหนึ่ง​ที่​นั่ง​อยู่ คน​แรก​ก็​ให้​เงียบ
30만일 곁에 앉은 다른 이에게 계시가 있거든 먼저 하던 자는 잠잠할지니라
31เพราะ​พวก​คุณ​ทุกคน​สามารถ​เผยพระวจนะ​ทีละคน เพื่อ​ทุกคน​จะ​ได้​เรียนรู้ และ​ทุกคน​จะ​ได้รับ​การ​หนุนใจ
31너희는 다 모든 사람으로 배우게 하고 모든 사람으로 권면을 받게 하기 위하여 하나씩 하나씩 예언할 수 있느니라
32จิตวิญญาณ​ของ​ผู้เผยพระวจนะ​อยู่​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​ผู้เผยพระวจนะ
32예언하는 자들의 영이 예언하는 자들에게 제재를 받나니
33เพราะ​พระเจ้า​ไม่ใช่​พระเจ้า​แห่ง​ความ​สับสน แต่​ทรง​เป็น​พระเจ้า​แห่ง​สันติสุข เช่นเดียวกับ​ใน​ประชาคม​ทั้งหมด​ของ​ผู้บริสุทธิ์
33하나님은 어지러움의 하나님이 아니시요 오직 ! 화평의 하나님이시니라
34ภรรยา​ทั้งหลาย​จง​เงียบ​ใน​ประชาคม เพราะ​ไม่ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พวกเธอ​พูด แต่​ให้​อยู่​ใน​การ​ยอม​ตาม ตาม​ที่​ธรรมบัญญัติ​ก็​กล่าว​ไว้
34모든 성도의 교회에서 함과 같이 여자는 교회에서 잠잠하라 ! 저희의 말하는 것을 허락함이 없나니 율법에 이른 것같이 오직 복종할 것이요
35ถ้า​พวกเธอ​อยาก​เรียนรู้​อะไร “ก็​ให้​ถาม​สามี​ของ​ตน​ที่​บ้าน เพราะ​เป็น​เรื่อง​น่าอาย​ที่​ภรรยา​จะ​พูด​ใน​ประชาคม”
35만일 무엇을 배우려거든 집에서 자기 남편에게 물을지니 여자가 교회에서 말하는 것은 부끄러운 것임이라
36อะไร​กัน! พระวจนะ​ของ​พระเจ้า​ออก​มา​จาก​พวก​คุณ​หรือ? หรือ​พระคำ​นั้น​มา​ถึง​พวก​คุณ​เท่านั้น?
36하나님의 말씀이 너희에게로부터 난 것이냐 또는 너희에게만 임한 것이냐
37ถ้า​ใคร​คิด​ว่า​ตน​เป็น​ผู้เผยพระวจนะ หรือ​เป็น​คน​ที่​ดำเนิน​ชีวิต​โดย​พระวิญญาณ ก็​ให้​เขา​ยอมรับ​ว่า สิ่ง​ที่​ข้าพเจ้า​เขียน​ถึง​พวก​คุณ​เป็น​คำสั่ง​ของ​องค์พระผู้เป็นเจ้า
37만일 누구든지 자기를 선지자나 혹 신령한 자로 생각하거든 내가 너희에게 편지한 것이 주의 명령인 줄 알라
38แต่​ถ้า​ใคร​ไม่​ยอม​รู้ ก็​ปล่อย​ให้​เขา​ไม่​รู้​ต่อ​ไป
38만일 누구든지 알지 못하면 그는 알지 못한 자니라
39เพราะฉะนั้น พี่น้อง​ทั้งหลาย จง​ปรารถนา​การ​เผยพระวจนะ​อย่าง​จริงจัง และ​อย่า​ห้าม​การ​พูด​ภาษา​อื่น
39그런즉 내 형제들아 예언하기를 사모하며 방언 말하기를 금하지 말라
40จง​ให้​ทุกอย่าง​ทำ​อย่าง​เหมาะสม​และ​เป็น​ระเบียบ
40모든 것을 적당하게 하고 질서대로 하라 !

Tip: use the ← and → keys to turn chapters.